ได้ ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อขอแก้ไขข้อมูลได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ปกติคือภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีของปีภาษีนั้นๆ) แต่หากเลยกำหนดหรือเอกสารไม่ครบถ้วน อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการขอคืนภาษี แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น หรือปรึกษากรมสรรพากรทุกครั้ง
สรุปประเด็นหลัก
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า โดยเงินได้สุทธิคือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ซึ่งการวางแผนลดหย่อนอย่างเหมาะสมจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าลดหย่อนภาษี สำหรับปี 2569 แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว ประกันภัยและการลงทุน โครงการของรัฐ และเงินบริจาค โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและเพดานที่ต้องปฏิบัติตาม พร้อมทั้งควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและยื่นผ่านระบบออนไลน์เพื่อใช้สิทธิ์ได้เต็มที่
- สรุปประเด็นหลัก
- วิธีคำนวณเงินได้สุทธิและอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทย
- รายการลดหย่อนภาษีปี 2569 สำหรับบุคคลธรรมดามีอะไรบ้าง ?
- เอกสารลดหย่อนภาษีที่ต้องเตรียม อัปเดตปี 2569
- สามารถยื่นภาษีได้ที่ไหน?
- วางแผนภาษี สร้างความมั่นคงรอบด้าน! กับประกันชีวิตและสุขภาพ และประกันสะสมทรัพย์ ที่พรูเด็นเชียล ประเทศไทย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา (FAQs)
- ประกันสะสมทรัพย์ออนไลน์ พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4 | Prudential
- ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ พรูอี-เลกาซี เซฟเวอร์ | Prudential
เช็กลิสต์ค่าลดหย่อนภาษี ปีภาษี 2569 อัปเดตล่าสุดที่คุณควรรู้
การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นหน้าที่ที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกปี ซึ่งกฎหมายได้กำหนดเกณฑ์การเสียภาษีเอาไว้อย่างชัดเจนตามรายได้สุทธิ แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากเสียภาษีเยอะ หรือต้องการรับเงินภาษีที่ถูกหักจากรายได้คืน ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้สิทธิประโยชน์จากรายการลดหย่อนภาษี ซึ่งหากมีการวางแผนภาษีด้วยความเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะยิ่งมีโอกาสเสียภาษีน้อยลงตามไปด้วย
สำหรับผู้ที่มีรายได้ ไม่ว่าจะจากงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือช่องทางใดก็ตาม ที่กำลังวางแผนลดหย่อนภาษีและสงสัยว่าอะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง จะได้นำไปใช้เตรียมตัววางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 ซึ่งจะต้องยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2570 บทความนี้มีข้อควรรู้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ครบจบทุกประเด็น พร้อมกับช่วยวางแผนภาษีได้ถูกต้องและใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่
วิธีคำนวณเงินได้สุทธิและอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทย
ก่อนจะไปถึงเรื่องการลดหย่อนภาษี ต้องทำความเข้าใจถึงวิธียื่นภาษีผ่านช่องทางออนไลน์และการคำนวณภาษีเสียก่อน โดยการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยจะใช้ระบบ “อัตราภาษีก้าวหน้า” หรือแบบขั้นบันได กล่าวคือยิ่งมีรายได้มาก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีมาก โดยสูตรในการคำนวณเงินได้สุทธิ จะเป็นการนำเงินได้ทั้งหมด มาหักลบกับค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ แล้วจึงออกมาเป็นเงินได้สุทธิที่นำไปใช้ในการคำนวณภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีสูตรการคำนวณเงินได้สุทธิ ดังนี้
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
ตารางคำนวณอัตราภาษีของประเทศไทย
ในส่วนของวิธีการคำนวณเงินภาษีที่ต้องจ่ายนั้น สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตร [(เงินได้สุทธิ - เงินได้สุทธิของลำดับขั้นก่อนหน้า) x อัตราภาษีแบบร้อยละ] + ภาษีสะสมสูงสุดของลำดับขั้นก่อนหน้า
ตัวอย่างเช่น คุณ A มีเงินได้ 1,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนรวม 100,000 บาท จะสามารถนำมาคำนวณได้ ดังนี้
รายได้สุทธิ : 1,000,000 - 100,000 = 900,000 บาท ซึ่งจะไปตกอยู่ในช่วงอัตราภาษีสูงสุดที่ 20% จากตารางอัตราภาษีขั้นบันได 750,001 - 1,000,000 บาท
คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย :
เงินได้สุทธิของลำดับขั้นก่อนหน้าตามตาราง ได้แก่ 750,000 บาท
ภาษีสะสมในขั้นก่อนหน้าตามตาราง จะรวมเป็นภาษีสะสมอยู่ที่ 65,000 บาท
ได้ออกมาตามสูตร [(900,000 - 750,000) x 20%] + 65,000 = 95,000
ดังนั้น คุณ A จึงต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเงิน 95,000 บาท แต่หากคุณ A มีการเตรียมตัวตั้งแต่แรก โดยวางแผนการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี ก็จะช่วยลดค่าภาษีที่ต้องจ่ายไปได้อีกมาก
รายการลดหย่อนภาษีปี 2569 สำหรับบุคคลธรรมดามีอะไรบ้าง ?
กรมสรรพากรกำหนดให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 สามารถลดหย่อนได้ผ่าน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
กลุ่มประกันภัย เงินออม การลงทุน
กลุ่มโครงการของรัฐ
กลุ่มเงินบริจาค (มีการปรับเงื่อนไขใหม่ปี 2569)
1. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
เริ่มต้นการวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยกลุ่มพื้นฐานที่สุด ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ผู้มีเงินได้ทุกคนและผู้มีภาระเลี้ยงดูครอบครัวจะได้รับโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งค่าลดหย่อนส่วนตัวนี้จะมีอะไรบ้าง ? สามารถศึกษาได้ตามลิสต์ ดังนี้
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถนำมาลดหย่อนได้กับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข
ค่าลดหย่อนคู่สมรส กรณีแต่งงานจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วและคู่สมรสไม่มีรายได้ จำนวน 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนบุตรอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ จำนวน 30,000 บาทต่อคน หากมีบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน
ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และคลอดบุตร คำนวณตามจริง แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์
ค่าเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและคู่สมรส ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท จำนวนคนละ 30,000 บาท
ค่าลดหย่อนกรณีอุปการะผู้พิการ หรือทุพพลภาพ จำนวนคนละ 60,000 บาท
ตัวอย่างสถานการณ์ วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อ-แม่ อายุ 60 ปี นับอย่างไร?
สำหรับปีภาษีปี 2569 บิดาหรือมารดาต้องเกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม 2510 (เพื่อให้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปี 2569) และต้องมีรายได้ในปีภาษีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท หากเข้าเงื่อนไข จะสามารถนำมาลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท (หากดูแลทั้งพ่อและแม่ จะลดหย่อนได้รวม 60,000 บาท)
สถานภาพต่างกัน ลดหย่อนเบื้องต้นได้เท่าไหร่?
คนโสด : หักลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท
คนแต่งงาน (คู่สมรสไม่มีรายได้) : หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 60,000 = รวม 120,000 บาท
คนแต่งงาน มีลูก 2 คน (ลูกคนที่ 2 เกิดหลังปี 2561) : หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 60,000 + ลูกคนที่หนึ่ง 30,000 + ลูกคนที่สอง 60,000 = รวมลดหย่อนได้ทั้งสิ้น 210,000 บาท
2. ค่าลดหย่อนภาษี กลุ่มประกันภัย เงินออม และการลงทุน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกลดหย่อนภาษี การทำประกันภัยถือเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะให้ทั้งความคุ้มครองและผลประโยชน์ทางภาษีในคราวเดียวกัน รวมถึงการสร้างวินัยการออมและการลงทุนเพื่ออนาคต ซึ่งในปีภาษี 2569 มีรายการที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ ดังนี้
เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
(แต่เมื่อนำเบี้ยประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ และประกันสุขภาพมารวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)
เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15,000 บาท ต่อผู้มีเงินได้ 1 คน (บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่จำเป็นต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป)
เบี้ยประกันสังคม ลดหย่อนได้สูงสุด 10,500 บาท (ปรับตามเพดานใหม่ของปี 2569)
การลงทุนในกองทุน Thai ESG ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้ (เงื่อนไขระยะเวลาถือครอง 5 ปี)
การลงทุนในธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
การลงทุนกลุ่มเพื่อการเกษียณอายุ (หมวดนี้เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท) ได้แก่
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันภัย เงินออม และการลงทุน
เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
การซื้อประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ เมื่อรวมกับเบี้ยประกันสุขภาพแล้ว โควตารวมทั้งหมดในก้อนนี้จะต้องไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมสรรพากรกำหนดเงื่อนไขว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีผลตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตกำหนดให้มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น
เงินเดือนเยอะ ทำประกันอะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?
สำหรับผู้มีรายได้สูงที่ต้องการวางแผนภาษีอย่างคุ้มค่า สามารถจัดพอร์ตลดหย่อนด้วยการทำประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขได้ 2 กลุ่มหลัก คือ
กลุ่มแรก : ประกันชีวิตทั่วไป เช่น ประกันตลอดชีพ หรือประกันแบบสะสมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงประกันสุขภาพของผู้เอาประกันชีวิตเอง โดยลดหย่อนได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
กลุ่มที่สอง : ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้เพิ่มอีกไม่เกิน 200,000 บาท หรือไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับ RMF/กองทุนเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
เปรียบเทียบประกันชีวิตแต่ละแบบ สำหรับคนอยากลดหย่อนภาษี
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีผ่านการทำประกันชีวิต สามารถเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละแบบได้ดังนี้
ประเภทประกัน
|
ลดหย่อนสูงสุด
|
ระยะเวลาถือกรมธรรม์โดยประมาณ
|
เหมาะกับใคร
|
ประกันชีวิตตลอดชีพ
|
100,000 บาท
|
ระยะยาว คุ้มครองยาวถึงอายุ 90-99 ปี
|
ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องการความคุ้มครองสูงและวางแผนส่งต่อมรดก
|
ประกันสะสมทรัพย์
|
100,000 บาท
|
ระยะกลางถึงยาว ประมาณ 10 ปีขึ้นไป
|
ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยการออม ชอบความแน่นอน และอยากรับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา
|
ประกันชีวิตแบบบำนาญ
|
200,000 บาท
|
จ่ายเบี้ยฯ ต่อเนื่องจนถึงวัยเกษียณ และรับบำนาญต่อเนื่องหลังเกษียณ
|
ผู้มีรายได้สูงที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่ม และวางแผนกระแสเงินสดหลังเกษียณ
|
ประกันควบการลงทุน (Unit-Linked)
|
ตามค่าใช้จ่ายคุ้มครองชีวิต และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
|
ยืดหยุ่น ปรับแผนได้ตามช่วงชีวิต
|
ผู้ที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ และต้องการทั้งความคุ้มครองกับโอกาสเติบโตของเงินลงทุน
|
3. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
ค่าใช้จ่ายกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ จะมีความเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายในแต่ละปี ซึ่งสำหรับปีภาษี 2569 มีรายการที่น่าสนใจและสามารถนำมาลดหย่อนได้ ดังนี้
ค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (มาตรการใหม่) : สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องเป็นการติดตั้งที่ได้มาตรฐานและมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท
ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
ติดตั้ง Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่และมีเงื่อนไขอย่างไร?
สิทธิพิเศษสำหรับปีภาษี 2569 หากคุณปรับปรุงบ้านโดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 200,000 บาท
ตัวอย่าง : หากคุณจ่ายค่าติดตั้งไป 150,000 บาท คุณสามารถนำยอด 150,000 บาทนี้มาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน โดยต้องขอใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์จากผู้รับเหมาเท่านั้น
จ่ายดอกเบี้ยบ้านไปเยอะ ลดหย่อนได้สูงสุดเท่าไหร่?
หากคุณกำลังผ่อนบ้าน สามารถนำ "ดอกเบี้ย" (ไม่รวมเงินต้น) มาลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท
ตัวอย่าง : หากปี 2569 คุณจ่ายค่างวดบ้านไปรวม 250,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินต้น 120,000 บาท และดอกเบี้ย 130,000 บาท คุณจะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดที่เพดาน 100,000 บาท (อีก 30,000 บาทที่เกินมาจะไม่สามารถนำมาคำนวณได้) และหากกู้ร่วมกับคู่สมรส จะต้องหารแบ่งคนละ 50,000 บาท
4. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค
เงินบริจาคในที่นี้ หมายถึงการบริจาคเงินให้กับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ วัด หรือหน่วยงานอื่น ๆ ประกอบด้วย 3 หมวดด้วยกัน
เงื่อนไขสำคัญ: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมสรรพากรกำหนดให้การลดหย่อนภาษีด้วยเงินบริจาค ต้องผ่านระบบ e-Donation หรือการสแกน QR Code เพื่อส่งข้อมูลเข้าสรรพากรโดยตรงเท่านั้น ไม่สามารถใช้ใบเสร็จแบบกระดาษได้
เงินบริจาคกลุ่มลดหย่อนได้ 2 เท่า : ได้แก่ การบริจาคให้สถานพยาบาลของรัฐ, สภากาชาดไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รวมถึงหน่วยงานกีฬาที่เข้าเงื่อนไข สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)
เงินบริจาคทั่วไป (ลดหย่อน 1 เท่า) : เช่น การบริจาคให้วัด มูลนิธิ และสถานสาธารณกุศลทั่วไป ลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายตามจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)
เงินบริจาคให้พรรคการเมือง : ลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท
ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มเงินบริจาค
บริจาคแบบไหนลดหย่อนได้ 2 เท่า นับอย่างไร ?
การบริจาคเงินให้กลุ่มสถานพยาบาล โรงพยาบาลของรัฐ สภากาชาดไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะได้รับสิทธิพิเศษในการหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาคจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)
ตัวอย่าง : หากเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนหมวดอื่น ๆ ของคุณอยู่ที่ 500,000 บาท คุณจะมีเพดานหักลดหย่อนเงินบริจาคสูงสุด 10% คือ 50,000 บาท หากคุณสแกน QR Code (e-Donation) บริจาคให้สภากาชาดไทย 10,000 บาท สรรพากรจะคำนวณสิทธิให้คุณนำมาลดหย่อนได้ถึง 20,000 บาท (ซึ่งยังไม่เกินเพดาน 50,000 บาท) ถือเป็นการทำบุญที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างคุ้มค่าสุด ๆ
หยอดตู้บริจาคที่วัดแล้วขอใบอนุโมทนาบัตรกระดาษ ยังใช้ได้ไหมในปี 2569?
ไม่ได้แล้ว สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป สรรพากรยกเลิกการรับเอกสารบริจาคที่เป็นกระดาษทั้งหมด หากคุณต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จะต้องใช้วิธี สแกน QR Code e-Donation ของวัดหรือมูลนิธินั้น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) เท่านั้น ซึ่งระบบจะถามว่าต้องการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเพื่อลดหย่อนภาษีหรือไม่ ให้กดยอมรับ ข้อมูลก็จะเข้าไปอยู่ในระบบพร้อมสำหรับการยื่นภาษีทันที
เอกสารลดหย่อนภาษีที่ต้องเตรียม อัปเดตปี 2569
สุดท้าย หากต้องการลดหย่อนภาษี สิ่งที่คุณต้องมีก็คือเอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้การเตรียมตัวยื่นภาษีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ตกหล่น แต่หากใครที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง เราได้ทำเช็กลิสต์เอกสารที่จำเป็นมาไว้ให้แล้ว ดังนี้
เช็กลิสต์เอกสารลดหย่อนภาษีแยกตามหมวด
เอกสารยืนยันรายได้หลัก
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากบริษัทหรือผู้ว่าจ้างทุกแห่งที่คุณได้รับรายได้ในปีนั้น
เอกสารสำหรับค่าลดหย่อนครอบครัว
สูติบัตร หรือ ทะเบียนบ้านที่มีชื่อบุตร (สำหรับลดหย่อนบุตร)
ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรจากสถานพยาบาล
สำเนาทะเบียนสมรส (สำหรับลดหย่อนคู่สมรส)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา (สำหรับลดหย่อนบิดามารดา)
บัตรประจำตัวคนพิการ หรือ หนังสือรับรองการเป็นผู้ดูแลผู้พิการ (สำหรับลดหย่อนอุปการะผู้พิการ)
เอกสารสำหรับประกันชีวิต / กองทุน
หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ
(หมายเหตุ: ปัจจุบันสามารถแจ้งบริษัทประกันภัยให้ส่งข้อมูลออนไลน์เข้ากรมสรรพากรได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลไปแสดงบนระบบ e-Filing อัตโนมัติ)
หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF หรือ Thai ESG
เอกสารสำหรับบริจาค / มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) สำหรับโครงการของรัฐ เช่น ค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop)
หนังสือรับรองดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร
หมายเหตุ: สำหรับเงินบริจาค ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ข้อมูลจะเข้าระบบสรรพากรอัตโนมัติผ่านการสแกน QR Code (e-Donation) จึงไม่จำเป็นต้องเก็บใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษแล้ว
สามารถยื่นภาษีได้ที่ไหน?
หลังจากที่คุณได้รวบรวมเอกสารลดหย่อนภาษี 2569 ครบถ้วนและคำนวณภาษีที่ต้องชำระเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) เพื่อขอใช้สิทธิลดหย่อนที่สะสมมา ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง ดังนี้
การยื่นแบบออนไลน์ (E-Filing) สามารถยื่นแบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (RD) หรือแอปพลิเคชันมือถือ โดยสามารถยื่นได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - 8 เมษายน ของปีถัดไป (สำหรับปีภาษี 2569 จะยื่นช่วงต้นปี 2570)
การยื่นแบบกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาใกล้บ้าน โดยปกติจะยื่นได้ระหว่างเดือนมกราคม - 31 มีนาคม ของปีถัดไป
เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเงินภาษีคืนมาเพื่อต่อยอดการลงทุนหรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นแล้ว
วางแผนภาษี สร้างความมั่นคงรอบด้าน! กับประกันชีวิตและสุขภาพ และประกันสะสมทรัพย์ ที่พรูเด็นเชียล ประเทศไทย
เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มครองที่อุ่นใจ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเต็มแม็กซ์ หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการวางแผนภาษีของปีนี้ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นเครื่องมือที่คนวัยทำงานและผู้มีรายได้ทุกคนไม่ควรพลาด
เพราะนอกจากประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้ว การทำประกันแบบสะสมทรัพย์เอาไว้ยังจะช่วยสร้างวินัยการออมให้คุณมีเงินก้อนในอนาคต พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตไปในตัว ที่สำคัญ เบี้ยประกันชีวิตทั้งสองประเภท ยังสามารถนำมารวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้ม ๆ สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี โดยแบ่งเป็นสัดส่วนของค่าเบี้ยประกันสุขภาพสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
ที่พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เรามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่พร้อมตอบโจทย์คุณในทุกมิติ
เจ็บป่วยเมื่อไหร่ก็อุ่นใจ : มอบความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุม ช่วยเซฟเงินเก็บของคุณให้ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาที่สูงขึ้นทุกปี
ออมเงินชัวร์ ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า : วางแผนการเงินให้เป๊ะกว่าเดิมด้วยประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและเงินคืนตามระยะเวลาสัญญาที่แน่นอน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการล็อกเงินออมและไม่อยากเสี่ยง
สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเต็มวงเงิน : ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ช่วยให้คุณผสมผสานแผนประกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 2569 ได้อย่างถูกต้องและตรงใจที่สุด
สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นวางแผนและอยากรู้เทคนิคการเลือกซื้อประกันสุขภาพให้ตอบโจทย์ เพื่อนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับแผนภาษีของคุณ สามารถเข้าไปอ่านคำแนะนำดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่บทความ: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี
หรือเลือกซื้อประกันภัยและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1621
หมายเหตุ
ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
วางแผนยื่นภาษีปี 2569 รวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.etaxwise.com/blog/13129/วางแผนยื่นภาษีปี-2569-รวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้
เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี ยื่นปี 2569 แบบไหนคุ้มสุด. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.etaxgo.com/blog/tips/thai-tax-deductions-checklist-2025/
สรุปรายละเอียด สูตรใหม่ลดหย่อนภาษี ! เตรียมเสนอปรับใช้ในปี 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.finnomena.com/z-admin/tax-deduction-2026/
เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรบ้าง?. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://flowaccount.com/blog/tax-deductible-donations/
ติดโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท สรุปเงื่อนไข สิ่งสำคัญที่ต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.finnomena.com/z-admin/solar-rooftop-tax/
ครม.ไฟเขียวสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า บริจาคผ่าน e-Donation ให้ 9 มูลนิธิ. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://today.line.me/th/v3/article/wJKrJaR
เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/finance_banking/2920015
ยกเลิกใบอนุโมทนาบัตร! บริจาคลดหย่อนภาษีต้องผ่าน e-Donation เท่านั้น เริ่มปี 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bangkokbiznews.com/finance/1235455
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา (FAQs)
สำหรับปีภาษี 2569 ต้องยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ง.ด.90/91) ภายในช่วงต้นปี 2570 โดยหากยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Filing) จะสามารถยื่นได้ถึงประมาณสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน แต่หากยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากร จะยื่นได้ถึงสิ้นเดือนมีนาคม ตามกำหนดของกรมสรรพากร
สามารถใช้สิทธิได้เช่นกัน ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกประเภท สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกันชีวิต กองทุน และเงินบริจาคได้เช่นเดียวกัน จะแตกต่างกันเพียงแค่วิธีการหักค่าใช้จ่ายตามประเภทของเงินได้ (เช่น เงินเดือน, ค่าจ้างทำของ, ค่าลิขสิทธิ์ ฯลฯ) ก่อนนำมาคำนวณเป็นเงินได้สุทธิเท่านั้น
แม้รายได้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่การเริ่มต้นวางแผน เช่น การทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณตั้งแต่วันนี้ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง สร้างวินัยการออมที่ดี และเป็นการเตรียมฐานสิทธิลดหย่อนให้พร้อมสำหรับอนาคตเมื่อคุณมีรายได้สูงขึ้นจนถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระยะเวลาที่ถือครองของแต่ละคน โดยในปีภาษี 2569 กองทุนที่นิยมใช้ลดหย่อน ได้แก่ RMF (เหมาะกับคนวางแผนเกษียณ ลดหย่อนสูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท) และ Thai ESG (ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ถือครอง 5 ปี) แนะนำให้เลือกตามนโยบายกองทุนที่รับความเสี่ยงได้ และควรปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจ
ยังได้ประโยชน์อยู่ แม้ผลตอบแทนของกองทุนรวม (เช่น RMF, Thai ESG) อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด แต่ผู้ลงทุนจะยังคงได้รับประโยชน์จากการนำยอดเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีในปีที่ซื้อ ซึ่งช่วยลดภาระภาษีหรือเพิ่มยอดเงินคืนภาษีได้ทันที นอกจากนี้ หากถือครองครบตามเงื่อนไขที่กำหนด กำไรส่วนต่างที่ได้จากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีด้วย
ประกันสุขภาพที่แนะนำ