สรุปประเด็นหลัก

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใช้ระบบอัตราภาษีก้าวหน้า โดยเงินได้สุทธิคือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ซึ่งการวางแผนลดหย่อนอย่างเหมาะสมจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าลดหย่อนภาษี สำหรับปี 2569 แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว ประกันภัยและการลงทุน โครงการของรัฐ และเงินบริจาค โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและเพดานที่ต้องปฏิบัติตาม พร้อมทั้งควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและยื่นผ่านระบบออนไลน์เพื่อใช้สิทธิ์ได้เต็มที่

เช็กลิสต์ค่าลดหย่อนภาษี ปีภาษี 2569 อัปเดตล่าสุดที่คุณควรรู้

การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นหน้าที่ที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องทำเป็นประจำทุกปี ซึ่งกฎหมายได้กำหนดเกณฑ์การเสียภาษีเอาไว้อย่างชัดเจนตามรายได้สุทธิ แต่สำหรับผู้ที่ไม่อยากเสียภาษีเยอะ หรือต้องการรับเงินภาษีที่ถูกหักจากรายได้คืน ก็สามารถทำได้ด้วยการใช้สิทธิประโยชน์จากรายการลดหย่อนภาษี ซึ่งหากมีการวางแผนภาษีด้วยความเข้าใจตั้งแต่เริ่มต้น ก็จะยิ่งมีโอกาสเสียภาษีน้อยลงตามไปด้วย

สำหรับผู้ที่มีรายได้ ไม่ว่าจะจากงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือช่องทางใดก็ตาม ที่กำลังวางแผนลดหย่อนภาษีและสงสัยว่าอะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง จะได้นำไปใช้เตรียมตัววางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 ซึ่งจะต้องยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2570 บทความนี้มีข้อควรรู้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ครบจบทุกประเด็น พร้อมกับช่วยวางแผนภาษีได้ถูกต้องและใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

 

วิธีคำนวณเงินได้สุทธิและอัตราการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทย

ก่อนจะไปถึงเรื่องการลดหย่อนภาษี ต้องทำความเข้าใจถึงวิธียื่นภาษีผ่านช่องทางออนไลน์และการคำนวณภาษีเสียก่อน โดยการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทศไทยจะใช้ระบบ “อัตราภาษีก้าวหน้า” หรือแบบขั้นบันได กล่าวคือยิ่งมีรายได้มาก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีมาก โดยสูตรในการคำนวณเงินได้สุทธิ จะเป็นการนำเงินได้ทั้งหมด มาหักลบกับค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษีที่มีอยู่ แล้วจึงออกมาเป็นเงินได้สุทธิที่นำไปใช้ในการคำนวณภาษีตามอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยมีสูตรการคำนวณเงินได้สุทธิ ดังนี้

เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

สูตรหาเงินได้สุทธิเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2569

ตารางคำนวณอัตราภาษีของประเทศไทย

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2569 ตามเงินได้สุทธิ

ในส่วนของวิธีการคำนวณเงินภาษีที่ต้องจ่ายนั้น สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตร [(เงินได้สุทธิ - เงินได้สุทธิของลำดับขั้นก่อนหน้า) x อัตราภาษีแบบร้อยละ] + ภาษีสะสมสูงสุดของลำดับขั้นก่อนหน้า

ตัวอย่างเช่น คุณ A มีเงินได้ 1,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนรวม 100,000 บาท จะสามารถนำมาคำนวณได้ ดังนี้

  • รายได้สุทธิ : 1,000,000 - 100,000 = 900,000 บาท ซึ่งจะไปตกอยู่ในช่วงอัตราภาษีสูงสุดที่ 20% จากตารางอัตราภาษีขั้นบันได 750,001 - 1,000,000 บาท

  • คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย :

  • เงินได้สุทธิของลำดับขั้นก่อนหน้าตามตาราง ได้แก่ 750,000 บาท

  • ภาษีสะสมในขั้นก่อนหน้าตามตาราง จะรวมเป็นภาษีสะสมอยู่ที่ 65,000 บาท

  • ได้ออกมาตามสูตร [(900,000 - 750,000) x 20%] + 65,000 = 95,000

ดังนั้น คุณ A จึงต้องเสียภาษีเป็นจำนวนเงิน 95,000 บาท แต่หากคุณ A มีการเตรียมตัวตั้งแต่แรก โดยวางแผนการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี ก็จะช่วยลดค่าภาษีที่ต้องจ่ายไปได้อีกมาก

รายการลดหย่อนภาษีปี 2569 สำหรับบุคคลธรรมดามีอะไรบ้าง ?

กรมสรรพากรกำหนดให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 สามารถลดหย่อนได้ผ่าน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 

  • กลุ่มส่วนตัวและครอบครัว

  • กลุ่มประกันภัย เงินออม การลงทุน

  • กลุ่มโครงการของรัฐ

  • กลุ่มเงินบริจาค (มีการปรับเงื่อนไขใหม่ปี 2569)

1. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว

เริ่มต้นการวางแผนลดหย่อนภาษีด้วยกลุ่มพื้นฐานที่สุด ซึ่งถือเป็นสิทธิที่ผู้มีเงินได้ทุกคนและผู้มีภาระเลี้ยงดูครอบครัวจะได้รับโดยอัตโนมัติ เพียงแต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งค่าลดหย่อนส่วนตัวนี้จะมีอะไรบ้าง ? สามารถศึกษาได้ตามลิสต์ ดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่สามารถนำมาลดหย่อนได้กับทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข

  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส กรณีแต่งงานจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายแล้วและคู่สมรสไม่มีรายได้ จำนวน 60,000 บาท

  • ค่าลดหย่อนบุตรอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ จำนวน 30,000 บาทต่อคน หากมีบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2561 ลดหย่อนได้ 60,000 บาทต่อคน

  • ค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และคลอดบุตร คำนวณตามจริง แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์

  • ค่าเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและคู่สมรส ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท จำนวนคนละ 30,000 บาท

  • ค่าลดหย่อนกรณีอุปการะผู้พิการ หรือทุพพลภาพ จำนวนคนละ 60,000 บาท

ตัวอย่างสถานการณ์ วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว

การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการเลี้ยงดูพ่อ-แม่ อายุ 60 ปี นับอย่างไร? 

สำหรับปีภาษีปี 2569 บิดาหรือมารดาต้องเกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม 2510 (เพื่อให้มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปี 2569) และต้องมีรายได้ในปีภาษีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท หากเข้าเงื่อนไข จะสามารถนำมาลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท (หากดูแลทั้งพ่อและแม่ จะลดหย่อนได้รวม 60,000 บาท)

สถานภาพต่างกัน ลดหย่อนเบื้องต้นได้เท่าไหร่?
  • คนโสด : หักลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท

  • คนแต่งงาน (คู่สมรสไม่มีรายได้) : หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 60,000 = รวม 120,000 บาท

  • คนแต่งงาน มีลูก 2 คน (ลูกคนที่ 2 เกิดหลังปี 2561) : หักลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + คู่สมรส 60,000 + ลูกคนที่หนึ่ง 30,000 + ลูกคนที่สอง 60,000 = รวมลดหย่อนได้ทั้งสิ้น 210,000 บาท

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน อัปเดตปี 2569

2. ค่าลดหย่อนภาษี กลุ่มประกันภัย เงินออม และการลงทุน

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกลดหย่อนภาษี การทำประกันภัยถือเป็นหมวดที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะให้ทั้งความคุ้มครองและผลประโยชน์ทางภาษีในคราวเดียวกัน รวมถึงการสร้างวินัยการออมและการลงทุนเพื่ออนาคต ซึ่งในปีภาษี 2569 มีรายการที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ ดังนี้

  • เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท ต่อปี ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด   
    (แต่เมื่อนำเบี้ยประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ และประกันสุขภาพมารวมกันแล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)

  • เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15,000 บาท ต่อผู้มีเงินได้ 1 คน (บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่จำเป็นต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป)

  • เบี้ยประกันสังคม ลดหย่อนได้สูงสุด 10,500 บาท (ปรับตามเพดานใหม่ของปี 2569)

  • การลงทุนในกองทุน Thai ESG ลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้ (เงื่อนไขระยะเวลาถือครอง 5 ปี)

  • การลงทุนในธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท

  • การลงทุนกลุ่มเพื่อการเกษียณอายุ (หมวดนี้เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท) ได้แก่ 

  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้

  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้

  • กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 30% ของเงินได้

  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้

  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ลดหย่อนตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท

ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกันภัย เงินออม และการลงทุน

เบี้ยประกันชีวิต ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

การซื้อประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ เมื่อรวมกับเบี้ยประกันสุขภาพแล้ว โควตารวมทั้งหมดในก้อนนี้จะต้องไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมสรรพากรกำหนดเงื่อนไขว่า กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีผลตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมของแต่ละช่วงระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตกำหนดให้มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืน และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทยเท่านั้น

เงินเดือนเยอะ ทำประกันอะไรลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

สำหรับผู้มีรายได้สูงที่ต้องการวางแผนภาษีอย่างคุ้มค่า สามารถจัดพอร์ตลดหย่อนด้วยการทำประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขได้ 2 กลุ่มหลัก คือ

  • กลุ่มแรก : ประกันชีวิตทั่วไป เช่น ประกันตลอดชีพ หรือประกันแบบสะสมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข รวมถึงประกันสุขภาพของผู้เอาประกันชีวิตเอง โดยลดหย่อนได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

  • กลุ่มที่สอง : ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนได้เพิ่มอีกไม่เกิน 200,000 บาท หรือไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับ RMF/กองทุนเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เปรียบเทียบประกันชีวิตแต่ละแบบ สำหรับคนอยากลดหย่อนภาษี

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีผ่านการทำประกันชีวิต สามารถเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละแบบได้ดังนี้

 

 

ประเภทประกัน

 

 

 

 

ลดหย่อนสูงสุด

 

 

 

 

ระยะเวลาถือกรมธรรม์โดยประมาณ

 

 

 

 

เหมาะกับใคร

 

 

 

 

ประกันชีวิตตลอดชีพ

 

 

 

 

100,000 บาท

 

 

 

 

ระยะยาว คุ้มครองยาวถึงอายุ 90-99 ปี

 

 

 

 

ผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องการความคุ้มครองสูงและวางแผนส่งต่อมรดก

 

 

 

 

ประกันสะสมทรัพย์

 

 

 

 

100,000 บาท 

 

 

 

 

ระยะกลางถึงยาว ประมาณ 10 ปีขึ้นไป

 

 

 

 

ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยการออม ชอบความแน่นอน และอยากรับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา 

 

 

 

 

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

 

 

 

 

200,000 บาท

 

 

 

 

จ่ายเบี้ยฯ ต่อเนื่องจนถึงวัยเกษียณ และรับบำนาญต่อเนื่องหลังเกษียณ

 

 

 

 

ผู้มีรายได้สูงที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่ม และวางแผนกระแสเงินสดหลังเกษียณ

 

 

 

 

ประกันควบการลงทุน (Unit-Linked)

 

 

 

 

ตามค่าใช้จ่ายคุ้มครองชีวิต และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

 

 

 

 

ยืดหยุ่น ปรับแผนได้ตามช่วงชีวิต

 

 

 

 

ผู้ที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ และต้องการทั้งความคุ้มครองกับโอกาสเติบโตของเงินลงทุน 

 

 

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรฐกิจจากรัฐบาล อัปเดตปี 2569

3. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

ค่าใช้จ่ายกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ จะมีความเปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายในแต่ละปี ซึ่งสำหรับปีภาษี 2569 มีรายการที่น่าสนใจและสามารถนำมาลดหย่อนได้ ดังนี้

  • ค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (มาตรการใหม่) : สามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่อยู่อาศัยมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องเป็นการติดตั้งที่ได้มาตรฐานและมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)

  • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท

ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

ติดตั้ง Solar Rooftop ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่และมีเงื่อนไขอย่างไร?

สิทธิพิเศษสำหรับปีภาษี 2569 หากคุณปรับปรุงบ้านโดยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kWp) สามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 200,000 บาท 

ตัวอย่าง : หากคุณจ่ายค่าติดตั้งไป 150,000 บาท คุณสามารถนำยอด 150,000 บาทนี้มาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน โดยต้องขอใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์จากผู้รับเหมาเท่านั้น

จ่ายดอกเบี้ยบ้านไปเยอะ ลดหย่อนได้สูงสุดเท่าไหร่?

หากคุณกำลังผ่อนบ้าน สามารถนำ "ดอกเบี้ย" (ไม่รวมเงินต้น) มาลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท 

ตัวอย่าง : หากปี 2569 คุณจ่ายค่างวดบ้านไปรวม 250,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินต้น 120,000 บาท และดอกเบี้ย 130,000 บาท คุณจะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดที่เพดาน 100,000 บาท (อีก 30,000 บาทที่เกินมาจะไม่สามารถนำมาคำนวณได้) และหากกู้ร่วมกับคู่สมรส จะต้องหารแบ่งคนละ 50,000 บาท

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค อัปเดตปี 2569

4. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

เงินบริจาคในที่นี้ หมายถึงการบริจาคเงินให้กับองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลของรัฐ วัด หรือหน่วยงานอื่น ๆ ประกอบด้วย 3 หมวดด้วยกัน

เงื่อนไขสำคัญ: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมสรรพากรกำหนดให้การลดหย่อนภาษีด้วยเงินบริจาค ต้องผ่านระบบ e-Donation หรือการสแกน QR Code เพื่อส่งข้อมูลเข้าสรรพากรโดยตรงเท่านั้น ไม่สามารถใช้ใบเสร็จแบบกระดาษได้ 

  • เงินบริจาคกลุ่มลดหย่อนได้ 2 เท่า : ได้แก่ การบริจาคให้สถานพยาบาลของรัฐ, สภากาชาดไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รวมถึงหน่วยงานกีฬาที่เข้าเงื่อนไข สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)

  • เงินบริจาคทั่วไป (ลดหย่อน 1 เท่า) : เช่น การบริจาคให้วัด มูลนิธิ และสถานสาธารณกุศลทั่วไป ลดหย่อนได้เท่าที่จ่ายตามจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)

  • เงินบริจาคให้พรรคการเมือง : ลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท

ตัวอย่างสถานการณ์วางแผนลดหย่อนภาษีในกลุ่มเงินบริจาค

บริจาคแบบไหนลดหย่อนได้ 2 เท่า นับอย่างไร ?

การบริจาคเงินให้กลุ่มสถานพยาบาล โรงพยาบาลของรัฐ สภากาชาดไทย และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะได้รับสิทธิพิเศษในการหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดเงินบริจาคจริง (สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนแล้ว)

ตัวอย่าง : หากเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนหมวดอื่น ๆ ของคุณอยู่ที่ 500,000 บาท คุณจะมีเพดานหักลดหย่อนเงินบริจาคสูงสุด 10% คือ 50,000 บาท หากคุณสแกน QR Code (e-Donation) บริจาคให้สภากาชาดไทย 10,000 บาท สรรพากรจะคำนวณสิทธิให้คุณนำมาลดหย่อนได้ถึง 20,000 บาท (ซึ่งยังไม่เกินเพดาน 50,000 บาท) ถือเป็นการทำบุญที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างคุ้มค่าสุด ๆ

หยอดตู้บริจาคที่วัดแล้วขอใบอนุโมทนาบัตรกระดาษ ยังใช้ได้ไหมในปี 2569?

ไม่ได้แล้ว สำหรับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป สรรพากรยกเลิกการรับเอกสารบริจาคที่เป็นกระดาษทั้งหมด หากคุณต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี จะต้องใช้วิธี สแกน QR Code e-Donation ของวัดหรือมูลนิธินั้น ๆ ผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) เท่านั้น ซึ่งระบบจะถามว่าต้องการส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรเพื่อลดหย่อนภาษีหรือไม่ ให้กดยอมรับ ข้อมูลก็จะเข้าไปอยู่ในระบบพร้อมสำหรับการยื่นภาษีทันที

 

เอกสารลดหย่อนภาษีที่ต้องเตรียม อัปเดตปี 2569

สุดท้าย หากต้องการลดหย่อนภาษี สิ่งที่คุณต้องมีก็คือเอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อให้การเตรียมตัวยื่นภาษีของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ตกหล่น แต่หากใครที่ยังไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง เราได้ทำเช็กลิสต์เอกสารที่จำเป็นมาไว้ให้แล้ว ดังนี้

เช็กลิสต์เอกสารลดหย่อนภาษีแยกตามหมวด

  • เอกสารยืนยันรายได้หลัก

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากบริษัทหรือผู้ว่าจ้างทุกแห่งที่คุณได้รับรายได้ในปีนั้น

  • เอกสารสำหรับค่าลดหย่อนครอบครัว

  • สูติบัตร หรือ ทะเบียนบ้านที่มีชื่อบุตร (สำหรับลดหย่อนบุตร)

  • ใบเสร็จรับเงินค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตรจากสถานพยาบาล

  • สำเนาทะเบียนสมรส (สำหรับลดหย่อนคู่สมรส)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา (สำหรับลดหย่อนบิดามารดา)

  • บัตรประจำตัวคนพิการ หรือ หนังสือรับรองการเป็นผู้ดูแลผู้พิการ (สำหรับลดหย่อนอุปการะผู้พิการ)

  • เอกสารสำหรับประกันชีวิต / กองทุน

  • หนังสือรับรองการจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ  
    (หมายเหตุ: ปัจจุบันสามารถแจ้งบริษัทประกันภัยให้ส่งข้อมูลออนไลน์เข้ากรมสรรพากรได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลไปแสดงบนระบบ e-Filing อัตโนมัติ)

  • หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF หรือ Thai ESG

  • เอกสารสำหรับบริจาค / มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) สำหรับโครงการของรัฐ เช่น ค่าติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop)

  • หนังสือรับรองดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร

หมายเหตุ: สำหรับเงินบริจาค ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ข้อมูลจะเข้าระบบสรรพากรอัตโนมัติผ่านการสแกน QR Code (e-Donation) จึงไม่จำเป็นต้องเก็บใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษแล้ว

สามารถยื่นภาษีได้ที่ไหน?

หลังจากที่คุณได้รวบรวมเอกสารลดหย่อนภาษี 2569 ครบถ้วนและคำนวณภาษีที่ต้องชำระเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90/91) เพื่อขอใช้สิทธิลดหย่อนที่สะสมมา ซึ่งสามารถทำได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

  • การยื่นแบบออนไลน์ (E-Filing) สามารถยื่นแบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (RD) หรือแอปพลิเคชันมือถือ โดยสามารถยื่นได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - 8 เมษายน ของปีถัดไป (สำหรับปีภาษี 2569 จะยื่นช่วงต้นปี 2570)

  • การยื่นแบบกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาใกล้บ้าน โดยปกติจะยื่นได้ระหว่างเดือนมกราคม - 31 มีนาคม ของปีถัดไป

เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้รับเงินภาษีคืนมาเพื่อต่อยอดการลงทุนหรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นแล้ว

วางแผนภาษี สร้างความมั่นคงรอบด้าน! กับประกันชีวิตและสุขภาพ และประกันสะสมทรัพย์ ที่พรูเด็นเชียล ประเทศไทย

เปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้เป็นความคุ้มครองที่อุ่นใจ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเต็มแม็กซ์ หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยในการวางแผนภาษีของปีนี้ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นเครื่องมือที่คนวัยทำงานและผู้มีรายได้ทุกคนไม่ควรพลาด

เพราะนอกจากประกันชีวิตและประกันสุขภาพจะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้ว การทำประกันแบบสะสมทรัพย์เอาไว้ยังจะช่วยสร้างวินัยการออมให้คุณมีเงินก้อนในอนาคต พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตไปในตัว ที่สำคัญ เบี้ยประกันชีวิตทั้งสองประเภท ยังสามารถนำมารวมกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้ม ๆ สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปี โดยแบ่งเป็นสัดส่วนของค่าเบี้ยประกันสุขภาพสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ที่พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เรามีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่พร้อมตอบโจทย์คุณในทุกมิติ 

  • เจ็บป่วยเมื่อไหร่ก็อุ่นใจ : มอบความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุม ช่วยเซฟเงินเก็บของคุณให้ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาที่สูงขึ้นทุกปี

  • ออมเงินชัวร์ ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า : วางแผนการเงินให้เป๊ะกว่าเดิมด้วยประกันสะสมทรัพย์ที่ให้ทั้งความคุ้มครองชีวิตและเงินคืนตามระยะเวลาสัญญาที่แน่นอน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการล็อกเงินออมและไม่อยากเสี่ยง

  • สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเต็มวงเงิน : ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับการออกแบบมาให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ช่วยให้คุณผสมผสานแผนประกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 2569 ได้อย่างถูกต้องและตรงใจที่สุด

สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นวางแผนและอยากรู้เทคนิคการเลือกซื้อประกันสุขภาพให้ตอบโจทย์ เพื่อนำมามิกซ์แอนด์แมตช์กับแผนภาษีของคุณ สามารถเข้าไปอ่านคำแนะนำดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่บทความ: สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี

หรือเลือกซื้อประกันภัยและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1621

 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. วางแผนยื่นภาษีปี 2569 รวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.etaxwise.com/blog/13129/วางแผนยื่นภาษีปี-2569-รวมสิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ 

  2. เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี ยื่นปี 2569 แบบไหนคุ้มสุด. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.etaxgo.com/blog/tips/thai-tax-deductions-checklist-2025/ 

  3. สรุปรายละเอียด สูตรใหม่ลดหย่อนภาษี ! เตรียมเสนอปรับใช้ในปี 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.finnomena.com/z-admin/tax-deduction-2026/ 

  4. เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2568 มีอะไรบ้าง?. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://flowaccount.com/blog/tax-deductible-donations/ 

  5. ติดโซลาร์เซลล์ที่บ้าน ลดหย่อนภาษี 200,000 บาท สรุปเงื่อนไข สิ่งสำคัญที่ต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.finnomena.com/z-admin/solar-rooftop-tax/ 

  6. ครม.ไฟเขียวสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า บริจาคผ่าน e-Donation ให้ 9 มูลนิธิ. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://today.line.me/th/v3/article/wJKrJaR 

  7. เงินบริจาคลดหย่อนภาษี 2569 ต้องรู้ บริจาคแบบไหนได้สิทธิ์ เท่าไร และต้องผ่าน e-Donation. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.thairath.co.th/money/personal_finance/finance_banking/2920015 

  8. ยกเลิกใบอนุโมทนาบัตร! บริจาคลดหย่อนภาษีต้องผ่าน e-Donation เท่านั้น เริ่มปี 2569. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bangkokbiznews.com/finance/1235455 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา (FAQs)

สำหรับปีภาษี 2569 ต้องยื่นแบบแสดงรายการ (ภ.ง.ด.90/91) ภายในช่วงต้นปี 2570 โดยหากยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ (E-Filing) จะสามารถยื่นได้ถึงประมาณสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน แต่หากยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากร จะยื่นได้ถึงสิ้นเดือนมีนาคม ตามกำหนดของกรมสรรพากร

ได้ ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อขอแก้ไขข้อมูลได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (ปกติคือภายใน 3 ปีนับจากวันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีของปีภาษีนั้นๆ) แต่หากเลยกำหนดหรือเอกสารไม่ครบถ้วน อาจทำให้เสียสิทธิ์ในการขอคืนภาษี แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น หรือปรึกษากรมสรรพากรทุกครั้ง

สามารถใช้สิทธิได้เช่นกัน ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกประเภท สามารถใช้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกันชีวิต กองทุน และเงินบริจาคได้เช่นเดียวกัน จะแตกต่างกันเพียงแค่วิธีการหักค่าใช้จ่ายตามประเภทของเงินได้ (เช่น เงินเดือน, ค่าจ้างทำของ, ค่าลิขสิทธิ์ ฯลฯ) ก่อนนำมาคำนวณเป็นเงินได้สุทธิเท่านั้น

แม้รายได้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี แต่การเริ่มต้นวางแผน เช่น การทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือลงทุนในกองทุนเพื่อการเกษียณตั้งแต่วันนี้ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง สร้างวินัยการออมที่ดี และเป็นการเตรียมฐานสิทธิลดหย่อนให้พร้อมสำหรับอนาคตเมื่อคุณมีรายได้สูงขึ้นจนถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระยะเวลาที่ถือครองของแต่ละคน โดยในปีภาษี 2569 กองทุนที่นิยมใช้ลดหย่อน ได้แก่ RMF (เหมาะกับคนวางแผนเกษียณ ลดหย่อนสูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท) และ Thai ESG (ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ถือครอง 5 ปี) แนะนำให้เลือกตามนโยบายกองทุนที่รับความเสี่ยงได้ และควรปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนก่อนตัดสินใจ 

ยังได้ประโยชน์อยู่ แม้ผลตอบแทนของกองทุนรวม (เช่น RMF, Thai ESG) อาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาด แต่ผู้ลงทุนจะยังคงได้รับประโยชน์จากการนำยอดเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีในปีที่ซื้อ ซึ่งช่วยลดภาระภาษีหรือเพิ่มยอดเงินคืนภาษีได้ทันที นอกจากนี้ หากถือครองครบตามเงื่อนไขที่กำหนด กำไรส่วนต่างที่ได้จากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีด้วย