เลือกภาษา

เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกสถานการณ์ ในชีวิตคุณ กับบริการพิเศษ "กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์" จากพรูเด็นเชียล

สิทธิประโยชน์ที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจกับทุกสถานการณ์ กับบริการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ สำหรับลูกค้าพรูเด็นเชียลประกันชีวิต จะกู้ผ่าน PRUConnect หรือจัดส่งเอกสารมายังบริษัทฯ ก็กู้ง่าย กู้ไว ได้รับเงินเข้าบัญชีอย่างรวดเร็ว
Add Line Prudential Thailand
กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์

กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ผ่าน PRUConnect

รายละเอียดการกู้เงินตามกรมธรรม์บน PRUConnect

กู้ง่ายเพียงไม่กี่นาที ขั้นตอนน้อย สามารถตรวจสอบจํานวนเงินที่กู้ยืมและดอกเบี้ยได้ด้วยตนเอง ผ่าน PRUConnect บน LINE Official Account Prudential

 

การกู้ผ่าน PRUConnect เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ต้องการทําธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ และไม่ต้องการส่งเอกสารที่สาขาหรือไปรษณีย์

  • ต้องการกู้ยืมเงินภายในวงเงิน 2 ล้านบาทต่อกรมธรรม์

  • ผู้เอาประกันภัยมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

 

ข้อกําหนดกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สามารถใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ได้ มีดังนี้

  • สถานะกรมธรรม์ต้องมีผลบังคับ และมีมูลค่าเงินสดมากกว่า 1,000 บาท (หลังจากหักหนี้สินและดอกเบี้ยแล้ว)

  • วันสิ้นสุดสัญญากรมธรรม์ มากกว่า 1 เดือน

  • กรมธรรม์ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญา

  • กรณีกรมธรรม์บํานาญต้องยังไม่มีการเงินจ่ายเงินบํานาญ

 

ข้อกําหนดและเงื่อนไขการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ผ่าน PRUConnect

1. ผู้ที่มีสิทธิขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ต้องเป็นผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ขอกู้ยืมเงินเท่านั้น

2. ผู้เอาประกันภัยต้องระบุข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงยอมรับและปฏิบัติตามข้อกําหนดและเงื่อนไขการขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ที่ปรากฏในระบบ PRUConnect

3. ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อกรมธรรม์และต่อวัน ทั้งนี้ บริษัทฯ จะอนุมัติจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ดังกล่าวไม่เกินจํานวนมูลค่าเงินเวนคืนกรมธรรม์ ณ วันที่ขอใช้สิทธิฯ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กําหนด

4. กรณีที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติคําขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยมีภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิมรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) หรือมีค่าเบี้ยประกันภัยที่เกินกําหนดชําระมากกว่า 30 วัน บริษัทฯ จะทําการหักเงินภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิมรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้างชําระเกินกว่า 30 วัน และค่าอากรแสตมป์ในวงเงินกู้ใหม่ออกก่อน

5. การคิดอัตราดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ บริษัทฯ จะคิดดอกเบี้ยทบต้นในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยที่ใช้ในการคํานวณเบี้ยประกันภัยตามที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ของท่าน อีกร้อยละ 2 ต่อปี ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเล่มกรมธรรม์ หมวดที่ 4 การกู้ยืมเงิน สําหรับการกําหนดอัตราดอกเบี้ยในการคํานวณเบี้ยประกันภัยที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ดังกล่าวอาจไม่เท่ากันซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละแบบประกัน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.
ตัวอย่างการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ หากในตารางกรมธรรม์ระบุว่า การประกันชีวิตใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ในการคํานวณเบี้ยประกันภัย ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับดอกเบี้ยที่ระบุในหน้าตารางกรมธรรม์ คือ ร้อยละ 5 ต่อปี บวกด้วย ดอกเบี้ยทบต้นอีกร้อยละ 2 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี เป็นต้น

6. เมื่อบริษัทฯ อนุมัติเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์แล้ว บริษัทฯ จะโอนเงินกู้ยืมดังกล่าวที่หักชําระเงินตามเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ผ่านบัญชีธนาคารของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น

7. กรณีที่เมื่อบริษัทฯ โอนเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์เข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้เอาประกันภัยระบุแล้ว ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัยได้รับเงินกู้ยืมตามวันและเวลาที่เงินกู้ยืมได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวแล้ว

8. การพิจารณาอนุมัติการขอกู้ยืมเงินและจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ เป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

9. ในกรณีที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติการขอกู้ยืมเงินและจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมตามกรมธรรม์ วันที่ทําสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์จะเป็นวันที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติ

10. กรณีขอยกเลิกคําร้องขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ ภายในเวลา 9:00 น. นับถัดจากวันที่ยื่นคําร้องขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ผ่านระบบ PRUConnect ผ่านทางศูนย์บริการลูกค้า 1621 หรือ ผ่านทางอีเมล hotline@prudential.co.th มิฉะนั้น บริษัทฯ จะถือว่าคําขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ครั้งนี้ของท่านมีผลสมบูรณ์

หมายเหตุเพิ่มเติม
  • การกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ เฉพาะกรมธรรม์ที่มีผลบังคับและมีสถานะปกติ (ไม่ได้ใช้สิทธิในการแปลงกรมธรรม์แบบใช้เงินสําเร็จและกรมธรรม์แบบขยายเวลา)
  • หากกรมธรรม์มีค่าเบี้ยประกันภัยที่เกินกําหนดชําระมากกว่า 30 วัน บริษัทฯ จะหักเงินภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิมรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้างชําระเกินกว่า 30 วัน และค่าอากรแสตมป์ในวงเงินกู้ใหม่ออกก่อน
  • กรมธรรม์จะสิ้นสุดผลบังคับเมื่อเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยที่ค้างชําระมีมูลค่ามากกว่าค่าเวนคืนกรมธรรม์
  • ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้ตามสิทธิกรมธรรม์ โดยจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมได้นั้นจะไม่เกินกว่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ที่มีอยู่ในขณะนั้นหักด้วยหนี้สินใดๆ ที่ผูกพันตามกรมธรรม์และเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่บริษัทฯ กําหนด
    โปรดศึกษารายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์

กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์โดยส่งเอกสารมายังบริษัทฯ

รายละเอียดการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์โดยการส่งเอกสารมายังบริษัทฯ
กู้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต วิธีการกู้ยืมเงินแบบที่คุ้นเคย เพียงกรอกข้อมูลลงในเอกสารและเตรียมเอกสารประกอบการพิจารณา จากนั้นนําส่งเอกสารทั้งหมดมายังบริษัทฯ ด้วยตนเอง หรือมอบอํานาจให้ผู้อื่นมายื่นแทน หรือส่งนําเอกสารมายังบริษัทฯ ทางไปรษณีย์

การกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์โดยการนําส่งเอกสารมายังบริษัทฯ เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่ไม่สะดวกทําธุรกรรมผ่านทางออนไลน์
  • ต้องการนําส่งเอกสารมายังบริษัทฯ ด้วยตนเอง หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์
  • ต้องการกู้ยืมเงินที่มีจํานวนมากกว่า 2 ล้านบาท หรือต่ํากว่า 1000 บาท ต่อกรมธรรม์
  • ผู้เอาประกันภัยมีอายุต่ํากว่า 20 ปีบริบูรณ์

 

โดยกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สามารถกู้ได้จะต้องตรงตามเงื่อนไข ดังนี้

  • มีสถานะมีผลบังคับและมีมูลค่าเงินสด
  • วันสิ้นสุดสัญญาต้องไม่น้อยกว่า 1 เดือน
  • กรณีเป็นกรมธรรม์ประเภทบํานาญจะไม่สามารถกู้ได้หากมีการจ่ายเงินบํานาญครั้งแรกไปแล้ว

 

ขั้นตอนการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์โดยส่งเอกสารมายังสํานักงานใหญ่

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ดังนี้

กรณียื่นกู้ด้วยตัวเอง
1. แบบฟอร์มคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย ดาวน์โหลด
2. แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ดาวน์โหลด ดูตัวอย่าง
3. สําเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีชื่อผู้เอาประกันภัย
4. สําเนาภาพถ่ายหน้าตรงของผู้เอาประกันภัย
5. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องโดยผู้เอาประกันภัย
กรณีผู้เยาว์ : เพิ่มสําเนาบัตรประชาชนของผู้เยาว์ พร้อมทั้ง บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ลงนามรับรองสําเนาถูกต้อง

กรณีโอนสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์แล้ว
1. แบบฟอร์มคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย ดาวน์โหลด
2. แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ลงนามโดยผู้ได้รับโอนสิทธิ ดาวน์โหลด ดูตัวอย่าง
3. สําเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีชื่อผู้ได้รับโอนสิทธิ
4. สําเนาภาพถ่ายหน้าตรงของผู้ได้รับโอนสิทธิ
5. สําเนาบัตรประชาชนของผู้ได้รับโอนสิทธิ และรับรองสําเนาถูกต้อง

ยื่นเอกสารได้ที่ พรูเด็นเชียลประกันชีวิต สํานักงานใหญ่ อาคาร มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 30 ดูแผนที่
หรือ ส่งเอกสารมายัง เลขที่ 944 มิตรทาวน์ ออฟฟิศ ทาวเวอร์ ชั้น 10, 29-31 ถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

ท่านจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีภายในระยะเวลา 5 วันทําการ หลังจากบริษัทฯ ได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน

ข้อกําหนดและเงื่อนไขการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์โดยการส่งเอกสารไปยังสำนักงานใหญ่

1. ผู้ที่มีสิทธิขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ต้องเป็นผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ขอกู้ยืมเงินเท่านั้น

2. ผู้เอาประกันภัยต้องระบุข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงยอมรับและปฏิบัติตามข้อกําหนดและเงื่อนไขการขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์

3. ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ตามมูลค่าเงินสดที่มีในกรมธรรม์ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะอนุมัติจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ดังกล่าวไม่เกินจํานวนมูลค่าเงินเวนคืนกรมธรรม์ ณ วันที่ขอใช้สิทธิฯ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กําหนด

4. กรณีที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติคําขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยมีภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิม รวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) หรือมีค่าเบี้ยประกันภัยที่เกินกําหนดชําระมากกว่า 30 วัน บริษัทฯ จะทําการหักเงินภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิม รวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้างชําระเกินกว่า 30 วัน และค่าอากรแสตมป์ในวงเงินกู้ใหม่ออกก่อน

5. การคิดอัตราดอกเบี้ยจากการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ บริษัทฯ จะคิดดอกเบี้ยทบต้นในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยที่ใช้ในการคํานวณเบี้ยประกันภัยตามที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ของผู้เอาประกันภัย อีกร้อยละ 2 ต่อปี ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเล่มกรมธรรม์ หมวดที่ 4 การกู้ยืมเงิน สําหรับการกําหนดอัตราดอกเบี้ยในการคํานวณเบี้ยประกันภัยที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ดังกล่าวอาจไม่เท่ากันซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละแบบประกัน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ตัวอย่างการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ หากในตารางกรมธรรม์ระบุว่า การประกันชีวิตใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ในการคํานวณเบี้ยประกันภัย ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับดอกเบี้ยที่ระบุในหน้าตารางกรมธรรม์ คือ ร้อยละ 5 ต่อปี บวกด้วย ดอกเบี้ยทบต้นอีกร้อยละ 2 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี เป็นต้น

6. เมื่อบริษัทฯ อนุมัติเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์แล้ว บริษัทฯ จะโอนเงินกู้ยืมดังกล่าวที่หักชําระเงินตามเงื่อนไขข้างต้นแล้ว ผ่านบัญชีธนาคารของผู้เอาประกันภัยเท่านั้น

7. กรณีที่เมื่อบริษัทฯ โอนเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์เข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้เอาประกันภัยระบุแล้ว ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัยได้รับเงินกู้ยืมตามวันและเวลาที่เงินกู้ยืมได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวแล้ว

8. การพิจารณาอนุมัติการขอกู้ยืมเงินและจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ เป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ

9. ในกรณีที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติการขอกู้ยืมเงินและจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมตามกรมธรรม์ วันที่ทําสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์จะเป็นวันที่บริษัทฯ พิจารณาอนุมัติ

10. กรณีขอยกเลิกคําร้องขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบ ภายในเวลา 9:00 น. นับถัดจากวันที่ยื่นคําร้องขอกู้ยืมเงินตามเข้ามายังบริษัท ผ่านทางศูนย์บริการลูกค้า 1621 หรือ ผ่านทางอีเมล hotline@prudential.co.th มิฉะนั้น บริษัทฯ จะถือว่าคําขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ครั้งนี้ของท่านมีผลสมบูรณ์

หมายเหตุเพิ่มเติม
  • สิทธิการกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ เฉพาะกรมธรรม์ที่มีผลบังคับ และมีสถานะปกติ (ไม่ได้ใช้สิทธิในการแปลงกรมธรรม์แบบใช้เงินสําเร็จและกรมธรรม์แบบขยายเวลา)
  • หากกรมธรรม์มีค่าเบี้ยประกันภัยที่เกินกําหนดชําระมากกว่า 30 วัน บริษัทฯ จะหักเงินภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิมรวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ค้างชําระเกินกว่า 30 วัน และค่าอากรแสตมป์ในวงเงินกู้ใหม่ออกก่อน
  • กรมธรรม์จะสิ้นสุดผลบังคับเมื่อเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยที่ค้างชําระมีมูลค่ามากกว่าค่าเวนคืนกรมธรรม์
  • ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้ตามสิทธิกรมธรรม์ โดยจํานวนเงินที่ขอกู้ยืมได้นั้นจะไม่เกินกว่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ที่มีอยู่ในขณะนั้นหักด้วยหนี้สินใดๆ ที่ผูกพันตามกรมธรรม์และเงื่อนไขอื่นๆ ตามที่บริษัทฯ กำหนด
  • เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ดังนี้
    1. แบบฟอร์มคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอใช้สิทธิกู้เงินตามกรมธรรม์ประกันภัย ดาวน์โหลด
    2. แบบฟอร์มสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ดาวน์โหลด
    3. สําเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีชื่อผู้เอาประกันภัย
    4. สําเนาภาพถ่ายหน้าตรงของผู้เอาประกันภัย
    5. สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนพร้อมรับรองสําเนาถูกต้องโดยผู้เอาประกันภัย
    กรณีผู้เยาว์ : เพิ่มสําเนาบัตรประชาชนของผู้เยาว์ พร้อมทั้ง บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ลงนามรับรองสําเนาถูกต้อง
  • โปรดศึกษารายละเอียดในสัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์

ข้อมูลเพิ่มเติม และคำถามที่พบบ่อย

กู้ผ่าน PRUConnect หรือ ยื่นเอกสาร แบบไหนดีกว่ากัน
  • กู้ผ่านช่องทาง PRUConnect สะดวก ง่าย รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาในการยื่นเอกสาร ใช้เวลาภายใน 2 วันทําการ เหมาะสําหรับผู้ที่มีเวลาน้อย หรือไม่สะดวกเดินทาง และต้องการกู้ยืมเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • กู้ผ่านช่องทางไปรษณีย์ หรือยื่นเอกสารด้วยตนเอง เหมาะสําหรับผู้ที่ต้องการกู้ยืมเงินมูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท หรือกรณีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยยังไม่บรรลุนิติภาวะ สามารถยื่นเอกสารได้ด้วยตนเองที่สํานักงานใหญ่ หรือนําส่งคําร้องพร้อมเอกสารมาทางไปรษณีย์ ใช้เวลาภายใน 5 วัน หลังจากที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารแล้ว
“มูลค่าเงินสดในกรมธรรม์” คืออะไร?
มูลค่าเงินที่สะสมไว้ในกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เกิดขึ้นจากการชําระค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งถ้ายิ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยนาน มูลค่าเงินสดก็จะสะสมอยู่ในกรมธรรม์มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ มูลค่าเงินสดจะเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

มีมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ ดีอย่างไร?

มูลค่าเงินสดในกรมธรรม์เปรียบเสมือนเงินฉุกเฉินในยามจําเป็น ซึ่งช่วยให้เราสามารถบริหารจัดการกรมธรรม์ได้ เช่น

  • กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ คือ การนํามูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ประกันชีวิตในขณะนั้นออกมาใช้ก่อน โดยคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่บริษัทฯ กําหนด โดยที่ผลประโยชน์ต่างๆ ของกรมธรรม์ยังมีผลตามเดิม แต่หากมูลค่าเงินกู้บวกดอกเบี้ยค้างชําระ มีมูลค่ารวมกันสูงกว่ามูลค่าเงินสดเมื่อไหร่ กรมธรรม์จะสิ้นสุดความคุ้มครองทันที
  • เวนคืนกรมธรรม์ คือ การหยุดจ่ายเบี้ยประกันฯ และขอเวนคืนเงินมูลค่าเงินทั้งหมดคืนมา วิธีนี้จะได้เงินก้อนหนึ่งกลับคืนมา (เท่ากับมูลค่าเงินสดทั้งหมดที่มีอยู่ในกรมธรรม์) ซึ่งเมื่อเวนคืนแล้ว สัญญาประกันชีวิตถือเป็นอันสิ้นสุดทันที
  • แปลงกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสําเร็จ คือ การหยุดจ่ายเบี้ยประกันฯ แล้วขอใช้สิทธิที่ทําให้กรมธรรม์ยังมีการคุ้มครองชีวิตต่อไปจนครบสัญญาเหมือนเดิม และเมื่อครบสัญญาก็จะได้รับเงินครบสัญญาก้อนหนึ่ง แต่มูลค่าความคุ้มครองชีวิตและเงินครบสัญญาที่จะได้อาจจะลดลงจากเดิม
  • แปลงกรมธรรม์เป็นการประกันภัยแบบขยายเวลา คือ การหยุดจ่ายเบี้ยประกัน และขอใช้สิทธิที่ทําให้กรมธรรม์ยังมีการคุ้มครองชีวิตต่อไป โดยที่มูลค่าความคุ้มครองชีวิตเท่าเดิม แต่ระยะเวลาที่คุ้มครองชีวิตอาจจะไม่ครบสัญญาเหมือนเดิม
ดอกเบี้ยจากการขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์คิดอย่างไร ?

บริษัท ฯ จะคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ของคุณ และจะคิดดอกเบี้ยทบต้นในอัตราที่สูงขึ้นจากดอกเบี้ยดังกล่าวอีกร้อยละ 2 ต่อปี

ทั้งนี้ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเล่มกรมธรรม์ หมวดที่ 4 การกู้ยืมเงิน

สําหรับการกําหนดอัตราดอกเบี้ยในการคํานวณเบี้ยประกันภัยที่ปรากฏในหน้าตารางกรมธรรม์ดังกล่าวอาจไม่เท่ากันซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละแบบประกัน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

ตัวอย่างการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ หากในตารางกรมธรรม์ระบุว่า การประกันชีวิตใช้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ในการคํานวณเบี้ยประกันภัย ดังนั้น ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับดอกเบี้ยที่ระบุในหน้าตารางกรมธรรม์ คือ ร้อยละ 5 ต่อปี บวกด้วย ดอกเบี้ยทบต้นอีกร้อยละ 2 ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์จะเท่ากับร้อยละ 7 ต่อปี เป็นต้น

วิธีตรวจสอบยอดเงินที่สามารถกู้เงินสดตามกรมธรรม์

คุณสามารถตรวจสอบมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์ได้ในช่องทางดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบด้วยตนเอง ผ่าน PRUConnect โดยเข้าไปที่เมนู กู้ยืมเงินตามกรมธรรม์
  • ผ่าน Line @PrudentialThailand เมนู Live chat วันและเวลาทําการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30-19.00 น.
  • ส่งอีเมลมาที่ hotline@prudential.co.th
  • ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า 1621 วันและเวลาทําการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30-19.00 น. และวันเสาร์ เวลา 8.30-16.00 น. (ยกเว้น วันอาทิตย์ และวันหยุดประจําปี)
วิธีการตรวจสอบยอดค้างชําระ และการชําระเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์

คุณสามารถตรวจสอบยอดค้างชําระผ่านทาง PRUConnect หรือ เอกสารใบเตือนที่บริษัทฯ จัดส่ง และชําระคืนเงินกู้ยืมตามสิทธิกรมธรรม์ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

1. ชําระที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือจุดบริการรับชําระ ตามที่ระบุในเอกสารใบเตือนที่บริษัทฯ จัดส่ง

2. ชําระผ่าน Mobile Banking ของธนาคารต่างๆ ดังนี้ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารยูโอบี, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร, ธนาคารทิสโก้, ธนาคารซีไอเอ็มบี, ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ทั้งนี้คุณสามารถเลือกชำระเพียงบางส่วนหรือเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยก็สามารถทำได้ หากกรณีที่ท่านไม่มียอดเบี้ยประกันที่เกินกำหนดชำระมากกว่า 30 วัน หรือไม่มีหนี้สินจากการกู้ชำระเบี้ยอัตโนมัติคงค้างอยู่ บริษัทฯ จะนำยอดที่คุณชำระทั้งหมดไปหักจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ก่อนและนำไปหักเงินต้นที่เหลือตามลำดับ

หากต้องการยกเลิกการขอกู้ยืมเงิน ก่อนที่บริษัทฯ จะอนุมัติต้องทําอย่างไร

หากต้องการยกเลิกการกู้ยืมเงิน หลังจากนําส่งเอกสารเข้ามายังบริษัทฯ หรือยื่นคําร้องผ่าน PRUConnect แล้ว คุณสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

1. ติดต่อ ศูนย์บริการลูกค้า 1621

2. ส่งอีเมลมายัง hotline@prudential.co.th

ทั้งนี้ คุณต้องแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการขอกู้ยืมเงินก่อน 9.00 น.ของวันทําการถัดจากวันที่ท่านยื่นคําร้อง

กรณีเคยกู้ยืมเงินจากกรมธรรม์แล้ว และต้องการขอกู้ยืมเงินเพิ่มจะต้องทําอย่างไร

กรณีที่เคยกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ไปแล้ว แต่ยังคงมีมูลค่าเงินสดเหลืออยู่ในกรมธรรม์ คุณสามารถดําเนินการกู้ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่ PRUConnect หรือนําส่งเอกสารมายังบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะโอนเงินกู้ยืมดังกล่าวที่หักชําระภาระหนี้คงค้างตามวงเงินกู้เดิม รวมถึงดอกเบี้ย (ถ้ามี) ให้คุณผ่านบัญชีธนาคาร

หากต้องการกู้ยืมเงินมากกว่า 2 ล้านบาท ต้องทําอย่างไร
กรณีต้องการกู้ยืมเงินมากกว่า 2 ล้านบาท คุณจะต้องยื่นเอกสารการขอกู้ยืมเงินที่พรูเด็นเชียล สํานักงานใหญ่ หรือนําส่งเอกสารทางไปรษณีย์
หากเจ้าของกรมธรรม์เป็นผู้เยาว์ จะสามารถกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ได้หรือไม่

กรณีผู้เอาประกันภัยมีอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้

1. แบบฟอร์มคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันภัย

2. สัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ที่มีการลงนามของผู้เอาประกันภัย และ บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม

3. สําเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีชื่อบิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม

4. สําเนาภาพถ่ายหน้าตรงของผู้เอาประกันภัย

5. สําเนาภาพถ่ายหน้าตรงของบิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม

6. สําเนาบัตรประชาชนของผู้เยาว์ ที่ลงนามรับรองสําเนาถูกต้อง

7. สําเนาบัตรประชาชนของบิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ลงนามรับรองสําเนาถูกต้อง

เพราะเหตุใดจึงไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ การขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ และต้องทําอย่างไร?

บริษัทฯ จะพิจารณาอนุมัติการขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. มูลค่าเงินสด
กรณีมูลค่าเงินสดไม่เพียงพอในการขอกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ คุณอาจต้องรอให้กรมธรรม์มีมูลค่าก่อน จึงค่อยกลับมาทําการกู้ยืมเงินใหม่อีกครั้ง

2. เอกสารไม่ครบถ้วน
กรณีเอกสารไม่ครบถ้วน บริษัทฯ จะแจ้งข้อมูลเอกสารที่คุณต้องนําส่งเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทฯ ดําเนินการพิจารณาใหม่อีกครั้ง

3. อื่นๆ
บริษัทฯ จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กําหนด เช่น หากกรมธรรม์ใช้สิทธิแปลงกรมธรรม์แบบใช้เงินสําเร็จหรือกรมธรรม์แบบขยายเวลาแล้ว กรมธรรม์ประเภทบํานาญที่มีการจ่ายเงินบํานาญแล้ว หรือ วันสิ้นสุดสัญญากรมธรรม์น้อยกว่า 1 เดือน จะไม่สามารถกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ได้

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ผ่านทาง Line Live chat หรือส่งอีเมลมายัง hotline@prudential.co.th หรือศูนย์บริการลูกค้า 1621

กรณีกรมธรรม์ใกล้ครบกําหนดสัญญาแต่ยังคงมีหนี้สินจากเงินกู้ยืมตามสิทธิกรมธรรม์ ต้องทําอย่างไร?
บริษัทฯ จะดําเนินการหักหนี้สินคงค้างทั้งหมดออกจากเงินครบสัญญาก่อนจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อกรมธรรม์ครบกําหนดสัญญา
กรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างชําระหนี้เงินกู้ยืมตามสิทธิกรมธรรม์ ต้องทําอย่างไร?
บริษัทฯ จะดําเนินการหักหนี้สินคงค้างทั้งหมดออกจากเงินค่าสินไหมมรณกรรมก่อนจ่ายให้แก่ผู้รับประโยชน์
การขออนุมัติกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ ใช้ระยะเวลาการดําเนินการเท่าไหร่ ?
  • กรณีดำเนินการผ่านทาง PRUConnect ใช้ระยะเวลาภายใน 2 วันทำการ

  • กรณีดำเนินการผ่านการส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หรือส่งเอกสารด้วยตนองที่สำนักงานใหญ่ ใช้ระยะเวลาภายใน 5 วันทําการ หลังจากบริษัทฯ ได้รับเอกสารครบถ้วน

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1621 หรืออีเมล hotline@prudential.co.th
วันและเวลาทำการ: วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 8.30 - 19.00 น. และวันเสาร์ เวลา 8.30 - 16.00 น.
(ยกเว้น วันอาทิตย์ และวันหยุดประจำปี)