เลือกภาษา
close
pulse fat

เช็คสุขภาพพุง เพื่อสุขภาพที่ดีกับพรูเด็นเชียล

ตาชั่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด!!

ปัญหาสุขภาพอันดับต้นของสังคมในขณะนี้คือ โรคจากพฤติกรรมทางสุขภาพ การบาดเจ็บจากอุบัติภัย โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แม้ว่าปัญหาพฤติกรรมสุขภาพจะมีแนวโน้มลดลง ได้แก่ การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา อย่างไรก็ตามปัญหาสุขภาพที่เกิดจากพฤติกรรมและวิถีชีวิตยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งมีผลแทรกซ้อนต่ออุบัติการณ์โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาสุขภาพส่วนบุคคล รวมถึงเป็นปัญหาต่อระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ

ลดพุง ลดโรค!

ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และมะเร็ง

การวิจัยพบว่าภาวะอ้วนลงพุงมีความสัมพันธ์กับภาวะต้านอินซูลิน ภาวะเบาหวานและโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ภาวะอ้วนส่งผลให้ปีสุขภาวะลดลงจากการทำให้เกิดโรคเรื้อรัง มีผลต่อคุณภาพชีวิตและความสูญเสียทางเศรษฐกิจเนื่องจากเพิ่มค่าใช้จ่ายทางสุขภาพและการสูญเสียปีสุขภาวะจากภาวะพิการ และการตายก่อนวัยอันควร

บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดอาจมีเพียงปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัย (ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน คอเลสเตอรอลรวมสูง อ้วน และการสูบบุหรี่ประจำ) การสำรวจภาวะสุขภาพครั้งที่ 5 ในปี 2557 พบว่าในประชากรหญิงไทย ร้อยละ 35.3 มี 1 ปัจจัยเสี่ยง และร้อยละ 26.4 มีตั้งแต่2 ปัจจัยเสี่ยงขึ้นไป

 

รู้หรือไม่!!

  • 4 ใน 10 คนของผู้หญิงไทยอยู่ในเกณฑ์อ้วน (BMI ≥ 25) และร้อยละ 3 ของผู้หญิงอยู่ในภาวะอ้วนลงพุง

  • เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2552 ภาวะอ้วนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในผู้หญิงเพิ่มจากร้อยละ 40.7 เป็นร้อยละ 41.8

  • ภาวะอ้วนลงพุงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากการสำรวจปี 2552 ในผู้หญิงร้อยละ 0 เพิ่มเป็นร้อยละ 51.3 ในปี 2557 หรือ เพิ่มขึ้นถึง 6.3%

  • โดยผู้หญิงในภาคกลางและกรุงเทพฯ มีภาวะอ้วนลงพุงสูงสุด (ร้อยละ 1 และ 54.0 ตามลำดับ)

  • ผู้หญิงอายุ 30-44 ปี จะมีรอบเอวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจากช่วงอายุ 15-29 ปี มากถึง 3 นิ้ว

  • ผู้หญิงร้อยละ 9 ชอบกินของผัดของทอด

วิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย

การลดน้ำหนัก ประกอบด้วย การคุมอาหารและออกกำลังกาย หรืออาจพิจารณาใช้ยาลดน้ำหนักร่วมด้วย ว่าไปแล้วหากลดแคลอรี่จากอาหารที่รับประทานลงวันละประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ จะสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ยสัปดาห์ละ ครึ่งกิโลกรัม หรือ 1-2 กิโลกรัมต่อเดือน สูตรอาหารลดน้ำหนักมีหลายชนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพลดน้ำหนักในระยะสั้นแตกต่างกัน แต่ในระยะยาวประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักคล้ายคลึงกัน หากสามารถปฏิบัติได้ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ หากจะลดน้ำหนักโดยใช้สูตรลดแป้ง หรือโลว์คาร์บ (low carbohydrate) และสูตรอาหารคีโตเจนิค (ketogenic diet) เนื่องจากอาจมีความจําเป็นต้องปรับยาเบาหวาน เพื่อลดการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ และเฝ้าระวังการเกิดภาวะเลือดเป็นกรด (DKA) โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1

ให้เราสังเกตดู เมื่อลดน้ำหนักโดยควบคุมอาหารไปสักระยะหนึ่ง น้ำหนักจะลดช้าลง เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อลดลง  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และไม่ให้น้ำหนักกลับเพิ่มขึ้นอีก หรือที่เรียกว่าภาวะ “โยโย่” การออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น ทำได้ง่ายๆ โดยเดินเพิ่มขึ้น อาจเดินพื้นราบ เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์หรือบันไดเลื่อน ถีบจักรยานระยะทางสั้น ๆ นอกจากออกกำลังกายแล้ว ยังลดมลภาวะจากน้ำมันรถได้อีกด้วย

เห็นหรือยังว่าการมีสุขภาพดีมีความสำคัญอย่างไร หลักการสำคัญของการลดน้ำหนักและมีสุขภาพที่ดี คือการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ให้ปริมาณแคลอรี่ที่รับเข้าไปสมดุลกับพลังงานที่ถูกนำไปใช้ ฝึกการรับประทานให้เป็นเวลา วันละ 3 มื้อ และไม่กินพร่ำเพรื่อระหว่างมื้อ ลดของหวาน ขนมหวาน และน้ำหวานต่างๆ

อ้างอิง: รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 จัดทำโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

การสํารวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ. 2560 จัดทำโดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ลดความอ้วนอย่างไรไม่เกิดอันตราย โดย รศ.พญ.นันทกร ทองแตง และผศ.นพ.พรพจน์ เปรมโยธิน ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

A phone with Pulse app

Pulse by Prudential
เราคือ แอปฯ สุขภาพคู่ใจ ที่ให้คุณได้ใช้ฟรี!