เลือกภาษา
close
ผู้หญิงกำลังเกาแขน เนื่องจากมีอาการผื่นคันตามตัว
เคล็ด (ไม่) ลับ น่ารู้ - พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

ห้ามมองข้าม! อาการผื่นคันตามตัวที่เป็นสัญญาณจากร่างกาย

หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาผื่นคันตามตัว ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุทั่วไปอย่าง แพ้อากาศ แมลงกัดต่อย หรือผิวแห้ง จนคิดว่าเป็นเรื่องปกติทำให้เกิดการละเลยเมื่อมีอาการ แต่รู้หรือไม่ ? ว่าบางครั้งผื่นคันเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่แฝงไปด้วยอันตรายแอบซ่อนอยู่ บทความนี้จะพาไปรู้จักกับผื่นคันที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้รู้เท่าทันและสามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที !

รู้จักก่อน ! เป็นตุ่มใส ๆ ที่แขน พร้อมอาการผื่นคัน เกิดจากอะไร ?

ผื่นขึ้นตามตัว เป็นผื่นแพ้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคันและอาจมีลักษณะเป็นจุดแดงขึ้นตามตัว หรืออาจมีรอยนูนเล็ก แผลพุพอง ไปจนถึงผิวหนังลอก ซึ่งบริเวณที่เกิดผื่นคันอาจมีอยู่แค่บางส่วน หรือทั่วทั้งร่างกาย โดยสาเหตุของการเกิดตุ่มคันขึ้นตามตัวมีอยู่หลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ได้ ดังนี้

  • สาเหตุจากปัจจัยภายนอก อาจเกิดจากการสัมผัส หรือได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน จนนำไปสู่การแพ้ ระคายเคือง ไปจนถึงการติดเชื้อ

  • สาเหตุจากภายใน มักเกิดจาก ฮอร์โมน หรือระบบภูมิคุ้มกันมีความบกพร่อง ทำให้ร่างกายไวต่อสารบางชนิดเป็นพิเศษ จึงเข้าไปกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายขึ้น โดยมักเกิดกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง

 

สัญญาณเตือน ! อาการผื่นคันและลักษณะผื่นแพ้ต่าง ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

1. ผื่นลมพิษ (Urticaria)

ผื่นลมพิษ (Urticaria) มีลักษณะเป็นผื่นนูนแดง หรือเป็นรอยปื้น โดยมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ร่วมกับอาการคัน ซึ่งสามารถลุกลามกระจายเป็นผื่นคันตามตัวทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว มักจะปรากฏอยู่ไม่นานและหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง แต่มักเกิดขึ้นซ้ำได้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงวัย 20 - 40 ปี ซึ่งหากพบอาการหายใจไม่ออก ปวดท้อง แน่นจมูก ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุและหาแนวทางการรักษา

2. ผื่นแดงคัน (Morbilliform)

ผื่นแดงคัน (Morbilliform) เป็นผื่นคันตามตัวที่พบได้บ่อยทั่วร่างกาย โดยผิวจะมีลักษณะแดงและเกิดตุ่มใส อาจก่อให้เกิดการตกสะเก็ดตามมา สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นจากโรคผิวหนัง การติดเชื้อ แมลงสัตว์กัดต่อย การแพ้ฝุ่น แพ้ยา หรือการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง เช่น น้ำยาทำความสะอาด เครื่องสำอาง ตลอดจนปัญหาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและภาวะเครียด ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดผื่นแดงคันมากยิ่งขึ้นได้ สามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการใช้ยาทา หรือยาทานแก้แพ้ แต่หากไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุต่อไป

3. ผื่นตุ่มน้ำใส  (Dyshidrotic Eczema)

ผื่นตุ่มน้ำใส  (Dyshidrotic Eczema) เป็นหนึ่งในอาการของโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เป็น ๆ หาย ๆ และสามารถกลับมาเกิดซ้ำได้ มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ลักษณะผื่นที่เกิดขึ้นจะเป็นผื่นคันที่มีตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ โดยมักอยู่ลึกใต้ผิวหนัง พร้อมอาการคันอย่างรุนแรงที่ฝ่ามือฝ่าเท้า รวมถึงบริเวณด้านข้างนิ้วมือ นิ้วเท้า ซึ่งตุ่มน้ำใสนี้อาจแตกออกมาได้ ทำให้ผิวแห้ง ลอก เป็นสะเก็ด รวมถึงอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ทำให้ตุ่มกลายเป็นหนอง โดยสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะเหงื่อออกมาก การสัมผัสสารเคมีบางชนิด รวมถึงความเครียดและโรคภูมิแพ้

4. ผื่นแดงที่มีลักษณะเป็นเส้นใย (Livedo Reticularis)

ผื่นแดงที่มีลักษณะเป็นเส้นใย (Livedo Reticularis) เป็นผื่นผิวหนังที่พบได้ไม่บ่อย มักเกิดจากโรคหลอดเลือดอักเสบ ซึ่งจะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดผื่นลักษณะแดงนูน ดูเหมือนเส้นใยเล็ก ๆ ลายร่างแห ที่มีจ้ำเลือดกระจายอยู่ตามขา ใบหน้า มือ เท้า ร่วมกับอาการคัน เมื่อกดแล้วอาจมีอาการเจ็บใต้ผิวหนัง หากไม่ได้รับการรักษาอาจกลายเป็นแผลเรื้อรังจากเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพได้ จึงควรรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

5. ผื่นแบบมีจุดเลือด (Vasculitis)

ผื่นแบบมีจุดเลือด (Vasculitis) เป็นผื่นที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยอักเสบ สามารถเกิดอาการได้หลากหลายลักษณะ เช่น ตุ่มแดงนูน ตุ่มแดงนูนที่กดแล้วไม่จาง ตุ่มพองมีเลือดแตกเป็นแผล ผื่นสีม่วงแดง ไปจนถึงผื่นเป็นร่างแห คล้ายตาข่ายเส้นเลือดใต้ผิวหนัง โดยมักพบบ่อยบริเวณขา สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ นอกจากนี้ กลุ่มโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune Disease) เช่น โรคเอสแอลอี วัณโรค เชื้อแบคทีเรียบางประเภท และเชื้อไวรัสตับอักเสบ ก็ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดผื่นแบบมีจุดเลือดเช่นกัน โดยผื่นแบบมีจุดเลือดเป็นผื่นชนิดรุนแรงที่หากเกิดขึ้นแล้วควรรีบพบแพทย์ทันที

6. ผื่นพองตุ่มใส มีน้ำด้านใน (Vesiculobullous Eruption)

ผื่นพองตุ่มใส มีน้ำด้านใน (Vesiculobullous Eruption) เป็นผื่นคัน ที่มีตุ่มเล็ก ๆ สีใส เหมือนมีน้ำด้านใน โดยเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อต้านตนเอง พันธุกรรม การติดเชื้อ เช่น โรคเริมและโรคอีสุกอีใส การสัมผัสสารระคายเคือง รวมถึงภาวะผิดปกติจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน โรคอะไมลอยด์โดสิส (Amyloidosis) และโรคพอร์ไฟเรีย (Porphyria) ซึ่งมักจะกระจายไปทั่วร่างกาย และหากปล่อยทิ้งไว้ ตุ่มอาจแตกจนเกิดเป็นแผลได้

 

ผู้หญิงและวิธีป้องกันผื่นขึ้นตามตัว

 

วิธีป้องกันไม่ให้ผื่นคันตามตัวลุกลาม

  • แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

เนื่องจากการสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดี จะทำให้เหงื่ออับชื้นซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคและแบคทีเรียสะสมบนผิวหนัง นำไปสู่การเกิดผื่นเป็นเม็ดเล็ก ๆ ที่แขน หรือมีตุ่มขึ้นตามตัว พร้อมอาการคันได้ จึงควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าเนื้อบางเบา ระบายอากาศได้ดี หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูป หรือเนื้อผ้าหนาจนเกินไป

  • รักษาความสะอาด

การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันผื่นคันที่สามารถลดการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ จึงควรอาบน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยการเลือกใช้สบู่อ่อนโยนต่อผิว ล้างหน้า ทาครีมกันแดดเป็นประจำ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดการแพ้

  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ผิวที่แห้งกร้านขาดความชุ่มชื้นจะเกิดการระคายเคือง และนำไปสู่ผื่นคันตามตัวได้ง่าย จึงควรหมั่นทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ หลังอาบน้ำ  หรือเมื่อรู้สึกว่าผิวแห้ง

  • หลีกเลี่ยงการเกา

การเกาเป็นหนึ่งสาเหตุที่อาจทำให้ผื่นคันลุกลามจนเกิดรอยแผล ติดเชื้อแบคทีเรีย หากเกิดอาการคันให้ลองใช้น้ำแข็งประคบเย็น หรือทายาแก้คันก็จะช่วยให้อาการคันทุเลาลงได้ 

 

ผื่นคันบางชนิดอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่แฝงอยู่ การสังเกตอาการตามลักษณะผื่นคันต่าง ๆ และรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติจะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับใครที่อยากป้องกันการเกิดโรคลุกลาม สามารถเลือกแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับความต้องการจากพรูเด็นเชียล ประกันชีวิตได้เลย 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองแผนประกันภัยที่เลือก
  • เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามที่กรมสรรพากรกำหนด
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

  1. รู้จัก “ผื่นคัน” แต่ละประเภท

  2. รับมือ “ผดผื่นคัน” วายร้ายในหน้าร้อนนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับอาการผื่นขึ้นตามตัว

อาการผื่นคันตามตัวแบบไหน ที่ควรรีบไปพบแพทย์ทันที?

ผู้ที่มีผื่นคันที่ลามรวดเร็ว ร่วมกับอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอกคอ ปวดท้อง หรืออาการบวมที่ใบหน้า ปาก ลิ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) นอกจากนี้ ผื่นแบบมีจุดเลือด (Vasculitis) หรือผื่นที่ไม่จางลง ที่มาพร้อมกับอาการไข้ ก็ถือเป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังและรับการรักษาโดยด่วนเช่นกัน

หากมีอาการคัน แต่ไม่เห็นผื่นชัดเจน มักเกิดจากสาเหตุใด และควรทำอย่างไร?

อาการคันที่ไม่มีผื่น (Pruritus Sine Materia) อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ผิวแห้งมาก หรือโรคภายในร่างกาย ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือปัญหาจากระบบประสาท รวมถึงความเครียด หากมีอาการคันต่อเนื่องโดยไม่มีผื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเลือดและวินิจฉัยหาสาเหตุภายในที่อาจซ่อนอยู่

อาการผื่นคัน ตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ ที่ฝ่ามือฝ่าเท้า (Dyshidrotic Eczema) สามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้หรือไม่?

ผื่นตุ่มน้ำใส (Dyshidrotic Eczema) ไม่ติดต่อสู่ผู้อื่น เพราะเป็นภาวะของโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากสาเหตุภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรม ภาวะภูมิแพ้ หรือปัจจัยกระตุ้นภายนอก ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อที่แพร่กระจายได้

อาการผื่นคัน ตุ่มเล็ก ๆ ใส ๆ ที่ฝ่ามือฝ่าเท้า (Dyshidrotic Eczema) สามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้หรือไม่?

ผื่นตุ่มน้ำใส (Dyshidrotic Eczema) ไม่ติดต่อสู่ผู้อื่น เพราะเป็นภาวะของโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากสาเหตุภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรม ภาวะภูมิแพ้ หรือปัจจัยกระตุ้นภายนอก ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อที่แพร่กระจายได้

หากมีผื่นลมพิษขึ้นนานกว่า 6 สัปดาห์ ถือเป็นผื่นชนิดใดและควรทำอย่างไร?

หากผื่นลมพิษเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็น ๆ หาย ๆ นานกว่า 6 สัปดาห์ จะถูกจัดว่าเป็น “ผื่นลมพิษเรื้อรัง” (Chronic Urticaria) ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุที่ซับซ้อน จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาด้วยยาในกลุ่มที่เหมาะสมกับอาการ