สรุปประเด็นหลัก

โรค NCDs คือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบที่เพิ่มความเสี่ยงโรค NCDs ในคนไทยมีอยู่หลายลักษณะ เช่น การรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม การขยับร่างกายน้อย ความเครียด การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งหากเป็นโรคเหล่านี้จะต้องรักษาและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลต่อทั้งสุขภาพและค่าใช้จ่ายในระยะยาว การปรับพฤติกรรม ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และวางแผนความคุ้มครองด้วยประกันสุขภาพ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือกับโรค NCDs ที่ควรให้ความสำคัญ

การค้นหาข้อมูลว่าโรค NCDs คืออะไร

อาการเหนื่อยง่าย น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือผลตรวจสุขภาพประจำปีที่เริ่มมีตัวเลขสุ่มเสี่ยง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับหลายคน แต่ในความเป็นจริง นี่คือสัญญาณเตือนระยะแรกของโรค NCDs หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่กำลังบั่นทอนสุขภาพของคนไทยอย่างเงียบ ๆ อีกทั้งหลายคนยังมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของอนาคตและมักเกิดกับผู้สูงอายุ จนกระทั่งโรคลุกลาม นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ยากควบคุม

ภัยเงียบของโรค NCDs ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความเสื่อมถอยของร่างกาย แต่ยังตามมาด้วยภาระทางการเงินที่ยืดเยื้อ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาโรคเรื้อรังที่ต่อเนื่องยาวนานหลายปี สำหรับใครที่ไม่อยากเป็นกังวลในเรื่องนี้ การทำความเข้าใจสาเหตุ สถิติความเสี่ยงของการเกิดโรค พร้อมวางแผนรับมือเชิงรุกตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นทางออกสำคัญในการปกป้องทั้งสุขภาพและเสถียรภาพทางการเงินของตนเองและครอบครัว

โรค NCDs คืออะไร?

โรค NCDs ย่อมาจาก Non-Communicable Diseases ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และเป็นโรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ทั้งยังไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายและการมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มโรค NCDs หลักที่พบได้มากที่สุด ได้แก่

●       โรคเบาหวาน (Diabetes) ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากขาดฮอร์โมนอินซูลิน หรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน

●       โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) เป็นภาวะที่ร่างกายมีแรงดันเลือดในหลอดเลือดสูงกว่าระดับปกติอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานหนัก

●       โรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ภาวะที่มีระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงเกินเกณฑ์ ทำให้เสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด

●       โรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) ภาวะที่หลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบแคบหรืออุดตัน ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และอาจเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

●       โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภาวะที่หลอดเลือดในสมองตีบ ตัน หรือแตก ทำให้เซลล์สมองขาดเลือดและสูญเสียการทำงาน ส่งผลให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้

●       โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันในช่องท้องมากเกินไป ร่วมกับความผิดปกติของระบบเมตาบอลิซึม

โรค NCDs ในคนไทย สถิติความเสี่ยงและแนวโน้มที่ควรรู้

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าโรค NCDs เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในคนไทย ซึ่งจากสถิติพบว่าคนไทยเสียชีวิตจาก NCDs ใน 4 กลุ่มโรคหลัก ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน มากกว่า 400,000 รายต่อปี หรือมากกว่า 1,000 รายต่อวัน คิดเป็นประมาณร้อยละ 74 ของการเสียชีวิตทั้งหมด ตามข้อมูลในแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าโรค NCDs ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่กำลังเป็นภัยคุกคามสุขภาพอันดับต้น ๆ ของคนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มพบภาวะเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากขึ้น ๆ ซึ่งค่ารักษาโรคเบาหวาน ความดัน ค่อนข้างแพง และมักไม่จบด้วยการรักษาเพียงครั้งเดียว เนื่องจากผู้ป่วยจะต้องไปพบแพทย์ ตรวจเลือด และรับยาอย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต ยิ่งหากเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น มีภาวะไตวายที่ต้องฟอกไต หรือหลอดเลือดหัวใจตีบที่ต้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายก็จะยิ่งพุ่งสูงขึ้นเป็นหลักแสนถึงหลักล้านบาท ซึ่งภาระนี้อาจไม่ได้ตกอยู่กับผู้ป่วยเพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อทั้งครอบครัว รวมถึงระบบสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย

ทำไมคนไทยเป็นโรค NCDs มากขึ้น?

พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบที่เพิ่มความเสี่ยงโรค NCDs ในคนไทย ที่พบได้เป็นส่วนมาก มีดังนี้

●       บริโภคอาหารรสจัด อาหารหวาน มัน เค็ม อาหารแปรรูป และเครื่องดื่มชงที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ซึ่งหาซื้อได้ง่ายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

●       วิถีชีวิตที่ต้องนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ ขยับน้อย เนื่องจากการทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ทั้งยังต้องจ้องหน้าจออยู่เป็นประจำ ขาดกิจกรรมทางกาย หรือออกกำลังกายที่เพียงพอ

●       สูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ โดยสารเคมีและแอลกอฮอล์ส่งผลทำลายระบบหลอดเลือดและอวัยวะภายในอย่างสะส

●       ความเครียดสะสม เนื่องจากการทำงาน หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนและความดันโลหิต

ตรวจสุขภาพเป็นประจำคือวิธีป้องกันโรค NCDs

ปรับพฤติกรรมป้องกันโรค NCDs

วิธีป้องกันโรค NCDs สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงตามหลักสุขอนามัยที่ดี ดังนี้

●       ปรับโภชนาการ ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม เน้นรับประทานอาหารสด ผัก ผลไม้หวานน้อย และธัญพืชไม่ขัดสี

●       เพิ่มกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกายระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ

●       งดปัจจัยเสี่ยง เลิกสูบบุหรี่ รวมถึงลดหรือเลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

●       นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ

●       ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อประเมินระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และระดับไขมันอย่างสม่ำเสมอ

เตรียมพร้อมรับมือค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค NCDs ด้วยแผนประกันสุขภาพ

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว การรับมือกับโรค NCDs ยังต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านการเงินเพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากโรคเรื้อรังมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่ยืดเยื้อและยาวนาน การมีแผนความคุ้มครองสุขภาพที่ครอบคลุมจึงเป็นทางเลือกที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพที่สุดได้อย่างสบายใจ

สำหรับคนที่กำลังมองหาความคุ้มครองที่เหมาะสม การศึกษารายละเอียดและเปรียบเทียบประกันสุขภาพ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ตรงตามความต้องการและงบประมาณ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พร้อมยืนเคียงข้างคุณด้วยแผนประกันสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งยังสามารถเลือกทำสัญญาเพิ่มเติม เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมในการรักษาแบบติดตามอาการในกรณีผู้ป่วยนอก (OPD) รวมถึงการรักษาโรคร้ายแรง เพื่อให้คุณและครอบครัวใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลา

หมายเหตุ:

●       ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●       เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●       ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

●       รามาแชนแนล. (2568, 15 ตุลาคม). โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs): โรคร้ายที่เราสร้างเอง. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง-ncds-โ/

●       องค์การอนามัยโลก. (2568, 25 กันยายน). Noncommunicable diseases. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases

●       ปิโอวานี, ดี., นิโคโลปูลอส, จี. เค., และ โบโนวาส, เอส. (2565). Non-communicable diseases: The invisible epidemic. Journal of Clinical Medicine, 11(19), Article 5939. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2569 จาก https://doi.org/10.3390/jcm11195939

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรค NCDs (FAQs)

โรคเบาหวาน และภาวะความดันสูง ไขมันสูง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กลุ่มโรคเหล่านี้จะทำลายระบบหลอดเลือดทั่วร่างกาย และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ เสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมอง เสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะไตวายเรื้อรัง ที่อาจต้องฟอกไต รวมถึงเบาหวานขึ้นตา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น รวมถึงภาวะแผลเรื้อรังและติดเชื้อได้ง่าย

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อม เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม เครื่องดื่มชงที่มีน้ำตาลสูง การทำงานในรูปแบบนั่งนานขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

สร้างภาระทางการเงินอย่างมหาศาล ทั้งในระดับบุคคลจากการต้องจ่ายค่ายา ค่าตรวจ และค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนต่อเนื่องยาวนาน และในระดับประเทศที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสาธารณสุขและสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจนับแสนล้านบาทต่อปี

ประกันสุขภาพช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยการคุ้มครองค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อต้องนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ทำให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องดึงเงินออมออกมาใช้ทั้งหมด และหากต้องการความคุ้มครองสำหรับการตรวจติดตามอาการแบบผู้ป่วยนอก (OPD) หรือความคุ้มครองโรคร้ายแรงเพิ่มเติม สามารถเลือกซื้อสัญญาเพิ่มเติมเสริมเข้ากับเล่มประกันหลัก เพื่อปรับแต่งแผนความคุ้มครองให้ครอบคลุมและตรงกับความต้องการดูแลสุขภาพมากที่สุด

ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณารับประกันและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทฯ โดยต้องแจ้งประวัติสุขภาพตามจริง ซึ่งบริษัทฯ อาจพิจารณารับประกันแบบมีเงื่อนไข เช่น เพิ่มเบี้ยประกันภัย ยกเว้นความคุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อน หรือขอเอกสารตรวจสุขภาพเพิ่มเติม