สรุปประเด็นหลัก

การนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีปี 2569 สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง โดยประกันชีวิตทั่วไปและประกันสะสมทรัพย์หักลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี ประกันสุขภาพหักได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี รวมกับประกันชีวิตทั่วไปต้องไม่เกิน 100,000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญหักลดหย่อนเพิ่มได้อีกสูงสุด 200,000 บาท

ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ควรใช้ค่าเบี้ยประกันภัยที่มีสิทธินำมาลดหย่อนภาษีตามที่ระบุในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย โดยเฉพาะกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ซึ่งจำนวนที่นำมาลดหย่อนได้อาจไม่เท่ากับเบี้ยประกันภัยที่ชำระทั้งหมด ทั้งนี้ กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

หากยินยอมให้บริษัทประกันภัยส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากร ข้อมูลดังกล่าวจะแสดงในระบบ My Tax Account เพื่อช่วยให้การยื่นภาษีผ่าน e-Filing สะดวกยิ่งขึ้น โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารประกอบการยื่นแบบ แต่ควรเก็บหลักฐานไว้เพื่อตรวจสอบตามที่กรมสรรพากรกำหนด

วางแผนภาษีด้วยประกันชีวิตและสุขภาพ เลือกแบบลดหย่อนให้เหมาะกับเป้าหมายการเงิน

สรุปครบจบเบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจทำประกันชีวิต นอกเหนือจากการวางแผนความมั่นคงให้แก่คนข้างหลังแล้ว คือการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายทุกปีตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร และเพื่อให้การวางแผนลดหย่อนภาษีและการบริหารจัดการทางการเงินของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้มาแนะนำแบบครบทุกมุม สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันชีวิตทุกประเภท เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิต ควบคู่ไปกับการรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีได้อย่างคุ้มค่า

รู้จักค่าลดหย่อนภาษี วางแผนดี มีเงินคืนก้อนโต

ค่าลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อให้เงินได้สุทธิที่ใช้ในการคำนวณภาษีลดลง เป็นวิธีการบริหารการเงินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สามารถนำเงินภาษีที่ได้คืนไปต่อยอดเงินลงทุน หรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ ได้

ปัจจุบันนอกเหนือจากเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพแล้ว เรายังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้จากหลายหมวดหมู่ เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และเข้าเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD-Provident Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต

ประกันชีวิต คือ การทำสัญญาระหว่างผู้เอาประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิต โดยผู้เอาประกันชีวิตตกลงจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด และบริษัทฯ จะจ่ายเงินสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือจ่ายเงินคืนตามกรมธรรม์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด การทำประกันชีวิตจึงช่วยบริหารความเสี่ยงและวางแผนความมั่นคงทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด ทั้งยังลดผลกระทบต่อครอบครัวและคนข้างหลังในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะสามารถนำเงินสินไหมทดแทนที่ได้รับจากกรมธรรม์มาชำระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ทำให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบไม่สะดุด

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?

ผู้เสียภาษีสามารถนำเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2569 ตามเพดานและเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้

ประเภทแบบประกัน

สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด (บาท/ปี)

เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี

ประกันชีวิตทั่วไป และประกันแบบสะสมทรัพย์

100,000 บาท

ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ซื้อกับบริษัทประกันชีวิตในไทย หากเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี ถือว่าผิดเงื่อนไข

ประกันสุขภาพตนเอง

25,000 บาท

เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ประกันสุขภาพบิดามารดา

15,000 บาท

บิดามารดามีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ไม่จำกัดอายุ) โดยเฉลี่ยสิทธิตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมจ่าย

ประกันชีวิตแบบบำนาญ

200,000 บาท

ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน หากไม่ได้ใช้สิทธิประกันชีวิตทั่วไป สามารถรวมใช้สิทธิได้สูงสุด 300,000 บาท

ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)

100,000 บาท

นำมาลดหย่อนได้เฉพาะส่วนค่าธรรมเนียมส่วนความคุ้มครองชีวิตเท่านั้น ในส่วนเงินลงทุนลดหย่อนไม่ได้

หมายเหตุ: สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรกำหนด

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี กรอกอย่างไร?

ก่อนถึงเวลายื่นภาษีปี 2569 ในช่วงต้นปี 2570 ควรเตรียมรวบรวมหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยให้พร้อม เพื่อกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามประเภทเงินได้ของตนเอง  ซึ่งระบบยื่นภาษีจะแสดงรายการค่าลดหย่อนและรายการที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยให้เลือกกรอกตามประเภท โดยแนวทางตรวจสอบก่อนกดยื่นแบบมีดังนี้

  1. เตรียมหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย หรือข้อมูลเบี้ยประกันภัยที่บริษัทประกันนำส่งกรมสรรพากร
  2. แยกประเภทเบี้ยฯ ระหว่างประกันชีวิตทั่วไป ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ
  3. ตรวจสอบวงเงินที่มีสิทธิ เพราะยอดเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงอาจสูงกว่ายอดที่นำไปใช้ลดหย่อนได้
  4. กรอกยอดตามรายการที่ระบบกำหนด โดยไม่รวมส่วนที่ไม่มีสิทธิใช้ลดหย่อน
  5. ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ก่อนยืนยันแบบและคำนวณภาษี

กรมสรรพากรมีระบบรับข้อมูลเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลเบี้ยประกันภัยเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบผ่านระบบ My Tax Account ได้เมื่อผู้เสียภาษีให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์

หมายเหตุ: ชื่อรายการหรือหน้าจอในระบบ e-Filing อาจมีการปรับตามแบบยื่นของแต่ละปีภาษี ดังนั้นก่อนยื่นจริงควรตรวจสอบรายการที่ระบบกรมสรรพากรแสดงสำหรับปีภาษี 2569 อีกครั้ง

เบี้ยประกันชีวิตที่ลดหย่อนภาษีดูตรงไหน?

หลายคนยังสับสนระหว่างเบี้ยประกันภัยที่ชำระจริงทั้งหมด กับเบี้ยประกันภัยที่นำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย (Tax Certificate) ที่ได้รับจากบริษัทประกันชีวิตช่วงต้นปี จะมีการแยกตัวเลขไว้อย่างชัดเจน

จุดสังเกตสำคัญในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ คือ

●       เบี้ยฯ รวม (Total Premium Paid) คือเงินรวมทั้งหมดที่ตัดผ่านบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร

●       เบี้ยฯ ที่นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ (Eligible Amount for Tax Deduction) คือตัวเลขสุทธิที่กรมสรรพากรยอมรับให้นำไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90/91

ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์ Unit Linked จ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 50,000 บาท แต่ส่วนของความคุ้มครองชีวิตที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้จริงเพียง 12,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 38,000 บาท เป็นเงินลงทุน จึงต้องใช้ตัวเลข 12,000 บาท ในการยื่นภาษี

 

ทำประกันชีวิตแบบไหนลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่าที่สุด?

การเลือกประเภทประกันชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับฐานภาษีและเป้าหมายทางการเงินของผู้เสียภาษีแต่ละบุคคล โดยสามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้

●       ผู้ที่ยังไม่มีประกันชีวิต หรือเริ่มต้นวางแผนภาษี ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นได้ง่าย ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

●       ผู้ที่มีฐานภาษีสูง 20% ขึ้นไป และใช้สิทธิ 100,000 บาทแรกเต็มแล้ว ประกันชีวิตแบบบำนาญอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนภาษี เนื่องจากสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้อีกสูงสุดถึง 200,000 บาท พร้อมช่วยวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณ

●       ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย

ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี หรือศึกษาเกี่ยวกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ได้ที่เว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

มอบความอุ่นใจทางการเงินให้ครอบครัว ด้วยประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสทองที่จะนำค่าเบี้ยประกันชีวิตมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับประกันชีวิตทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญหลุดลอยไป เปลี่ยนภาระภาษีให้เป็นหลักประกันที่มั่นคงเพื่อคนที่คุณรักได้แล้วตั้งแต่วันนี้

เลือกวางแผนความคุ้มครองและลดหย่อนภาษีกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่พร้อมดูแลในทุกช่วงของชีวิต

·        มีผลิตภัณฑ์ระกันชีวิตหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ และประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ให้เลือกตามเป้าหมายและความต้องการ

·        รองรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งและมรดกให้คนที่คุณรัก

·        สำหรับประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ผู้เอาประกันภัยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต โดยผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนที่เลือกลงทุน

หมายเหตุ

●       การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

●       เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●       ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

สมาคมนักวางแผนการเงินไทย. (2566, 12 พฤษภาคม). เวนคืนกรมธรรม์…ได้ไม่คุ้มเสีย. https://www.tfpa.or.th/Article/Detail/1134

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี (FAQs)

ยึดตามวันที่ชำระเงินจริงที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย ไม่ใช่วันที่กรมธรรม์อนุมัติ หากมีการชำระเงินสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีสำหรับปีดังกล่าวได้ทันที

หากคู่สมรสไม่มีรายได้ตลอดปีภาษี และมีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

สิทธิลดหย่อนภาษีจะนับตามเพดานรวมของผู้เสียภาษีรายบุคคล ไม่ได้แยกตามบริษัทฯ เช่น มีประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ จาก 3 บริษัทประกันภัย ชำระเบี้ยฯ กรมธรรม์ละ 40,000 บาท รวม 120,000 บาท จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามเพดานที่ 100,000 บาทเท่านั้น

หากเวนคืนหรือยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการการลดหย่อนภาษี ผู้เอาประกันภัยที่เคยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจะต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมสำหรับปีที่เคยใช้สิทธิ พร้อมชำระภาษีเพิ่มเติมและเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร 

นำมาลดหย่อนไม่ได้ เนื่องจากเบี้ยประกันภัยส่วนที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายให้ ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัย สิทธิลดหย่อนภาษีจะใช้ได้เฉพาะเบี้ยประกันภัยส่วนที่ผู้เสียภาษีเป็นผู้จ่ายเองและมีหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ ในชื่อตนเองเท่านั้น