ยึดตามวันที่ชำระเงินจริงที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย ไม่ใช่วันที่กรมธรรม์อนุมัติ หากมีการชำระเงินสมบูรณ์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีสำหรับปีดังกล่าวได้ทันที
สรุปประเด็นหลัก
การนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีปี 2569 สามารถใช้สิทธิได้ตามที่จ่ายจริง โดยประกันชีวิตทั่วไปและประกันสะสมทรัพย์หักลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท/ปี ประกันสุขภาพหักได้สูงสุด 25,000 บาท/ปี รวมกับประกันชีวิตทั่วไปต้องไม่เกิน 100,000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญหักลดหย่อนเพิ่มได้อีกสูงสุด 200,000 บาท
ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ควรใช้ค่าเบี้ยประกันภัยที่มีสิทธินำมาลดหย่อนภาษีตามที่ระบุในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย โดยเฉพาะกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ซึ่งจำนวนที่นำมาลดหย่อนได้อาจไม่เท่ากับเบี้ยประกันภัยที่ชำระทั้งหมด ทั้งนี้ กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองไม่น้อยกว่า 10 ปี และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
หากยินยอมให้บริษัทประกันภัยส่งข้อมูลเบี้ยประกันภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กรมสรรพากร ข้อมูลดังกล่าวจะแสดงในระบบ My Tax Account เพื่อช่วยให้การยื่นภาษีผ่าน e-Filing สะดวกยิ่งขึ้น โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องแนบเอกสารประกอบการยื่นแบบ แต่ควรเก็บหลักฐานไว้เพื่อตรวจสอบตามที่กรมสรรพากรกำหนด
- สรุปประเด็นหลัก
- รู้จักค่าลดหย่อนภาษี วางแผนดี มีเงินคืนก้อนโต
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต
- เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?
- เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี กรอกอย่างไร?
- เบี้ยประกันชีวิตที่ลดหย่อนภาษีดูตรงไหน?
- ทำประกันชีวิตแบบไหนลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่าที่สุด?
- มอบความอุ่นใจทางการเงินให้ครอบครัว ด้วยประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี (FAQs)
- พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4
- พรูไลฟ์แคร์
วางแผนภาษีด้วยประกันชีวิตและสุขภาพ เลือกแบบลดหย่อนให้เหมาะกับเป้าหมายการเงิน
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจทำประกันชีวิต นอกเหนือจากการวางแผนความมั่นคงให้แก่คนข้างหลังแล้ว คือการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายทุกปีตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร และเพื่อให้การวางแผนลดหย่อนภาษีและการบริหารจัดการทางการเงินของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด เรามีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้มาแนะนำแบบครบทุกมุม สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันชีวิตทุกประเภท เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิต ควบคู่ไปกับการรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีได้อย่างคุ้มค่า
รู้จักค่าลดหย่อนภาษี วางแผนดี มีเงินคืนก้อนโต
ค่าลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อให้เงินได้สุทธิที่ใช้ในการคำนวณภาษีลดลง เป็นวิธีการบริหารการเงินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สามารถนำเงินภาษีที่ได้คืนไปต่อยอดเงินลงทุน หรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ ได้
ปัจจุบันนอกเหนือจากเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพแล้ว เรายังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้จากหลายหมวดหมู่ เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป และเข้าเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD-Provident Fund) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต
ประกันชีวิต คือ การทำสัญญาระหว่างผู้เอาประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิต โดยผู้เอาประกันชีวิตตกลงจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด และบริษัทฯ จะจ่ายเงินสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต หรือจ่ายเงินคืนตามกรมธรรม์ ตามเงื่อนไขที่กำหนด การทำประกันชีวิตจึงช่วยบริหารความเสี่ยงและวางแผนความมั่นคงทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด ทั้งยังลดผลกระทบต่อครอบครัวและคนข้างหลังในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะสามารถนำเงินสินไหมทดแทนที่ได้รับจากกรมธรรม์มาชำระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ทำให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบไม่สะดุด
เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?
ผู้เสียภาษีสามารถนำเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2569 ตามเพดานและเงื่อนไขของกรมสรรพากร ดังนี้
|
ประเภทแบบประกัน |
สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด (บาท/ปี) |
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี |
|
ประกันชีวิตทั่วไป และประกันแบบสะสมทรัพย์ |
100,000 บาท |
ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ซื้อกับบริษัทประกันชีวิตในไทย หากเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี ถือว่าผิดเงื่อนไข |
|
ประกันสุขภาพตนเอง |
25,000 บาท |
เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป หรือเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท |
|
ประกันสุขภาพบิดามารดา |
15,000 บาท |
บิดามารดามีรายได้พึงประเมินไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (ไม่จำกัดอายุ) โดยเฉลี่ยสิทธิตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมจ่าย |
|
ประกันชีวิตแบบบำนาญ |
200,000 บาท |
ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน หากไม่ได้ใช้สิทธิประกันชีวิตทั่วไป สามารถรวมใช้สิทธิได้สูงสุด 300,000 บาท |
|
ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) |
100,000 บาท |
นำมาลดหย่อนได้เฉพาะส่วนค่าธรรมเนียมส่วนความคุ้มครองชีวิตเท่านั้น ในส่วนเงินลงทุนลดหย่อนไม่ได้ |
หมายเหตุ: สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรกำหนด
เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี กรอกอย่างไร?
ก่อนถึงเวลายื่นภาษีปี 2569 ในช่วงต้นปี 2570 ควรเตรียมรวบรวมหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยให้พร้อม เพื่อกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ตามประเภทเงินได้ของตนเอง ซึ่งระบบยื่นภาษีจะแสดงรายการค่าลดหย่อนและรายการที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยให้เลือกกรอกตามประเภท โดยแนวทางตรวจสอบก่อนกดยื่นแบบมีดังนี้
- เตรียมหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย หรือข้อมูลเบี้ยประกันภัยที่บริษัทประกันนำส่งกรมสรรพากร
- แยกประเภทเบี้ยฯ ระหว่างประกันชีวิตทั่วไป ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ
- ตรวจสอบวงเงินที่มีสิทธิ เพราะยอดเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงอาจสูงกว่ายอดที่นำไปใช้ลดหย่อนได้
- กรอกยอดตามรายการที่ระบบกำหนด โดยไม่รวมส่วนที่ไม่มีสิทธิใช้ลดหย่อน
- ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง ก่อนยืนยันแบบและคำนวณภาษี
กรมสรรพากรมีระบบรับข้อมูลเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลเบี้ยประกันภัยเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบผ่านระบบ My Tax Account ได้เมื่อผู้เสียภาษีให้ความยินยอมตามหลักเกณฑ์
หมายเหตุ: ชื่อรายการหรือหน้าจอในระบบ e-Filing อาจมีการปรับตามแบบยื่นของแต่ละปีภาษี ดังนั้นก่อนยื่นจริงควรตรวจสอบรายการที่ระบบกรมสรรพากรแสดงสำหรับปีภาษี 2569 อีกครั้ง
เบี้ยประกันชีวิตที่ลดหย่อนภาษีดูตรงไหน?
หลายคนยังสับสนระหว่างเบี้ยประกันภัยที่ชำระจริงทั้งหมด กับเบี้ยประกันภัยที่นำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัย (Tax Certificate) ที่ได้รับจากบริษัทประกันชีวิตช่วงต้นปี จะมีการแยกตัวเลขไว้อย่างชัดเจน
จุดสังเกตสำคัญในหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ คือ
● เบี้ยฯ รวม (Total Premium Paid) คือเงินรวมทั้งหมดที่ตัดผ่านบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร
● เบี้ยฯ ที่นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ (Eligible Amount for Tax Deduction) คือตัวเลขสุทธิที่กรมสรรพากรยอมรับให้นำไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.90/91
ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์ Unit Linked จ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 50,000 บาท แต่ส่วนของความคุ้มครองชีวิตที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้จริงเพียง 12,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 38,000 บาท เป็นเงินลงทุน จึงต้องใช้ตัวเลข 12,000 บาท ในการยื่นภาษี
ทำประกันชีวิตแบบไหนลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่าที่สุด?
การเลือกประเภทประกันชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับฐานภาษีและเป้าหมายทางการเงินของผู้เสียภาษีแต่ละบุคคล โดยสามารถยกตัวอย่างได้ดังนี้
● ผู้ที่ยังไม่มีประกันชีวิต หรือเริ่มต้นวางแผนภาษี ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ถือเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นได้ง่าย ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และยังใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
● ผู้ที่มีฐานภาษีสูง 20% ขึ้นไป และใช้สิทธิ 100,000 บาทแรกเต็มแล้ว ประกันชีวิตแบบบำนาญอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนภาษี เนื่องจากสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้อีกสูงสุดถึง 200,000 บาท พร้อมช่วยวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณ
● ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล เบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย
ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเบื้องต้น ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี หรือศึกษาเกี่ยวกับประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ได้ที่เว็บไซต์ของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
มอบความอุ่นใจทางการเงินให้ครอบครัว ด้วยประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสทองที่จะนำค่าเบี้ยประกันชีวิตมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับประกันชีวิตทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญหลุดลอยไป เปลี่ยนภาระภาษีให้เป็นหลักประกันที่มั่นคงเพื่อคนที่คุณรักได้แล้วตั้งแต่วันนี้
เลือกวางแผนความคุ้มครองและลดหย่อนภาษีกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่พร้อมดูแลในทุกช่วงของชีวิต
· มีผลิตภัณฑ์ระกันชีวิตหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ และประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ให้เลือกตามเป้าหมายและความต้องการ
· รองรับการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่งและมรดกให้คนที่คุณรัก
· สำหรับประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) ผู้เอาประกันภัยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต โดยผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนที่เลือกลงทุน
หมายเหตุ
● การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
สมาคมนักวางแผนการเงินไทย. (2566, 12 พฤษภาคม). เวนคืนกรมธรรม์…ได้ไม่คุ้มเสีย. https://www.tfpa.or.th/Article/Detail/1134
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษี (FAQs)
หากคู่สมรสไม่มีรายได้ตลอดปีภาษี และมีการจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตของคู่สมรสมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
สิทธิลดหย่อนภาษีจะนับตามเพดานรวมของผู้เสียภาษีรายบุคคล ไม่ได้แยกตามบริษัทฯ เช่น มีประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ จาก 3 บริษัทประกันภัย ชำระเบี้ยฯ กรมธรรม์ละ 40,000 บาท รวม 120,000 บาท จะนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามเพดานที่ 100,000 บาทเท่านั้น
หากเวนคืนหรือยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการการลดหย่อนภาษี ผู้เอาประกันภัยที่เคยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจะต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมสำหรับปีที่เคยใช้สิทธิ พร้อมชำระภาษีเพิ่มเติมและเงินเพิ่มตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
นำมาลดหย่อนไม่ได้ เนื่องจากเบี้ยประกันภัยส่วนที่นายจ้างเป็นผู้จ่ายให้ ไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เอาประกันภัย สิทธิลดหย่อนภาษีจะใช้ได้เฉพาะเบี้ยประกันภัยส่วนที่ผู้เสียภาษีเป็นผู้จ่ายเองและมีหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ ในชื่อตนเองเท่านั้น
ผลิตภัณฑ์แนะนำ