สรุปประเด็นหลัก

ประกันสะสมทรัพย์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ประกันเงินออม คือรูปแบบการทำประกันชีวิตที่ผสานการรับความคุ้มครองชีวิตเข้ากับการออมเงินไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินคืนตามเงื่อนไขและเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยสร้างวินัยการออม ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท โดยมีความมั่นคงสูงกว่าการลงทุนทั่วไปเนื่องจากมีการระบุผลประโยชน์ตอบแทนที่แน่นอนไว้ในสัญญา

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างวินัยทางการเงินควบคู่ไปกับความอุ่นใจ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือที่หลายคนอาจรู้จักในชื่อ ประกันออมทรัพย์ คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะรวมจุดเด่นของการ “ออมเงิน” และ “ความคุ้มครองชีวิต” เอาไว้อย่างลงตัวในกรมธรรม์ฉบับเดียว

ประกันสะสมทรัพย์ คือทางเลือกที่ผสานทั้งความคุ้มครองชีวิตและการออมเงิน

ประกันสะสมทรัพย์คืออะไร?

ประกันสะสมทรัพย์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ประกันเงินออม คือประกันชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งที่ผสานทั้งความคุ้มครองชีวิตและการออมเงินไว้ในสัญญาเดียวกัน (Wealth Insurance) จุดเด่นคือผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินก้อนเมื่อครบสัญญา อีกทั้งบางแผนยังมีเงินคืนระหว่างทางตามเงื่อนไข กรณีเสียชีวิตในระหว่างปีกรมธรรม์ ทายาทก็จะได้รับผลประโยชน์ตามที่กรมธรรม์ได้ระบุไว้ ทำให้ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีเป้าหมายทั้งในระยะสั้น-กลาง-ยาว เช่น วางแผนเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน อยากมีเงินก้อนเพื่อทำตามเป้าหมายในชีวิต หรือวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบ แต่ทั้งนี้ควร ศึกษาถึงเงื่อนไขและผลประโยชน์ให้ดีก่อนตัดสินใจ

หากอยากออมเงิน ทำประกันสะสมทรัพย์ดีไหม?

หากกำลังมองหาวิธีออมเงินที่เน้นความชัดเจนและไม่ผันผวน ประกันสะสมทรัพย์ คือเครื่องมือทางการเงินที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้สามารถวางแผนกระแสเงินสดในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ด้วยการระบุจำนวนเงินคืนระหว่างทางและเงินก้อนเมื่อครบสัญญาไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มหลักประกันให้ครอบครัวระหว่างสัญญา เหมาะกับคนที่ต้องการวินัยในการออม แต่ไม่ต้องการแบกรับความผันผวนแบบการลงทุน โดยประกันสะสมทรัพย์มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณา ดังนี้

ข้อดีของประกันสะสมทรัพย์

●      สร้างวินัยการออมที่สม่ำเสมอ ช่วยให้มีวินัยทางการเงินผ่านการชำระเบี้ยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่วางไว้

●      ผสานการออมและความคุ้มครอง นอกจากจะได้เงินก้อนตามสัญญาแล้ว ยังเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้กับครอบครัวและสามารถส่งต่อเงินก้อนที่จะได้รับให้ทายาทได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

●      สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถนำค่าเบี้ยประกันภัยไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ช่วยให้เงินออมงอกเงยยิ่งขึ้น

●      ยืดหยุ่นตามไลฟ์สไตล์ มีรูปแบบสัญญาที่หลากหลายให้เลือกออมได้ตามกำลังทรัพย์และระยะเวลาที่ต้องการ

H3: ข้อเสีย หรือสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนทำประกันสะสมทรัพย์

●      ประกันสะสมทรัพย์ไม่ใช่เงินฝากดอกเบี้ยสูง ถ้าต้องการผลตอบแทนเร็วและสูง ประกันสะสมทรัพย์อาจยังไม่ตอบโจทย์ เพราะต้องถือสัญญาจนครบกำหนดถึงจะคุ้มค่า

●      เวนคืนก่อนกำหนดอาจขาดทุน หากยกเลิกก่อนครบสัญญา เงินที่ได้รับอาจน้อยกว่าที่จ่ายไป

●      ภาระผูกพันระยะยาว เพราะต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างสม่ำเสมอ จึงต้องประเมินกำลังในการส่งเบี้ยฯ ให้ดี หากหยุดส่งกลางคันจะทำให้เสียประโยชน์

●      ผลตอบแทนคงที่ ไม่ผันผวนตามตลาด ข้อดีคือความแน่นอน แต่ข้อจำกัดคือผลตอบแทนอาจน้อยกว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

ฉะนั้น ก่อนตัดสินใจทำประกันสะสมทรัพย์ ต้องศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดแผนประกันภัยให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบว่าแผนใดเหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

ประกันสะสมทรัพย์มีกี่แบบ?

ในการเลือกซื้อประกันสะสมทรัพย์ สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือ "เป้าหมาย" และ "ระยะเวลา" ที่ต้องการใช้เงิน โดยสามารถแบ่งประเภท ได้ดังนี้

1. แบ่งตามระยะเวลาความคุ้มครอง

●      ประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากออมแล้วเห็นผลค่อนข้างเร็ว ระยะสัญญามักไม่เกิน 10-15 ปี และบางแผนชำระเบี้ยฯ เพียงไม่นาน เช่น แผนประกันสะสมทรัพย์ พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4 จ่ายเบี้ยประกันภัย 4 ปี รับความคุ้มครองยาว 10 ปี โดยได้รับทั้งเงินคืนระหว่างสัญญาและเงินคืนเมื่อถือสัญญาจนครบกำหนด เป็นต้น

●      ประกันสะสมทรัพย์ ระยะกลาง-ยาว ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการวางแผนเงินก้อนในอนาคต โดยมีระยะคุ้มครองยาวถึง 15 ปี 20 ปี หรือบางแผนมีมากกว่านั้น อย่างถึงอายุครบ 99 ปี มักให้ผลตอบแทนรวมสูงกว่าแบบสั้นเพราะมีเวลาสะสมมากขึ้น

2. แบ่งตามลักษณะผลตอบแทน

●      แบบมีเงินปันผล นอกจากเงินคืนตามสัญญา ผู้เอาประกันภัยอาจได้รับปันผลพิเศษเพิ่ม หากบริษัทประกันภัยมีผลการดำเนินงานดี

●      แบบไม่มีเงินปันผล ผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์แบบชัดเจน เหมาะกับคนชอบความแน่นอน

●      แบบที่มีส่วนของการลงทุน (Unit-Linked) ซึ่งเบี้ยประกันภัยบางส่วนจะนำไปลงทุนในกองทุนรวม ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงขึ้นตามตลาด แต่ก็มีความเสี่ยงที่มูลค่าเงินอาจผันผวนได้เช่นกัน

ประกันสะสมทรัพย์ต่างจากประกันชีวิตทั่วไปอย่างไร?

หลายคนอาจยังคงสับสนกับความแตกต่างของประกันภัยในแต่ละประเภท นี่คือข้อสรุปความแตกต่าง เพื่อให้สามารถเลือกพิจารณาได้อย่างไม่พลาด

ประกันสะสมทรัพย์ vs ประกันชีวิตทั่วไป

●      ประกันสะสมทรัพย์ เน้นออมทรัพย์และความคุ้มครอง โดยให้ทั้งความคุ้มครองและตารางเงินคืน รวมถึงเงินครบสัญญา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างวินัยการออมและได้รับเงินก้อนตามแผนที่ชัดเจนตลอดอายุสัญญา

●      ประกันชีวิตทั่วไป ให้ความคุ้มครองอย่างเดียว โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างทุนประกันสูงเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงจากการเสียชีวิตเป็นหลัก มักไม่มีเงินคืนระหว่างทาง หรือเมื่อครบสัญญา

H3: ประกันสะสมทรัพย์ vs ประกันบำนาญ

●      ประกันสะสมทรัพย์ เน้นรับเงินคืนเป็นงวดระหว่างสัญญาและรับเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียวเมื่อครบกำหนดสัญญา

●      ประกันบำนาญ เน้นการสร้างรายได้หลังเกษียณ โดยจ่ายเป็นเงินบำนาญรายงวด ตามเปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินเอาประกันภัยและช่วงอายุบำนาญที่กำหนด พร้อมสิทธิประโยชน์ภาษีเฉพาะทาง ภายใต้เกณฑ์ของกรมสรรพากร

ประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

ประกันสะสมทรัพย์จัดอยู่ในกลุ่มประกันชีวิตทั่วไป ซึ่งสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี โดยมีเงื่อนไขดังนี้

●      ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

●      ต้องทำกรมธรรม์กับบริษัทประกันภัยที่ประกอบกิจการในประเทศไทย

●      หากมีการจ่ายเงินคืนในแต่ละปี เงินคืนนั้นต้อง ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันภัยรายปี

●      หากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าผิดเงื่อนไขและอาจต้องคืนภาษีที่ได้รับยกเว้นไปแล้ว

*ผลประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โปรดตรวจเงื่อนไขปีภาษีล่าสุดก่อนตัดสินใจ

ครอบครัวกำลังแพลนว่าควรซื้อประกันสะสมทรัพย์ ดีไหม ?

ประกันสะสมทรัพย์เหมาะกับใคร?

●      มือใหม่ที่อยาก “ออมแบบมีระบบ” และต้องการเห็นเส้นทางเงินคืนชัดเจน

●      คนมีเป้าหมายระยะสั้น-กลาง เช่น เก็บเงินก้อนสำหรับค่าเทอม ดาวน์บ้าน หรือเริ่มต้นครอบครัว

●      มนุษย์เงินเดือนที่อยากจัดพอร์ตภาษีให้มีวินัยตลอดปี

●      ผู้ที่รับความผันผวนต่ำและให้คะแนน “ความแน่นอน” สูงกว่าผลตอบแทนที่ผันผวนตามตลาด

ประกันสะสมทรัพย์ที่ไหนดี เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า?

การจะตัดสินใจว่า ประกันสะสมทรัพย์ที่ไหนดี ไม่ควรดูแค่เงินคืนสูงสุดที่จะได้รับ แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมกับเป้าหมายและกระแสเงินสดเป็นหลัก โดยมีเกณฑ์สำคัญดังนี้

1. เลือกจากความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ

ความมั่นคงของบริษัทประกันภัยคือปราการด่านแรกที่ต้องพิจารณา เพราะประกันสะสมทรัพย์เปรียบเสมือนการฝากเงินกับบริษัทประกันภัย จึงต้องมั่นใจว่าบริษัทฯ จะสามารถดูแลเงินออมและจ่ายผลประโยชน์ให้ได้จนครบสัญญา โดยให้ดูที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) ตามเกณฑ์ที่สำนักงาน คปภ. กำหนด รวมถึงพิจารณาชื่อเสียงและประวัติการดำเนินงาน เพื่อความอุ่นใจว่าเงินออมจะปลอดภัยแม้ในสถานการณ์เศรษฐกิจ

2. เปรียบเทียบตารางผลประโยชน์ในแต่ละแผน

ตารางผลประโยชน์ (Policy Benefit Illustration) ของแต่ละบริษัทฯ ไม่เหมือนกัน จึงควรเปรียบเทียบว่าแต่ละแผนให้เงินคืนรายปีและเงินก้อนเมื่อครบสัญญาเป็นจำนวนเท่าใด บางแผนเน้นให้เงินคืนระหว่างทางสูงเพื่อให้มีกระแสเงินสดมาใช้จ่าย แต่บางแผนเน้นจ่ายก้อนใหญ่ตอนจบเพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับเป้าหมายใหญ่ โดยควรเลือกแบบที่สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินของมากที่สุด

3. เลือกแบบที่สอดคล้องกับ “กระแสเงินสด”

ความคุ้มค่าสูงสุดของประกันสะสมทรัพย์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อถือสัญญาจนครบกำหนดเท่านั้น หากมีการเวนคืน หรือหยุดส่งกลางคันจะทำให้เสียประโยชน์อย่างมาก จึงต้องประเมินรายได้และรายจ่ายให้ดีว่าจะสามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้สม่ำเสมอเพียงใด หากมีรายได้ไม่แน่นอนอาจเลือกแผนที่จ่ายเบี้ยระยะสั้น เช่น 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี แม้เบี้ยฯ ต่อปีจะสูงกว่าแต่ก็จบภาระได้เร็ว หรือหากต้องการออมระยะยาวแบบไม่กระทบเงินในกระเป๋ามากนัก การเลือกแผนที่ชำระเบี้ยฯ ระยะยาวแต่ยอดชำระต่อปีน้อยกว่าอาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า

4. บริการหลังการขายสำคัญไม่แพ้กับผลตอบแทน

ประสบการณ์ในการรับบริการจะเป็นตัวตัดสินความพึงพอใจ โดยควรตรวจสอบระบบการบริการของบริษัทฯ ว่ามีความสะดวกสบายเพียงใด เช่น มีแอปพลิเคชันสำหรับเช็กข้อมูลกรมธรรม์ ระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงกำหนดชำระเบี้ยฯ ช่องทางการชำระเงินออนไลน์ที่หลากหลาย หรือขั้นตอนการเคลมที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน บริการหลังการขายที่ดีจะช่วยให้การออมเงินเป็นเรื่องง่ายและลดภาระในการติดตามข้อมูลด้วยตนเอง

รวมแผนประกันสะสมทรัพย์ที่น่าสนใจจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์จากพรูเด็นเชียล แบ่งตามวัตถุประสงค์ในการทำประกันชีวิตแบบมีเงินคืนของแต่ละบุคคล โดยมีรายละเอียดของกรมธรรม์ย่อยดังนี้

แผนสะสมทรัพย์เพื่อการออม

เริ่มสร้างอนาคตและทำให้เป้าหมายเป็นจริงด้วยแผนสะสมทรัพย์เพื่อการออมเงิน พร้อมให้ความคุ้มครองชีวิต 15-25 ปี โดยมีแผนประกันสะสมทรัพย์เพื่อการออมแยกย่อย ดังนี้

●      สะสมทรัพย์ 1 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 20 ปี รับความคุ้มครอง 25 ปี รับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบกำหนดสัญญา (สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 25)

●      สะสมทรัพย์ 3 ชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี รับความคุ้มครองตลอด 20 ปี รับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อครบกำหนดสัญญา (สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 20)

●      พรูมันนี รีวอร์ด 15/6 ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 6 ปี ให้ความคุ้มครองถึง 15 ปี รับเงินคืนทุกปี ปีละ 2.5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1-14 และรับเงินคืน 150% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมโอกาสรับเงินปันผล (ถ้ามี) เมื่อครบกำหนดสัญญา

แผนสะสมทรัพย์เพื่อการเกษียณอายุ

เตรียมความพร้อมวัยเกษียณตั้งแต่ตอนนี้ด้วยแผนสะสมทรัพย์เพื่อการเกษียณ ออมเงินระยะยาวมีเงินใช้ในช่วงบั้นปลายของชีวิต ถือครองยาวจนถึงอายุ 65-88 ปี มีแผนประกันสะสมทรัพย์เพื่อการเกษียณแยกย่อยดังนี้

●      พรูสุขสำราญ ค่าเบี้ยประกันชีวิตคงที่ รับเงินบำนาญทุกปีตั้งแต่อายุ 60-85 ปีละ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมทั้งหมด 390% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

●      พรูเกษียณสุข 225 รับเงินคืน 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 65 ปี รับเงินคืนปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 55-59 และรับเงินคืนปีละ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60 - 64 ปี

●      พรูบำนาญสราญใจ รับเงินบำนาญทุกปีตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุ 60-85 ปี ปีละ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมทั้งหมด 390% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ใช้เป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี หรือสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี กรณีที่ไม่ได้ใช้สิทธลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบอื่น ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

แผนตลอดชีพแบบมีเงินคืน

สร้างเงินไว้ให้คนที่รักด้วยแผนประกันสะสมทรัพย์มีเงินคืน คุ้มครองนานถึงอายุ 99 ปี ชำระเบี้ยเพียง 10-20 ปี มีแผนแยกย่อยดังนี้

  • พรูตลอดชีพ 99/10 ชำระเบี้ยประกันภัย 10 ปี คุ้มครองนานถึงอายุครบ 99 ปี รับความคุ้มครอง 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือจำนวนเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือเป็นประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด แล้วแต่จำนวนหนึ่งจำนวนใดที่มากกว่า
  • พรูโฮล ไลฟ์ โพรเทกต์ 99/20 ชำระเบี้ยประกันภัย 20 ปี คุ้มครองนานถึงอายุครบ 99 ปี รับความคุ้มครอง 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย  หรือเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ หรือ 101% ของเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาแล้วทั้งหมด แล้วแต่จำนวนหนึ่งจำนวนใดมากกว่า

พร้อมวางแผนด้วยประกันสะสมทรัพย์ที่ตอบโจทย์แล้วหรือยัง?

ดูรายละเอียดแบบประกันภัยและตารางผลประโยชน์จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างวินัยทางการเงิน พร้อมรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดตามกฎหมาย

หมายเหตุ

●      ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●      เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●      ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันสะสมทรัพย์ (FAQs)

ได้เงินคืนจริงตามที่ระบุไว้ในเล่มกรมธรรม์ เนื่องจากประกันสะสมทรัพย์มีตารางผลประโยชน์ที่ชัดเจน ทั้งเงินคืนรายงวดสำหรับบางแผนและเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา ซึ่งบริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมายของ คปภ. โดยผลตอบแทนจะคงที่และไม่ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจ ต่างจากการลงทุนในหุ้น หรือกองทุนรวม

ไม่ได้มีเกณฑ์ขั้นต่ำของเงินเดือนที่ตายตัว แต่แนะนำให้เริ่มทำเมื่อมีเงินออมส่วนเกินหลังหักค่าใช้จ่ายและเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานประจำที่มีฐานภาษีต้องจ่าย เพราะจะได้รับความคุ้มค่า 2 ต่อ ทั้งเงินออมและเงินคืนจากภาษี ทั้งนี้ควรจัดสรรค่าเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี เพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องในระยะยาว

ขึ้นกับอายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย ประวัติสุขภาพ รวมถึงเงื่อนไขแบบประกันชีวิต หลายแผนใช้เพียงแบบสอบถามสุขภาพ แต่บางกรณีอาจต้องตรวจตามดุลยพินิจผู้รับประกันภัย

หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างสัญญา ทายาท หรือผู้รับระโยชน์จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือค่าเวนคืนกรมธรรม์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งมักจะมีมูลค่าสูงกว่าเงินต้นที่ส่งเบี้ยมา เพื่อเป็นหลักประกันให้กับครอบครัว

หากประสบปัญหาสภาพคล่องจนไม่สามารถส่งเบี้ยฯ ต่อได้ ไม่แนะนำให้ยกเลิก หรือปล่อยให้กรมธรรม์ขาดอายุทันที เพราะจะทำให้เสียผลประโยชน์ที่สะสมมา สามารถใช้ทางเลือกเพื่อรักษาความคุ้มครองและเงินต้นไว้ได้ ดังนี้

●      ใช้สิทธิเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาคุ้มครองเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัย หรือเงินก้อนที่จะได้รับลดลงตามสัดส่วนที่ระบุไว้ในเล่มกรมธรรม์

●      ใช้สิทธิขยายเวลา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินคุ้มครองชีวิตเท่าเดิม แต่ไม่ได้เน้นเรื่องเงินคืนตอนจบสัญญา วิธีนี้จะหยุดจ่ายเบี้ยฯ ได้แต่ยังคุ้มครองชีวิตด้วยวงเงินเต็มจำนวนไปอีกระยะหนึ่ง ตามที่มูลค่าเงินสดจะครอบคลุมถึง หากอยู่จนครบกำหนดขยายเวลาอาจได้รับเงินคืนเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย

แต่หากขาดส่งเบี้ยฯ โดยไม่แจ้งบริษัทประกันภัย บริษัทฯ จะนำมูลค่าเงินสดในกรมธรรม์มาจ่ายค่าเบี้ยฯ ให้ก่อนโดยอัตโนมัติเพื่อให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาการเงินชั่วคราวและตั้งใจจะกลับมาส่งเบี้ยประกันภัยต่อในภายหลังเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดตามสัญญาเดิม