ตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ผู้ที่มีชื่อเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยในใบเสร็จหรือหนังสือรับรองการชำระเบี้ยฯ จะเป็นผู้มีสิทธิใช้ลดหย่อนภาษี ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อควรตกลงกันให้ชัดเจนว่าสมาชิกคนใดจะเป็นผู้ใช้สิทธิ หรือหากระบุชื่อผู้ชำระเบี้ยฯ ร่วมกัน ก็สามารถหารเฉลี่ยสิทธิลดหย่อนกันได้ตามสัดส่วนที่จ่ายจริง
ประกันพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้ไหม ควรเลือกอย่างไรดี?
การวางแผนซื้อประกันให้พ่อแม่คือการส่งต่อความรักและความอุ่นใจที่มีประสิทธิภาพที่สุดในสังคมสูงวัย โดยเฉพาะประกันสุขภาพพ่อแม่ที่นอกจากจะช่วยบริหารความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาแล้ว ยังมอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีให้กับลูก ซึ่งลูกสามารถนำเบี้ยประกันพ่อแม่มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 15,000 บาทต่อปี ช่วยให้คุณดูแลคนที่รักได้เต็มที่พร้อมบริหารจัดการการเงินส่วนตัวได้อย่างลงตัว
- เทคนิคทำประกันให้พ่อแม่ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด
- ประกันสุขภาพพ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร?
- เงื่อนไขหลักในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
- พ่อแม่สูงอายุ ทำประกันสุขภาพได้ไหม?
- ทำประกันให้พ่อแม่เพิ่มความอุ่นใจ เลือกพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนซื้อประกันให้พ่อแม่ (FAQs)
- พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์
- พรูเฮลธี้ พลัส
ประกันพ่อแม่ลดหย่อนภาษีได้ไหม ควรเลือกอย่างไรดี?
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ภาระหน้าที่ของลูก ๆ จึงไม่ใช่แค่การดูแลท่านในยามปกติ แต่คือการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามวัย หลายคนวางแผนทำประกันให้พ่อแม่แต่มักพบกับความกังวลใจ ทั้งเรื่องเกณฑ์อายุที่จำกัด การตรวจสุขภาพ ไปจนถึงค่าเบี้ยประกันภัยที่ดูซับซ้อน รวมถึงไม่แน่ใจว่าควรซื้อประกันภัยรูปแบบใดให้กับพ่อแม่ดี
อย่างไรก็ตาม ประกันสุขภาพเป็นหนึ่งในรูปแบบประกันภัยที่หลายคนตัดสินใจซื้อให้พ่อแม่มากที่สุด เพราะไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสวัสดิการที่ดีที่สุดให้แก่พวกท่าน แต่ยังเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากรอีกด้วย
เทคนิคทำประกันให้พ่อแม่ที่ได้ประโยชน์มากที่สุด
ความคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายออกไป ย่อมเป็นสิ่งแรกที่เรากำลังมองหาในตัวประกันภัยที่จะทำให้พ่อแม่ วิธีเลือกก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ไล่ดูกันไปทีละข้อตามด้านล่างนี้ ก็เลือกซื้อประกันให้พ่อแม่ได้ทันที
รู้จักประเภทของประกันภัยสำหรับผู้สูงวัย
ประกันภัยสำหรับผู้สูงวัยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ที่นิยมทำให้พ่อแม่ได้ดังนี้
ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เป็นประกันภัยที่คุ้มครองชีวิตแก่ผู้เอาประกันภัยตลอดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยหากผู้เอาประกันเสียชีวิต หรืออยู่จนอายุครบสัญญา เช่น 90 ปี บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินตรามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในสัญญา ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกชำระเบี้ยประกันภัยได้ทั้งแบบชั่วระยะเวลาจำกัด เช่น 15-20 ปี หรือชำระเบี้ยประกันภัยต่อเนื่องตลอดระยะเวลาความคุ้มครอง
ประกันสุขภาพ เป็นประกันภัยที่ทำให้พ่อแม่ได้ โดยมีเงื่อนไขในระยะเวลาการคุ้มครองที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 65-90 ปี มีการคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ครอบคลุมเกือบทุกโรค ยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อนหน้า อีกทั้งประกันสุขภาพสำหรับพ่อแม่ เบี้ยฯ ส่วนนี้ลูกยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
ประกันโรคร้ายแรง เน้นจ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อตรวจเจอโรคร้ายแรงตามกลุ่มที่ระบุ เช่น มะเร็ง หรือโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพิเศษหรือค่าพยาบาลต่อเนื่อง
ประกันอุบัติเหตุ (Personal Accident) เน้นความคุ้มครองจากการบาดเจ็บ เช่น ล้ม หรืออุบัติเหตุในบ้าน ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักของผู้สูงอายุ โดยลูกสามารถนำเบี้ยฯ ไปลดหย่อนภาษีได้ เฉพาะส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาล
ประกันผู้สูงอายุ เป็นประกันภัยที่รวมกันระหว่างประกันชีวิต และประกันอุบัติเหตุ มีความครอบคลุมในการคุ้มครองทั้งในกรณีที่เสียชีวิต และเกิดอุบัติเหตุ แต่มีเงื่อนไขในการจ่ายขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ มีข้อดี คือ สามารถทำได้ตั้งแต่ 50-70 ปี โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ และมีค่าเบี้ยประกันภัยคงที่
ตารางสรุปประเภทประกันของผู้สูงวัย
ประเภทของประกันภัย
|
เน้นความคุ้มครองด้านไหน
|
ลูกสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม
|
ประกันชีวิตตลอดชีพ
|
มรดก เงินก้อนเมื่อเสียชีวิต
|
ไม่ได้
|
ประกันสุขภาพ
|
ค่ารักษาพยาบาล ผ่าตัด OPD-IPD
|
ได้ สูงสุด 15,000 บาท/ปี*(รวมพ่อและแม่)
|
ประกันโรคร้ายแรง
|
เงินก้อนเมื่อตรวจเจอโรคร้าย
|
ได้ สูงสุด 15,000 บาท/ปี (รวมทั้งพ่อและแม่ และรวมทุกความคุ้มครองสุขภาพ/โรคร้าย)
|
ประกันอุบัติเหตุ
|
ค่ารักษาจากอุบัติเหตุ
|
ได้ เฉพาะส่วนค่ารักษาพยาบาล
|
ประกันผู้สูงอายุ
|
เน้นสมัครง่าย ไม่ตรวจสุขภาพ
|
ได้ เฉพาะส่วนค่ารักษาพยาบาล
|
*หมายเหตุ: เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
ความคุ้มครองที่ได้รับ
ประกันภัยสำหรับผู้สูงอายุแต่ละประเภท จะมีเงื่อนไขการคุ้มครองที่แตกต่างกันไป เช่น ประกันชีวิตจะคุ้มครองในกรณีที่เสียชีวิตเท่านั้น จะไม่คุ้มครองได้ในกรณีที่เจ็บป่วย หากอยากได้รับการคุ้มครองในด้านการรักษาพยาบาลจากโรคภัยต่าง ๆ ก็ต้องทำเป็นประกันสุขภาพผู้สูงอายุเพิ่มเติม
พิจารณาเงื่อนไขการจ่ายเงิน
ประกันภัยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขในการจ่ายเงินที่ไม่เท่ากันตามกรมธรรม์ ซึ่งล้วนขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัย แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะมีการจ่ายคืนแบบเต็มจำนวน หลังจากมีการชำระค่าเบี้ยประกันภัยติดต่อกัน 2 ปีขึ้นไป
รายละเอียดเบี้ยประกันภัย
ค่าเบี้ยประกันภัยเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเลือกให้ดี เพราะการจะได้รับการคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยแบบตรงตามเงื่อนไข ก็คือ การจ่ายเบี้ยประกันภัยให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดขึ้นไป ซึ่งมีทั้งแบบจ่ายระยะยาว หรือเลือกจ่ายแบบชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของประกันภัย
นำไปลดหย่อนภาษีสำหรับตัวคุณเอง
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ประกันสุขภาพที่ทำให้พ่อแม่ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงถึง 15,000 บาท ไม่รวมกับประกันภัยที่เราทำให้ตัวเองเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยในการบริหารจัดการด้านการเงินของเราได้
ทำความเข้าใจรายละเอียดส่วนอื่น ๆ ที่สำคัญ
สุดท้ายแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะเช็กรายละเอียดเงื่อนไขให้ครบถ้วน เช่น ระยะเวลาการรอคอย การคุ้มครองมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง ต้องมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ คุ้มครองจนถึงอายุเท่าไหร่ ล้วนมีผลต่อการเบิกจ่ายจากตัวประกันทั้งสิ้น จึงไม่ควรพลาดในจุดนี้
ประกันสุขภาพพ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร?
ในวันที่เราก้าวเข้าสู่วัยทำงานอย่างเต็มตัว การวางแผนเผื่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนในครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ เป็นการบริหารความเสี่ยงที่ชาญฉลาด เพราะปัญหาสุขภาพมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่คาดเดาไม่ได้ การมีประกันสุขภาพจึงช่วยเปลี่ยนเงินก้อนใหญ่ที่อาจต้องจ่ายกะทันหันให้กลายเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่คงที่และวางแผนได้
การเลือกซื้อประกันสุขภาพพ่อแม่จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยบริหารความเสี่ยงได้ถึง 2 ด้าน ด้านแรกคือการสร้างสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลเพื่อรองรับความเสี่ยงทางสุขภาพที่คาดเดาไม่ได้ และด้านที่สองคือการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปพร้อมกัน
วงเงินการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
ตามกฎหมายแล้ว เราสามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดามาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี ตัวอย่างเช่น
หากจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้คุณพ่อ 12,000 บาท สามารถลดหย่อนได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริงคือ 12,000 บาท
หากจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้คุณแม่ 20,000 บาท จะใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุดที่เพดาน 15,000 บาท
หากจ่ายเบี้ยฯ ให้ทั้งพ่อและแม่คนละ 15,000 บาท รวมกันสองคนเป็น 30,000 บาท ลดหย่อนสูงสุดยังคงอยู่ที่ 15,000 บาท ต่อผู้มีเงินได้ 1 คน
เทคนิคบริหารจัดการสิทธิภาษีให้คุ้มค่าสำหรับครอบครัวที่มีพี่น้อง
สำหรับครอบครัวที่มีพี่น้องหลายคนและต่างก็มีรายได้ที่ต้องเสียภาษี การวางแผนแบ่งกันใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจะช่วยให้ครอบครัวได้รับผลประโยชน์ทางภาษีรวมกันได้สูงกว่าการให้คนใดคนหนึ่งจ่ายเบี้ยฯ เพียงคนเดียว
เนื่องจากว่าสิทธิการลดหย่อนภาษี 15,000 บาทนี้ จะผูกติดกับตัวลูกผู้เป็นผู้จ่ายเบี้ยฯ ไม่ได้ผูกตามจำนวนบิดามารดา หมายความว่าหากลูกคนเดียวจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ เช่น คนละ 15,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท ลูกคนนั้นจะยังคงใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุดเพียง 15,000 บาท ตามเพดานที่กฎหมายกำหนด ส่วนอีก 15,000 บาทที่จ่ายไปจะไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้
ตัวอย่างกลยุทธ์การบริหารสิทธิให้คุ้มค่า
สมมติว่าค่าเบี้ยประกันสุขภาพของคุณพ่อและคุณแม่รวมกันคือ 30,000 บาท ท่านละ 15,000 บาท
หากจ่ายคนเดียว จะลดหย่อนภาษีได้เพียง 15,000 บาท
หากแบ่งกันจ่ายกับพี่น้อง ให้คนละ 15,000 บาท ครอบครัวจะสามารถนำยอดเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีรวมกันได้ถึง 30,000 บาท (คนละ 15,000 บาท) ซึ่งช่วยประหยัดภาษีให้ครอบครัวได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เงื่อนไขหลักในการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
การจะนำเบี้ยประกันพ่อแม่มาลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้
ต้องเป็นเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ สิทธินี้ครอบคลุมเฉพาะเบี้ยประกันในหมวดสุขภาพเท่านั้น ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ประกันอุบัติเหตุในเฉพาะส่วนค่ารักษา ประกันโรคร้ายแรง
ผู้จ่ายเบี้ยฯ ต้องเป็นลูกตามกฎหมายหรือคู่สมรสของลูกตามกฎหมาย นอกจากนี้หากพี่น้องร่วมกันจ่ายเบี้ยฯ สามารถหารเฉลี่ยสิทธิลดหย่อนกันได้ตามสัดส่วนที่จ่ายจริง
บิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด เงื่อนไขสำคัญคือ บิดาหรือมารดาต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีนั้น ๆ ไม่เกิน 30,000 บาท จึงจะสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
มีที่อยู่ในประเทศไทย พ่อแม่จะต้องพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วัน
การแจ้งความประสงค์ เพื่อขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อให้บริษัทส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยตรง
พ่อแม่สูงอายุ ทำประกันสุขภาพได้ไหม?
แน่นอนเมื่ออายุมากขึ้น การทำประกันสุขภาพก็ยิ่งมีข้อจำกัดตามมา ทำให้หลายคนมักตั้งคำถามว่า “พ่อแม่สูงอายุ ทำประกันสุขภาพได้ไหม” คำตอบคือ “ทำได้แน่นอน” แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขสำคัญดังนี้
เกณฑ์อายุที่รับทำประกันสุขภาพ ปัจจุบันแผนประกันสุขภาพส่วนใหญ่จะมีทั้งอายุ 50 ปี ไปจนถึง 70 หรือ 75 ปี และสามารถต่ออายุความคุ้มครองได้ยาวถึง 80-90 ปี ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละแผน
การตรวจสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง การเลือกแผนที่ต้องตอบคำถามสุขภาพอาจได้ความคุ้มครองที่กว้างกว่า แต่หากท่านมีข้อจำกัดด้านสุขภาพ ปัจจุบันมีแผนประกันสุขภาพบางประเภทที่ไม่ต้องตรวจสุขภาพ หรือไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ แต่อาจมีเงื่อนไขเรื่องทุนประกันภัยและระยะรอคอยที่เฉพาะเจาะจง
สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) โดยทั่วไปประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนการทำ ดังนั้นการทำประกันให้พ่อแม่ตั้งแต่วันที่ท่านยังมีสุขภาพดีจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
ทำประกันให้พ่อแม่เพิ่มความอุ่นใจ เลือกพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
ในวันที่ภาระหน้าที่และค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น การเตรียมตัวล่วงหน้าด้วยการเลือกซื้อแผนประกันสุขภาพที่เหมาะสม คือการลดความเสี่ยงที่คุ้มค่าที่สุด เพราะการทำประกันให้พ่อแม่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ท่านเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ แต่ยังช่วยให้ลูก ๆ อย่างเราอุ่นใจในเรื่องค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด และยังได้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีมาช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินอีกด้วย
สำหรับใครที่ยังลังเลว่าควรเริ่มตรงไหน แนะนำให้ศึกษาสิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อประกันสุขภาพ เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าควรเลือกซื้อประกันสุขภาพที่ไหนดี ขอแนะนำประกันสุขภาพจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่มีแผนให้คุณเลือกอย่างครอบคลุมกับทุกความต้องการ
ข้อมูลอ้างอิง
กรมสรรพากร. (2550, 24 พฤษภาคม). ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันภัยของผู้มีเงินได้. https://www.rd.go.th/33201.html
หมายเหตุ
ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนซื้อประกันให้พ่อแม่ (FAQs)
ในกรณีที่รายได้พึงประเมินของคุณพ่อหรือคุณแม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่จะยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขในกรมธรรม์อย่างครบถ้วนตามปกติ
สามารถทำได้ โดยกรมสรรพากรจะพิจารณาจากยอดเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงรวมทั้งปี ซึ่งสามารถขอหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันภัยจากบริษัทประกันภัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษีตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี
ไม่ได้ เนื่องจากสิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดาวงเงิน 15,000 บาท สงวนไว้สำหรับเบี้ยประกันสุขภาพเท่านั้น ส่วนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปจะนำไปใช้สิทธิลดหย่อนได้เฉพาะในโควตาประกันชีวิตส่วนตัวของผู้เอาประกันภัยเองตามเพดาน 100,000 บาทต่อปี
ควรพิจารณาจากวงเงินความคุ้มครองเป็นหลัก หากประกันกลุ่มเดิมมีวงเงินค่ารักษาไม่สูง หรือไม่ครอบคลุมกรณีโรคร้ายแรงและการดูแลระยะยาว การทำประกันสุขภาพส่วนบุคคลเพิ่มเติมจะช่วยอุดรอยรั่วทางการเงินจากค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน และยังช่วยให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมหากเข้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
ประกันสุขภาพที่แนะนำ