สรุปประเด็นหลัก

เบี้ยประกันภัย คือ จำนวนเงินที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้แก่บริษัทประกันภัย เพื่อรักษาสถานะความคุ้มครองตามที่ตกลงกันไว้ให้คงอยู่ ในขณะที่ทุนประกันภัย คือ มูลค่าเงินก้อนที่บริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่จ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ การทำความเข้าใจความแตกต่างของตัวเลขทั้งสองอย่างนี้ จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเลือกค่าเบี้ยฯที่สอดคล้องกับรายได้จริง และได้รับวงเงินความคุ้มครองที่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัวในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

คู่รักที่ศึกษาแล้วว่าเบี้ยประกันฯ คืออะไร ควรซื้อเท่าไรดี

    เมื่อคิดจะเริ่มต้นทำประกันชีวิตเพื่อสร้างหลักประกันให้กับตัวเองหรือคนที่รัก ด่านแรกที่ต้องเจอ ไม่ใช่เรื่องของงบประมาณ แต่คือความสับสนในคำศัพท์เทคนิคอย่าง "ทุนประกันภัย" และ "เบี้ยประกันภัย" ที่มักจะมาควบคู่กันเสมอในหน้าเปรียบเทียบแผนประกันภัย ทำให้หลายคนสับสนว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไรกันแน่?

การเข้าใจคำศัพท์สองคำนี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้สามารถเลือกแผนประกันภัยได้อย่างชาญฉลาด สามารถเลือกแผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าและไม่สร้างภาระทางการเงินในระยะยาว

ทุนประกันภัย คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในการทำประกันชีวิต?

ทุนประกันภัย ตามภาษากฎหมายจะใช้คำอย่างเป็นทางการว่า "จำนวนเงินเอาประกันภัย" หมายถึง เงินความคุ้มครองที่บริษัทประกันจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น การเสียชีวิต การทุพพลภาพหรือครบสัญญาในกรณีของประกันชีวิตที่มีผลประโยชน์เมื่อครบกำหนดสัญญา

ตีความภาษาประกันภัย “ทุนประกันชีวิต 1 ล้านบาทหมายถึงอะไร?”

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า แผนประกันชีวิตนี้มีทุนประกันชีวิต 1 ล้านบาท แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไรกันแน่?

คำว่าทุนประกันชีวิต หรือจำนวนเงินเอาประกันภัย 1 ล้านบาท หมายความว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับผู้เอาประกันภัย บริษัทประกันภัยจะทำการส่งมอบเงินสดจำนวน 1,000,000 บาทนี้ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ หรือกรณีประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เมื่ออยู่จนครบสัญญาก็จะได้รับเงินคืนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ซึ่งเงินก้อนนี้จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยง สามารถใช้เป็นทุนในการดำรงชีวิต ชำระหนี้สินคงค้าง หรือใช้เป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน แน่นอนว่าจำนวนเอาประกันภัยที่สูงจะช่วยสร้างความอุ่นใจและครอบคลุมรายจ่ายได้มากกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการบริหารจัดการต้นทุนในฝั่งของผู้เอาประกันภัยด้วยเช่นกัน

เบี้ยประกันภัย คืออะไร ทำไมแต่ละคนจ่ายไม่เท่ากัน?

เบี้ยประกันภัย คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ต้องชำระให้แก่บริษัทประกันภัยตามงวดที่ตกลงกัน เช่น รายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน หรือรายปี เป็นต้น เพื่อให้กรมธรรม์ยังมีผลบังคับและคงสถานะความคุ้มครองตามจำนวนเอาประกันภัยที่เลือกไว้ หากขาดการส่งมอบเงินในส่วนนี้ เกินระยะเวลาตามที่กรมธรรม์กำหนดจะทำให้กรมธรรม์ขาดต่ออายุและสิ้นผลความคุ้มครอง

ปัจจัยที่ใช้คำนวณเบี้ยประกันภัย

แม้ว่าจะซื้อประกันชีวิตแผนเดียวกัน ซึ่งแต่ละคนก็อาจจ่ายเบี้ยประกันภัยไม่เท่านั้น สาเหตุเพราะเบี้ยประกันภัยจะคำนวณจากปัจจัยความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ซึ่งมีองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้

●      อายุ ยิ่งเริ่มต้นทำความคุ้มครองตั้งแต่อายุน้อย อัตราค่าเบี้ยประกันภัยก็จะยิ่งถูกลง เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพหรือความน่าจะเป็นในการเกิดโรคร้ายแรงยังอยู่ในระดับที่ต่ำ

●      เพศ สถิติทางการแพทย์และความสม่ำเสมอของอายุขัยเฉลี่ยที่แตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง มีผลต่อการคำนวณอัตราความเสี่ยงภัยของบริษัท

●      ประวัติสุขภาพ ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว จะจ่ายเบี้ยฯ ในอัตราปกติ ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยง อาจต้องถูกปรับเพิ่มราคาเพื่อรับรองความเสี่ยงที่สูงขึ้น

●      ประเภทของความคุ้มครอง แผนที่เน้นการออมทรัพย์หรือมีความคุ้มครองยาวนาน เช่น ประกันชีวิตตลอดชีพ มักมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างจากแผนที่เน้นความคุ้มครองระยะสั้น เช่น ประกันแบบชั่วระยะเวลา

●      งวดการชำระ การจ่ายแบบรายปีจะถูกกว่าการเลือกจ่ายแบบแบ่งย่อยเป็นรายเดือน เนื่องจากมีต้นทุนในการบริหารจัดการน้อยกว่า

สรุปความแตกต่าง “ทุนประกันภัย” กับ “เบี้ยประกันภัย” ต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างของศัพท์ประกันภัย 2 คำนี้ เรามาเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ดังตารางด้านล่างนี้

หัวข้อ

เบี้ยประกันภัย

ทุนประกันภัย (จำนวนเงินเอาประกันภัย)

ความหมาย

เงินที่ผู้ทำประกันภัยต้องจ่ายให้บริษัท

เงินที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์ หรือผู้เอาประกันภัย

บทบาททางการเงิน

รายจ่ายเพื่อบริหารความเสี่ยง

ผลประโยชน์เมื่อเกิดความสูญเสียหรืออยู่ครบสัญญา

ระยะเวลาการจ่าย

จ่ายต่อเนื่องเป็นงวด ๆ ตามเงื่อนไขสัญญา

จ่ายก้อนเดียว หรือตามรูปแบบที่ระบุ เมื่อเกิดเหตุหรืออยู่ครบสัญญา

มูลค่าโดยประมาณ

หลักพันถึงหลักล้านบาทต่อปี

หลักหมื่นถึงหลักล้านบาทขึ้นไป

ปัจจัยกำหนดมูลค่า

อายุ เพศ สุขภาพ ชั้นอาชีพ และแผนประกันภัยที่เลือก เป็นต้น

ผู้ซื้อ (ผู้ขอเอาประกันภัย) เป็นผู้ประเมินและระบุความต้องการ

ครอบครัวที่มีลูกควรเลือกทุนประกันภัยที่สูง เพื่อเป็นหลักประกันอนาคตด้านการศึกษา

ควรเลือกทุนประกันภัยและเบี้ยประกันภัยเท่าไรดี?

            มาถึงคำถามสำคัญที่หลายคนมักถามตัวเองและคนใกล้ตัวอยู่เสมอ เมื่อตัดสินใจจะทำประกันภัย เพราะเราไม่อาจจะรู้เลยว่า เมื่อถึงเวลาจำเป็นเงินจำนวน “เท่าไร” ถึงจะพอต่อความต้องการ และอยู่ในราคาที่ยังจ่ายไหวแบบสบาย ๆ

ที่จริงแล้ว สูตรลับในการทำประกันชีวิตให้คุ้มค่าที่สุดไม่ใช่การเลือกแผนที่แพงที่สุด แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่างจำนวนเอาประกันภัยที่ครอบคลุมภาระทั้งหมดกับค่าเบี้ยฯ ที่กระเป๋าเงินของคุณสามารถรับผิดชอบได้ตลอดอายุสัญญา

หลักการประเมินเบื้องต้นตามมาตรฐานสากล

●      ทุนประกันภัย หรือจำนวนเงินเอาประกันภัย แนะนำให้ตั้งไว้ที่ประมาณ 5-10 เท่าของรายได้ต่อปี เพื่อให้ครอบครัวมีเวลาปรับตัวและมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการพยุงฐานะในยามวิกฤต

●      เบี้ยประกันภัย ยอดรวมของเบี้ยประกันภัยทั้งหมดที่จ่ายไม่ควรเกิน 10-20% ของรายได้รวมทั้งปี เพื่อไม่ให้เบียดบังกระแสเงินสดที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือดึงสภาพคล่องจากการลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบอื่น

เข้าใจคำศัพท์ประกันภัยเพื่อเลือกแผนประกันชีวิตได้ตรงตามต้องการ

 การทำความเข้าใจความหมายของศัพท์เทคนิคอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจากการเป็นผู้ซื้อที่สับสน มาเป็นผู้ออกแบบอนาคตทางการเงินของตัวเอง พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พร้อมสนับสนุนทุกการเริ่มต้นเรียนรู้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใส เข้าใจง่าย และยืดหยุ่นสูง

หากคุณกำลังพิจารณาว่าทำไมต้องทำประกันชีวิต และกำลังมองหาแผนความคุ้มครองที่สอดคล้องกับงบประมาณ สามารถเริ่มต้นเปรียบเทียบและคำนวณเบี้ยประกันชีวิตไปกับแผนประกันต่าง ๆ เพื่อเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมและมั่นใจได้ว่าทุกเงินลงทุนของคุณจะถูกเปลี่ยนเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก

ดูรายละเอียดและเริ่มต้นวางแผนชีวิตมั่นคงกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

หมายเหตุ

●      ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●      เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●      ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

ปภาวี คู่ณรงค์นันทกุล. (ม.ป.ป.). วางแผนทุนประกันชีวิตที่เหมาะสมและยั่งยืน. สืบค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2569, จาก https://www.tfpa.or.th/Article/Detail/803?tp=article&nav=บทความ: ประกันภัย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทุนประกันฯ และเบี้ยประกันฯ (FAQs)

สามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขของบริษัทประกันภัย โดยทั่วไปการขอลดจำนวนเงินเอาประกันภัยสามารถทำได้ง่ายในรอบปีกรมธรรม์ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดชำระในงวดถัดไปลดลงตามไปด้วย ส่วนการขอเพิ่มความคุ้มครองในภายหลัง มักจะต้องมีการส่งเอกสารแถลงสุขภาพหรือตรวจสุขภาพใหม่เพื่อประเมินความเสี่ยง ณ ช่วงอายุนั้นอีกครั้ง

ไม่แนะนำให้ปล่อยให้กรมธรรม์ขาดอายุหรือยกเลิกสัญญาทันทีเนื่องจากจะไม่คุ้มค่า ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้ทางเลือกในการบริหารกรมธรรม์ได้หลายรูปแบบ เช่น การใช้สิทธิ์เปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ โดยไม่ต้องชำระเบี้ยฯต่อ ซึ่งระยะเวลาเอาประกันภัยเป็นไปตามเดิม แต่ลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง หรือเลือกแปลงเป็นการประกันภัยแบบขยายเวลา เพื่อให้จำนวนเงินเอาประกันภัยคงเดิม แต่ระยะเวลาเอาประกันภัยอาจสั้นลง ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณของบริษัทฯ หรือการขอคำปรึกษาจากตัวแทนเพื่อปรับลดแผนลงให้สอดคล้องกับสภาพคล่องในปัจจุบัน

สำหรับความคุ้มครองในสัญญาหลัก เช่น ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เบี้ยประกันภัยเป็นอัตราคงที่ตลอดสัญญา จะไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นตามอายุ ต่างจากสัญญาเพิ่มเติมกลุ่มค่ารักษาพยาบาลหรือโรคร้ายแรงที่จะปรับเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดตามช่วงอายุและความเสี่ยงภัย

ความมั่นใจในการได้รับเงินคืนตามกำหนดหรือการเคลมผลประโยชน์นั้น ผูกพันอยู่กับความมั่นคงและสถานะทางการเงินของบริษัทประกันภัยเป็นหลัก ซึ่งพิจารณาได้จากอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) โดย พรูเด็นเชียล ประเทศไทย  เป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีรากฐานทางธุรกิจแข็งแกร่ง มีการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบ และดำรงเงินกองทุนตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน คปภ. จึงช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลประโยชน์และจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ จะได้รับความคุ้มครองและจ่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา เมื่อถึงกำหนดรับผลประโยชน์หรือเมื่อเกิดเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง