ผู้ที่มีโรคประจำตัวยังสามารถสมัครประกันชีวิตและประกันสุขภาพได้ โดยบริษัทประกันภัยจะพิจารณาตามประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจมีการกำหนดข้อยกเว้นความคุ้มครอง คิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด จึงควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
สรุปประเด็นหลัก
การก้าวเข้าสู่วัยเกษียณคือช่วงเวลาสำคัญที่ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากการสร้างความมั่งคั่งมาเป็นการปกป้องสินทรัพย์ สำหรับคำถามที่ว่า วัย 60+ ปี ควรทำประกันอะไรบ้าง คำตอบที่ช่วยสร้างความปลอดภัยทางการเงินได้ดีที่สุดคือ การจัดสรรแผนประกันภัยให้ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่
1) ประกันชีวิตและสุขภาพ เพื่ออุดช่องโหว่ค่ารักษาพยาบาลและค่าผ่าตัด
2) ประกันชีวิต เพื่อรับผลประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและเตรียมส่งต่อเป็นมรดกให้แก่ครอบครัวโดยไม่ทิ้งภาระค่าใช้จ่ายสุดท้ายไว้ให้คนข้างหลัง
3) ประกันสะสมทรัพย์ ระยะสั้น เพื่อบริหารจัดการเงินออมให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัยและสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง
การเลือกทำประกันภัยที่สอดคล้องกับสภาพร่างกายและงบประมาณตั้งแต่อายุครบ 60 ปี จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีสุขใจและมั่นคง
- สรุปประเด็นหลัก
- คนวัย 60+ ปี ทำไมต้องทำประกันภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง?
- เจาะลึก 4 แผนประกันภัยที่คนวัยเกษียณควรมีไว้เพื่อความอุ่นใจ
- สรุปภาพรวมแผนประกันภัยสำหรับคนวัย 60+ ปี
- เทคนิคการเลือกซื้อความคุ้มครองให้คุ้มค่าและนำไปใช้ได้จริง
- สร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณไปกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำประกันภัยในวัย 60+ ปี (FAQs)
- พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์
- พรูไลฟ์ แคร์
- พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4
- พรูโรคร้าย ซูเปอร์คุ้ม
การก้าวเข้าสู่วัย 60 ปี หรือวัยเกษียณอย่างเป็นทางการ คือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของชีวิต จากเดิมที่วิถีชีวิตเคยขับเคลื่อนด้วยหน้าที่การงานและรายได้ประจำ กลับต้องเปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ควบคู่ไปกับสภาพร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา การมองหาเครื่องมือช่วยกระจายความเสี่ยงอย่างประกันสุขภาพในวัย 60+ จึงมีบทบาทสำคัญ เพราะความกังวลใจในวัยนี้ไม่ใช่เรื่องของการสร้างความมั่งคั่งอีกต่อไป แต่คือความกังวลว่าจะสามารถรักษาความมั่นคงทางการเงินเอาไว้ได้นานแค่ไหนท่ามกลางค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้นในทุกปี
คนวัย 60+ ปี ทำไมต้องทำประกันภัย เพื่อป้องกันความเสี่ยง?
การวางแผนประกันชีวิตและสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุคือกลยุทธ์การปกป้องสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะในวัยเกษียณ รายได้ที่เคยเป็นกระแสเงินสดต่อเนื่องจะลดลงหรือหยุดไป แต่ความเสี่ยงรอบด้านกลับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยความสำคัญหลักสามารถแบ่งออกเป็น 3 มิติ ดังนี้
● ป้องกันเงินออมไหลออก: ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันมีอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นทุกปี การรักษาโรคเรื้อรังหรือการผ่าตัดใหญ่เพียงครั้งเดียวอาจทำลายเงินเกษียณที่สะสมมาทั้งชีวิตให้หมดไปในพริบตา
● ลดภาระให้ครอบครัว: ช่วยให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ จะมีความคุ้มครองจากประกันภัยเข้ามาช่วยรองรับค่าใช้จ่ายได้ทันที โดยไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว
● วางรากฐานมรดกและการส่งต่อ: เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเพื่อการันตีเงินก้อนและไม่ทิ้งภาระค่าใช้จ่ายสุดท้ายของชีวิตไว้ให้คนข้างหลัง
เจาะลึก 4 แผนประกันภัยที่คนวัยเกษียณควรมีไว้เพื่อความอุ่นใจ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าความคุ้มครองรูปแบบใดที่เหมาะกับงบประมาณและเป้าหมายชีวิตของคุณ ลองพิจารณา 4 ประเภทแผนประกันภัยที่สามารถช่วยบริหารความเสี่ยงทางการเงินในวัย 60+ ปี ได้ดังนี้
1. ประกันสุขภาพ
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและโรคต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังหรือภาวะสุขภาพที่เกิดจากความเสื่อมตามวัย ซึ่งอาจนำมาสู่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ประกันสุขภาพจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าห้องพัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละแผน ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างเหมาะสมและวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
2. ประกันชีวิต
สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินหรือสร้างหลักประกันทางการเงินให้คนข้างหลัง ประกันชีวิตในวัย 60+ ปี อาจเป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์ โดยหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินผลประโยชน์ตามจำนวนเอาประกันภัยและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งสามารถนำไปใช้ดูแลค่าใช้จ่ายที่จำเป็น จัดการภาระทางการเงิน หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนมรดกให้กับครอบครัวได้
3. ประกันโรคร้ายแรง
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงเผชิญโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มากขึ้น เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง การมีประกันโรคร้ายแรงจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจด้านการเงิน โดยเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคตามเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์ ผู้เอาประกันภัยอาจได้รับผลประโยชน์เป็นเงินก้อน เพื่อนำไปใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสุขภาพ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องดึงเงินออมหรือเงินเกษียณมาใช้ทั้งหมด
4. ประกันสะสมทรัพย์
สำหรับคนวัย 60+ ปี ที่ต้องการวางแผนการเงินควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต ประกันสะสมทรัพย์อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยจะได้รับผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยควรเลือกแผนที่มีระยะเวลาชำระเบี้ยฯ สั้นเพื่อให้เหมาะกับการบริหารสภาพคล่องในวัยเกษียณ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบอายุรับประกันภัยและรายละเอียดความคุ้มครอง เพื่อเลือกแบบประกันที่เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินและความต้องการของตนเอง
สรุปภาพรวมแผนประกันภัยสำหรับคนวัย 60+ ปี
หากว่าใครกำลังลังเล ไม่แน่ใจว่าจะเลือกประกันภัยแบบไหนดี นี่คือตารางสรุปของประกันภัยที่เหมาะกับคนวัยเกษียณแต่ละแบบ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ประเภทประกันภัย |
เป้าหมายหลักของการทำประกันภัย |
ประโยชน์ที่ได้รับ |
ประกันสุขภาพ |
ดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาล |
ช่วยจ่ายค่าห้องและค่ารักษา ลดความเสี่ยงในการใช้เงินออม |
ประกันชีวิต |
สร้างความอุ่นใจด้วยการวางแผนส่งต่อมรดกทางการเงินให้ครอบครัว |
ส่งต่อหลักประกันทางการเงินให้ครอบครัวอย่างมั่นใจ |
ประกันโรคร้ายแรง |
เสริมสภาพคล่องเมื่อป่วยหนัก |
รับเงินก้อนเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายแฝงนอกโรงพยาบาล |
ประกันสะสมทรัพย์ |
วางแผนการออมอย่างมีเป้าหมาย |
รับประโยชน์เงินคืนระหว่างสัญญา และเมื่อครบกำหนดตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ |
เทคนิคการเลือกซื้อความคุ้มครองให้คุ้มค่าและนำไปใช้ได้จริง
การตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในช่วงวัยเกษียณ จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปเกิดความคุ้มค่าและตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินอย่างแท้จริง ขอแนะนำหลักเกณฑ์และเทคนิคสำคัญในการพิจารณาความคุ้มครองแต่ละประเภท ที่คนวัย 60+ ปี สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ดังนี้
เทคนิคการเลือกประกันสุขภาพสำหรับคนวัย 60+ ปี
เนื่องจากผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุสูง การเลือกประกันสุขภาพวัย 60+ ปี จึงมีเงื่อนไขและรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนมากกว่าวัยอื่น ๆ ดังต่อไปนี้
● พิจารณาแผนความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย เพราะโรคในผู้สูงอายุมักมีความซับซ้อน แนะนำให้เลือกแผนแบบเหมาจ่ายที่จะช่วยครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลได้ยืดหยุ่นและตอบโจทย์กว่าแบบแยกจ่ายรายรายการ
● ตรวจสอบเงื่อนไขการต่ออายุความคุ้มครอง ควรเลือกสัญญาเพิ่มเติมความคุ้มครองสุขภาพที่สามารถต่ออายุได้ยาวนาน เช่น ต่อได้ตั้งแต่อายุครบ 60-85 ปี หรือครอบคลุมไปจนถึงอายุ 90 ปี
● ให้ข้อมูลสุขภาพอย่างครบถ้วนและถูกต้อง การแถลงประวัติสุขภาพอย่างตรงไปตรงมาในวันสมัคร เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองสุขภาพที่ถูกต้องและไม่มีปัญหาในภายหลัง
วิธีการเลือกซื้อประกันชีวิตของคนวัย 60+ ปี
การทำประกันภัยสำหรับผู้สูงอายุ คือกลยุทธ์การปกป้องสินทรัพย์ เพราะในวัยเกษียณ รายได้ที่เคยเป็นกระแสเงินสดจะลดลงหรือหยุดไป แต่ความเสี่ยงรอบด้านกลับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
● เลือกประกันชีวิตตลอดชีพ แนะนำให้เลือกแผนที่ดูแลระยะยาวต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 90 หรือ 99 ปี เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นกองทุนมรดกได้อย่างแท้จริง
● ทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นของแบบประกัน ศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครองและข้อยกเว้นของกรมธรรม์ให้ละเอียด เพื่อให้เลือกแผนประกันที่เหมาะสมกับความต้องการและเข้าใจสิทธิประโยชน์ที่ได้รับอย่างครบถ้วน
● ดูความเหมาะสมของเบี้ยประกันภัย ควรคำนวณเบี้ยประกันชีวิตที่ต้องชำระ ให้สมดุลกับจำนวนเอาประกันภัยที่จะได้รับ เพื่อให้สามารถส่งต่อได้สบาย ๆ โดยไม่เป็นภาระหนักเกินไป
คนวัย 60+ ปีเลือกประกันโรคร้ายแรงอย่างไร?
เมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นการเลือกประกันโรคร้ายแรงจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับค่าเบี้ยประกันภัย
● พิจารณาจำนวนเอาประกันภัยให้เพียงพอ ควรกำหนดจำนวนเอาประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายแฝงระหว่างพักฟื้น และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องดึงเงินออมหลังเกษียณมาใช้จนกระทบต่อคุณภาพชีวิต
● ตรวจสอบกลุ่มโรคและระยะที่ได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากแต่ละบริษัทประกันภัยอาจกำหนดรายชื่อโรคร้ายแรงและเงื่อนไขการจ่ายผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ครอบคลุมกลุ่มโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงศึกษารายละเอียดของโรคในแต่ละระยะอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ
● ประเมินระยะเวลาความคุ้มครอง แนะนำให้เลือกแผนที่ให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 85 ปี หรือ 99 ปี เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงในระยะยาว และลดความกังวลเมื่อต้องเผชิญกับความเสี่ยงในอนาคต
● แถลงประวัติสุขภาพตามความเป็นจริง การให้ข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประวัติการรักษาอย่างครบถ้วนและตรงไปตรงมา ถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้อง และป้องกันปัญหาการปฏิเสธการจ่ายผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์เมื่อมีการเรียกร้องสินไหมในภายหลัง
วิธีเลือกประกันสะสมทรัพย์วัย 60+ ปี
การเลือกแผนออมเงินในช่วงวัยเกษียณ จะต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยของเงินต้นและการกระจายความเสี่ยงเป็นหลัก
● เลือกระยะเวลาสัญญาที่สั้นและมีความยืดหยุ่น แนะนำให้เลือกแผนประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ระยะสั้น เช่น ชำระเบี้ยประกันภัย 4 ปี คุ้มครอง 10 ปี เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกระแสเงินสดในปัจจุบัน
● ตรวจสอบอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR) ควรพิจารณาเปรียบเทียบผลประโยชน์เงินคืนระหว่างสัญญากับผลประโยชน์เมื่อเงินครบกำหนดสัญญา เพื่อคำนวณอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return: IRR) ให้มั่นใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับมีความคุ้มค่าทางการเงิน และมีส่วนช่วยลดผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อในระยะยาว
● พิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้สูงอายุที่ยังคงมีรายได้จากแหล่งอื่น หรือต้องการวางแผนลดหย่อนภาษีหลังเกษียณ การเลือกแผนประกันภัยที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินได้ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญคือ เบี้ยประกันสะสมทรัพย์สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
สร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณไปกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
การวางแผนการเงินในวัยเกษียณต้องอาศัยเครื่องมือที่เหมาะสม พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พร้อมเป็นที่ปรึกษาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อคนวัย 60+ ปีโดยเฉพาะ
● สมัครประกันชีวิตและสุขภาพ พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์ เหมาจ่ายตามจริง สูงสุด 2,000,000 บาทต่อปี สำหรับแผนความคุ้มครอง 4 โดยสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติม OPD มะเร็ง ชดเชยรายได้
● ประกันชีวิตตลอดชีพ พรูไลฟ์ แคร์ จ่ายเบี้ยฯ เริ่มต้น 2 บาทต่อวัน รับความคุ้มครองสูงสุด 2,000,000 บาท กรณีเสียชีวิต หรือภาวะเจ็บป่วยระยะสุดท้าย
● ประกันสะสมทรัพย์ พรูอีซี่ เซฟเวอร์ 10/4 ชำระเบี้ยฯ สั้นเพียง 4 ปี รับความคุ้มครองชีวิตยาว 10 ปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 20 – 65 ปี พร้อมออมเงินแบบการันตีรับเงินคืนทุกปี4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่สิ้นปีกธ. 1- 9 และรับเงินครบกำหนดสัญญา 404% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ สิ้นปีกธ. ที่ 10 รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงสุด 440% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
● ประกันสุขภาพคุ้มครองโรคร้ายแรง พรูโรคร้าย ซูเปอร์คุ้ม มอบผลประโยชน์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพตั้งแต่อายุ 1 เดือน – 65 ปี ต่ออายุและคุ้มครองถึงอายุครบ 99 ปี
เตรียมความพร้อมและวางรากฐานการเงินให้มั่นคง เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างมีความสุข โดยมอบหน้าที่บริหารความเสี่ยงให้ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เป็นผู้ดูแล
หมายเหตุ
● ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
● เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
● ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
● ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2569, 12 กุมภาพันธ์). เลือกประกันที่ใช่ แบบไหนตอบโจทย์ชีวิต. http://set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/infographic/157-choosing-the-right-life-insurance-for-your-needs
● วิศรุต จารุอนันตพงษ์. (2566, 11 พฤษภาคม). วางแผนประกัน รับมือโรคร้ายวัยเกษียณ. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/97-tsi-plan-health-insurnace-to-cope-with-serious-illness-for-ageing
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำประกันภัยในวัย 60+ ปี (FAQs)
สมัครได้ ปัจจุบันมีแผนประกันสุขภาพที่เปิดรับผู้สูงอายุอยู่หลายแผน แต่อัตราเบี้ยประกันภัยจะปรับตามเกณฑ์อายุและสุขภาพ แนะนำว่าการสมัครตั้งแต่เนิ่น ๆ ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรง โดยความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะปัจจุบันมีประกันชีวิตบางแผนที่สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการรับประกันภัย ความคุ้มครอง และข้อกำหนดต่าง ๆ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละผลิตภัณฑ์ จึงควรศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
ยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ หากยังมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีและเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีเข้าเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช่น มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป โดยเบี้ยประกันสะสมทรัพย์สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
หากงบประมาณจำกัด ควรพิจารณาเลือกประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในกรณีเจ็บป่วยหรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามความจำเป็นก่อน โดยเลือกแผนที่สอดคล้องกับงบประมาณและความต้องการของตนเอง ทั้งนี้ ควรศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและข้อยกเว้นของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ
ประกันสุขภาพที่แนะนำ