สรุปประเด็นหลัก

หากกำลังสงสัยว่า เมื่ออายุเข้าสู่วัย 40 ควรเลือกทำประกันแบบไหนดี? คงต้องบอกว่าคนวัย 40+ เป็นช่วงที่ต้องแบกรับภาระครอบครัวและมีความเสี่ยงด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น จึงควรวางแผนการเลือกซื้อประกันภัยให้ครอบคลุม โดยเน้นไปที่ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเพื่อรับมือกับค่ารักษาพยาบาล ควบคู่กับการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองหนี้สินของครอบครัว และประกันสะสมทรัพย์ที่สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษี

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 40 ปี หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวที่เพิ่มเป็นเงาตามตัว รวมถึง “สุขภาพ” ของร่างกายที่อาจเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อตอนอายุ 20 หรือ 30 อีกต่อไป โดยคนในวัยนี้ถูกนิยามว่าเป็นกลุ่ม Sandwich Generation หรือวัยแซนด์วิชที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบอย่างหนักอึ้ง ทั้งการดูแลพ่อแม่ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยชราภาพ ขณะเดียวกันหากมีครอบครัวก็ต้องเลี้ยงดูและส่งเสียลูกที่กำลังเติบโตและเข้าสู่ระบบการศึกษา

หากกำลังตั้งคำถามว่า เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ควรทำประกันแบบไหนดี หรืออายุ 40 ควรทำประกันอะไรบ้าง? เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความรับผิดชอบ บทความนี้จะชวนมาจัดพอร์ตประกันสำหรับวัย 40+ อย่างละเอียด เพื่อล็อกความมั่นคงให้ชีวิตเดินหน้าได้อย่างราบรื่นที่สุด

อายุ 40 ควรทำประกันอะไรบ้างให้เหมาะสม

ทำไมวัย 40+ ถึงเป็นช่วงเวลาสำคัญ?

    คนในช่วงอายุ 40 ปี เปรียบเสมือนจุดตัดสำคัญของชีวิต ซึ่งในแง่หนึ่งคือช่วงเวลาที่มีความมั่นคงและมีรายได้สูงที่สุด แต่ในอีกแง่หนึ่ง ความเสี่ยงด้านสุขภาพก็เริ่มไต่ระดับสูงขึ้นตามอายุด้วยเช่นกัน เพราะอาจมีภาวะโรคเรื้อรังยอดฮิตที่แฝงตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ อย่างโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือแม้กระทั่งโรคร้ายแรงที่เป็นภัยคุกคามชีวิตอย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจที่มักเริ่มตรวจพบในช่วงอายุนี้ เนื่องจากความเสื่อมถอยของร่างกายและความเครียดสะสมจากการทำงานอย่างยาวนาน

    ลองจินตนาการดูว่า หากเสาหลักของบ้านในวัย 40 ปีเกิดล้มป่วยกะทันหัน หรือต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นระยะเวลานาน ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่แค่ตัวเลขของค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น แต่ยังหมายถึงรายได้หลักที่เคยจุนเจือครอบครัวอาจต้องหยุดชะงักลงไปด้วย และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องจนลุกลามไปถึงเงินค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายดูแลพ่อแม่ หรือเงินกองกลางที่เตรียมไว้สำหรับยามเกษียณอายุ การวางแผนทำประกันภัยในวัยนี้จึงไม่ใช่แต่เพื่อความอุ่นใจอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ต้องบริหารจัดการให้เร็วที่สุดขณะที่ร่างกายยังเอื้ออำนวย

อายุ 40 ปี ควรทำประกันอะไรบ้าง?

    เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงของคนในวัยนี้ การจัดพอร์ตประกันภัยควรแบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก เพื่อทำหน้าที่ปกป้องในแต่ละด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง

    นี่คือปราการด่านแรกที่คนวัย 40+ ปี จำเป็นต้องมี หากยิ่งเริ่มต้นทำประกันสุขภาพตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงดีและยังไม่มีประวัติโรคประจำตัว จะยิ่งได้เปรียบอย่างมาก เพราะบริษัทประกันภัยจะพิจารณารับทำประกันภัยได้ง่ายที่สุดโดยไม่มีเงื่อนไขข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน การมีวงเงิน ความคุ้มครองประกันสุขภาพที่ครอบคลุมค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่ายา พ่วงด้วยความคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical Illness) ที่จะจ่ายเป็นเงินก้อนทันทีที่ตรวจเจอ จะช่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องดึงเงินเก็บทั้งชีวิตมาใช้กับค่ารักษาพยาบาล

2. ประกันชีวิต

    สำหรับวัย 40+ ปี และเป็นเสาหลักของบ้าน อีกทั้งยังมีหนี้สินก้อนใหญ่ที่ยังอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระ เช่น บ้าน รถยนต์ หรือมีลูกที่ยังเรียนไม่จบชั้นปริญญาตรี การเลือกซื้อประกันชีวิต เพื่อสร้างเงินสำรองก้อนสุดท้ายที่สามารถส่งต่อให้กับคนข้างหลังได้ทันทีคือสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันว่า หากวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หนี้สินที่มีอยู่จะไม่ตกเป็นภาระของคนที่รักและลูกยังมีทุนการศึกษาสำหรับเล่าเรียนต่อไป

3. ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

    วัย 40+ ปี มักจะเป็นช่วงที่ฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขยับสูงขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่การงานและเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น การมองหาเครื่องมือทางการเงินที่เข้ามาช่วยตอบโจทย์สองด้านพร้อมกัน ทั้งการออมเงินอย่างมีวินัยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณของตัวเอง และการนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีประจำปี จึงเป็นกลยุทธ์การบริหารเงินที่คุ้มค่าและชาญฉลาดอย่างยิ่งสำหรับคนวัยนี้

วิธีเลือกประกันวัย 40+ อย่างไรให้คุ้มค่า!

    การเลือกซื้อประกันวัย 40+ ไม่ใช่แค่การเลือกแบบไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีเทคนิคในการเลือก ดังนี้

1. สำรวจสวัสดิการเดิมที่มีอยู่ก่อนเสมอ

ก่อนจะควักเงินจ่ายค่าเบี้ยฯ ให้ลองเช็กสวัสดิการพื้นฐานของตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นประกันกลุ่มของบริษัทที่ทำงานอยู่ หรือสิทธิประกันสังคม เพื่อจะได้เลือกซื้อประกันสุขภาพเสริมเฉพาะส่วนต่างที่ยังขาด (เช่น เน้นเพิ่มค่าห้อง หรือเพิ่มวงเงินเหมาจ่าย) ซึ่งช่วยให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยไปได้อีกทาง

2. คำนวณจำนวนเงินเอาประกันภัยจากภาระค่าใช้จ่ายจริง

สำหรับประกันชีวิต ตัวเลขจำนวนเอาประกันภัยที่เหมาะสมควรครอบคลุมมูลค่าหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน บวกกับค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัวล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 ปี เพื่อให้เพียงพอสำหรับปรับตัวของคนข้างหลังหากเกิดวิกฤตขึ้น

3. อย่าโฟกัสแค่เบี้ยฯ ที่ถูกที่สุด

แน่นอนว่าเรื่องราคาเป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับคนวัย 40+ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าคือเรื่องของความคุ้มครองและเงื่อนไขการต่ออายุในระยะยาว เพราะประกันสุขภาพที่ดีจะต้องทำหน้าที่อยู่ดูแลเราได้จริง

ผู้หญิงเลือกซื้อประกันวัย 40+ เพื่อวางแผนชีวิตอย่างมั่นคง

วางแผนวันนี้ เพื่อชีวิตที่มั่นคง

การก้าวสู่วัย 40 ปีด้วยความมั่นใจและสง่างาม เกิดจากการวางแผนโครงสร้างทางการเงินที่รัดกุมและมองการณ์ไกล การจัดพอร์ตประกันวัย 40+ ที่ครอบคลุมทั้งตัวเอง ครอบครัว ทรัพย์สิน จะทำหน้าที่ช่วยรองรับแรงกระแทกจากความไม่แน่นอนของชีวิต

หากกำลังมองหาแผนประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนวัยทำงานและหัวหน้าครอบครัวอย่างเข้าใจ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มีโซลูชันทางการเงินที่หลากหลายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะต้องการสร้างหลักประกันผ่านประกันชีวิตตลอดชีพเพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง หรือมองหาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เพื่อนำไปวางแผนลดหย่อนภาษี หรือกำลังพิจารณาเปรียบเทียบเบี้ยประกันสุขภาพที่คุ้มค่าเพื่อดูแลในยามเจ็บป่วย เราก็พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกราะกำบังทางการเงินที่มั่นคงที่สุดตั้งแต่วันนี้

ดูรายละเอียดและเริ่มต้นวางแผนชีวิตในวัย 40+ อย่างมั่นคงกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

หมายเหตุ

●        ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●        เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●        ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

วิภาดา ศุภกุลวณิชย์. (2566). เทคนิคซื้อประกันให้เหมาะกับวัย ได้ทั้งความคุ้มครองและประหยัดภาษี. สืบค้นเมื่อ 19 มิถุนายน 2569, จาก https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/105-tsi-techniques-to-buy-insurance-that-suitable-for-each-age-to-gain-both-protection-and-tax-benefits

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสมัครประกันวัย 40+ (FAQs)

ยังสามารถยื่นสมัครได้ แต่ต้องแถลงข้อมูลสุขภาพตามความจริง โดยบริษัทประกันภัยอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ขอเพิ่มเบี้ยประกันภัยเล็กน้อย หรือยกเว้นไม่คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย แต่สำหรับโรคอื่น หรืออุบัติเหตุใหม่ จะยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ

โดยปกติแล้วเบี้ยประกันสุขภาพจะปรับตามช่วงอายุ เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามวัย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีบางแผนที่มีโครงสร้างเบี้ยประกันภัยคงที่ หรือปรับเพิ่มน้อยมาก จึงควรศึกษาเงื่อนไขของแต่ละแผนก่อนตัดสินใจ

แนะนำให้ดูที่เป้าหมายเป็นหลัก หากมีภาระหนี้สิน มีลูกหรือพ่อแม่ต้องดูแล และอยากมั่นใจว่าถ้าเราเป็นอะไรไปครอบครัวจะอยู่ได้ ควรเลือกประกันชีวิตตลอดชีพ เพราะเน้นทุนประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองที่สูงในราคาเบี้ยฯ ที่จับต้องได้ แต่หากต้องการออมเงินเพื่อเกษียณ หรือเน้นสิทธิประโยชน์ไปลดหย่อนภาษี และอยากได้เงินก้อนคืนมาใช้เองในอนาคต ควรเลือกประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

ได้ หากคุณเป็นผู้จ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้กับคุณพ่อคุณแม่และท่านมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้น โดยสามารถนำค่าเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่มาหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

หากตอนสมัครประกันสุขภาพ คุณยังไม่เคยมีประวัติการตรวจพบ หรือไม่เคยมีอาการของโรคนี้มาก่อนและได้ผ่านพ้นระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ของกรมธรรม์แล้ว บริษัทประกันภัยจะให้ความคุ้มครองและจ่ายค่ารักษาตามเงื่อนไขกรมธรรม์