อาการแยกกลิ่นกาแฟแก้วโปรดไม่ออก ดมน้ำหอมขวดเดิมแล้วรู้สึกว่ากลิ่นจางลงอย่างน่าประหลาดใจ หลายคนมักมองข้ามเพราะคิดว่าเป็นแค่ภูมิแพ้ แต่รู้หรือไม่ว่า “การสูญเสียการรับกลิ่น” คือสัญญาณเตือนที่มาไวที่สุดของโรคพาร์กินสันระยะแรก โดยพบในผู้ป่วยสูงถึง 90% และอาจส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนอาการมือสั่นได้นานนับ 20 ปี! อาการแฝงเงียบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นสัญญาณ SOS จากสมองที่กำลังเตือนว่าคุณอาจเข้าสู่ภาวะพาร์กินสันระยะแรกโดยไม่รู้ตัว อย่ารอจนสายเกินแก้ ลองมาเช็กข้อมูลสำคัญที่คุณจำเป็นต้องรู้ เพื่อไหวตัวให้ทันก่อนระบบสั่งการของร่างกายจะเสียหายไปมากกว่านี้

อาการมือสั่นแบบไหนที่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน

แยกให้ชัด! สั่นแบบไหนคือเครียด แบบไหนคือเริ่มป่วย?

โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) คือโรคความเสื่อมของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สมองในส่วนที่สร้างสารสื่อประสาท “โดปามีน” (Dopamine) มีปริมาณลดลงหรือตายไป ส่งผลให้การควบคุมระบบกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวของร่างกายผิดเพี้ยนไปจากเดิม แต่ก่อนที่จะกังวลจนเกินไป สามารถเริ่มต้นสังเกตอาการด้วยตนเองได้ เนื่องจากอาการสั่นของร่างกายนั้นมี "จังหวะ" และ "บริบท" ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้

มือสั่นตอนตั้งใจทำกิจกรรม (Action Tremor)

ถ้ามือสั่นเฉพาะเวลาที่กำลังเอื้อมมือไปจับแก้วน้ำ คีบตะเกียบ หรือตอนที่ตื่นเต้นจัด ๆ หน้าห้องประชุม อาการแบบนี้ส่วนใหญ่เกิดจากความเครียด ร่างกายล้า หรือแค่กาแฟเกินขนาด ซึ่งมักจะเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง และสามารถหายได้เองเมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

มือสั่นตอนอยู่เฉย ๆ บนตัก (Resting Tremor)

นี่เป็นสัญญาณเตือนของอาการพาร์กินสันเริ่มต้นที่ต้องเฝ้าระวัง มันคืออาการสั่นที่เกิดขึ้นตอนที่นั่งเฉย ๆ ปล่อยมือวางไว้บนตักสบาย ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจจะเคลื่อนไหวอะไรเลย แต่นิ้วมือหรือข้อมือกลับสั่นเองเป็นจังหวะต่อเนื่อง (เหมือนกำลังม้วนบุหรี่หรือนับเหรียญในมือ)  โดยมักเริ่มเป็นจากมือข้างใดข้างหนึ่งก่อน และที่น่าแปลกคือ พอตั้งใจยื่นมือไปหยิบของ อาการสั่นนั้นจะหายไปชั่วคราว ซึ่งอาการสั่นตอนอยู่นิ่ง ๆ นี้คือลักษณะเฉพาะสำคัญที่แพทย์ใช้คัดกรองโรคนี้

 

ดังนั้น การหมั่นสังเกตบริบทการสั่นของตัวเองในชีวิตประจำวัน จึงเป็นวิธีเช็กพาร์กินสันด้วยตัวเอง ขั้นพื้นฐานที่ต้องสังเกตให้ดี ๆ ว่า มือสั่นเกิดจากอะไร  และ อาการมือสั่นแบบไหนที่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน เพราะเมื่อเกิดอาการขึ้นมาจริง ๆ จะได้ฉุกคิดว่า เราอาจเข้าข่ายโรคพาร์กินสันแล้วจริง ๆ และไม่ชะล่าใจก่อนที่ความร้ายแรงจะลุกลาม

ท้องผูก จมูกไม่ได้กลิ่น พาร์กินสัน

3 สัญญาณที่พาร์กินสันระยะแรกแฝงตัวเงียบ ๆ ก่อนมือจะสั่น

โรคพาร์กินสันไม่ได้เริ่มต้นที่อาการสั่นเสมอไป เพราะตัวการร้ายแอบไปซุ่มโจมตีระบบประสาทส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากการเคลื่อนไหว หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Non-motor Symptoms (หรือกลุ่มอาการนำก่อนโรค Prodromal Symptoms) ก่อนจะลามมาถึงสมองส่วนกลาง ซึ่งอาการเตือนภัยล่วงหน้าเหล่านี้อาจเกิดขึ้นก่อนอาการมือสั่นแรกได้นานหลายปีจนถึงกว่า 10 ปี หากอยากรู้ว่า อาการมือสั่นแบบไหนที่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน เราอาจต้องลองสังเกต 3 สัญญาณเตือนภัยเงียบเหล่านี้ร่วมด้วย

จมูกเริ่มไม่ได้กลิ่น

ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นหวัดหรือป่วยโควิด แล้วจู่ ๆ ก็แยกกลิ่นอาหารไม่ออก ดมน้ำหอมกลิ่นโปรดก็รู้สึกจางลงอย่างผิดปกติ งานวิจัยพบว่าผู้ป่วยพาร์กินสันมากถึง 75-90% มีภาวะนี้แฝงอยู่ และมักเกิดขึ้นก่อนอาการทางการเคลื่อนไหวได้หลายปีจนถึงกว่า 20 ปี เพราะกลุ่มโปรตีนผิดปกติซึ่งเป็นตัวการของโรค มักจะเข้าไปโจมตีและทำลายเซลล์สมองส่วนรับสัมผัสการดมกลิ่น เป็นอันดับแรก ๆ ของร่างกาย

นอนละเมอ สะดุ้งรุนแรง

ไม่ใช่แค่การละเมอบ่นพึมพำเบา ๆ แต่เป็นภาวะผิดปกติของการนอนหลับขั้นรุนแรง โดยผู้ป่วยจะละเมอแสดงท่าทางตามความฝัน เช่น หากฝันว่าต่อสู้กับคนร้าย ก็อาจมีการขยับร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งเตะ ต่อย ตะโกน หรือกระโดดลงจากเตียงจริง ๆ จนคนที่นอนข้าง ๆ แอบเจ็บตัว เหตุผลเพราะระบบประสาทส่วนก้านสมองที่ทำหน้าที่ "ล็อกกล้ามเนื้อ" ไม่ให้เราขยับตัวตามความฝันมันเริ่มเสื่อมสภาพลงนั่นเอง

ท้องผูกเรื้อรัง

ต่อให้รับประทานผัก ผลไม้ หรือดื่มน้ำวันละหลายลิตรเป็นประจำ ระบบขับถ่ายก็ยังนิ่งสนิท ที่เป็นแบบนี้เพราะสารสื่อประสาทโดปามีนไม่ได้ลดลงแค่ในสมอง แต่ลดลงในระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมลำไส้ด้วย ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวช้าลงอย่างรุนแรง ขยะอาหารตกค้างนานจนกลายเป็นปัญหาท้องผูกเรื้อรังที่แก้ไม่ตก

เมื่อนำอาการทั้ง 3 มารวมเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นเซตรวมมิตรอาการเตือนภัยล่วงหน้าของโรคพาร์กินสัน ที่ระบุชัดเจนว่าสารสื่อประสาทในร่างกายกำลังทำงานผิดปกติอย่างรุนแรง แม้ว่ามือจะยังไม่มีอาการสั่นให้เห็นเลยก็ตาม

พาร์กินสันในคนอายุน้อย

พาร์กินสันในวัยทำงาน อายุแค่ 20 ต้นๆ ก็เสี่ยงเป็นได้

หลายคนพอได้ยินคำว่าพาร์กินสันก็มักจะนึกถึงภาพผู้สูงอายุวัย 70-80 ปีแต่ในปัจจุบัน จากข้อมูลของ American Parkinson Disease Association ปี 2025 ผู้ป่วยพาร์กินสันในกลุ่มคนอายุน้อย (Young-onset Parkinson's Disease: YOPD) โดยผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุระหว่าง 21-50 ปี คิดเป็นตัวเลขประมาณ 10% ของผู้ป่วยพาร์กินสันทั้งหมด แน่นอนว่ามันรวมถึงคนวัยทำงานอายุราว 30-40 ปีด้วย ทำให้โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของมนุษย์ออฟฟิศอีกต่อไป

แล้วทำไมวัยรุ่นหรือวัยเริ่มต้นทำงานถึงมีความเสี่ยงเรื่องโรคพาร์กินสัน จริง ๆ แล้ว นอกเหนือจากปัจจัยหลักทางกายภาพ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกหลายอย่างที่อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด

●     รหัสพันธุกรรมสายตรงที่กลายพันธุ์ : ในกลุ่มคนอายุน้อย มักพบความผิดปกติของยีน เช่น ยีน PARK2, PINK1 ที่ส่งต่อมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งพาร์กินสันในคนอายุน้อยมักจะมีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมที่เด่นชัดกว่าในผู้สูงอายุ ยีนเหล่านี้จะทำให้เซลล์สมองเสื่อมสภาพและตายเร็วกว่าคนปกติทั่วไป

●     มลภาวะและสารเคมีสะสม : การใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่น PM2.5 ที่หนาแน่นขึ้นทุกปี การสูดดมสารเคมี ยาฆ่าแมลง หรือโลหะหนักจากการทำงานโดยไม่ป้องกัน สิ่งเหล่านี้จะตรงเข้าไปทำลายเซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีนในระยะยาว

ใช้ชีวิตแบบเร่งความเสื่อม : ความเครียดเรื้อรังจากการทำงาน และการอดนอนสะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดสารอนุมูลอิสระในสมองสูงขึ้น สารพิษเหล่านี้จะเข้าไปซ้ำเติมให้เซลล์สมองเสื่อมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นผู้ป่วยตั้งแต่วัยทำงานได้เลย

โรคพาร์กินสัน ประกันสุขภาพ คุ้มครองไหม

สแกนความเสื่อมสมอง คืนคุณภาพชีวิตให้กลับมาคุมร่างกายได้

อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปก่อน เพราะในความน่ากลัวยังมีข่าวดี นวัตกรรมการแพทย์ในยุคนี้ก้าวล้ำไปไกลมาก ทางออกของภาวะนี้ไม่ใช่แค่การกินยาประคองอาการไปวัน ๆ แต่คือการเปลี่ยนจากการเฝ้ารออาการมาเป็นการวางแผนรักษาเชิงรุก เพื่อกู้คืนคุณภาพชีวิต

 

นวัตกรรมกู้คืนอิสรภาพด้วย DBS : สำหรับเคสที่เริ่มมีอาการสั่นรุนแรงจนใช้ชีวิตลำบาก นวัตกรรมการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation - DBS) คือเทคโนโลยีไฮเอนด์ที่เป็นทางออกชั้นยอด โดยแพทย์จะผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าขนาดเล็กจิ๋วเข้าไปในสมองเพื่อปรับสมดุลจุดควบคุมการเคลื่อนไหว ช่วยลดอาการสั่นรุนแรง ตัวแข็ง หรือเดินก้าวขาไม่ออก คืนอิสรภาพให้กลับมาตักข้าว ดื่มกาแฟ และควบคุมร่างกายตัวเองได้อีกครั้ง

 

ดังนั้น การเลือกเข้ารับการตรวจและรักษาให้ถูกจุด คือการเปลี่ยนวิกฤตความเสื่อมของร่างกายให้กลายเป็นการวางแผนรับมือที่ทันท่วงที เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจและยาวนานที่สุด

รับมือโรคมาราธอนอย่างพาร์กินสัน ด้วยแผนสำรองระยะยาว

ในโลกที่ต้องเผชิญกับทั้งมลภาวะ ฝุ่นควัน และความเครียดสะสม เราอาจจะพยายามดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย หรือเลือกกินอาหารดี ๆ แค่ไหน แต่โรคระบบประสาทอย่างพาร์กินสันก็ยังเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เต็มร้อย และโรคพาร์กินสันไม่ใช่การเจ็บป่วยแบบมาเร็วไปเร็ว แต่เป็นโรคมาราธอนที่ต้องการการดูแล รักษา และติดตามอาการต่อเนื่องยาวนานในระยะยาว

 

การรู้เท่าทันอาการช่วยให้ไหวตัวให้ทันในแง่ของการรักษาพยาบาล แต่การเตรียมพร้อมรับมือเรื่องแผนสำรองไว้ล่วงหน้า คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาที่ดีที่สุดได้อย่างต่อเนื่อง PRUMhao Mhao Double Sure ประกันชีวิตและสุขภาพออนไลน์ ตัวช่วยที่ทำให้คุณบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลได้อย่างสบายใจ และสามารถโฟกัสกับการรักษาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย สมัครง่ายผ่านทางออนไลน์ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพง่าย ๆ คลิกเลย! https://link.prudential.co.th/phwtm

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจากพญ. อัมพุช คฤโฆษ

โรคพาร์กินสันและความเคลื่อนไหวผิดปกติ ประสาทวิทยา

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

 

 

หมายเหตุ

•       ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก

•       เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์

•       ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

•       เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

●      https://www.apdaparkinson.org/article/young-onset-parkinsons-disease-2/

●      https://www.bumrungrad.com/en/centers/parkinsons-disease-movement-disorders-clinic

●      https://www.bumrungrad.com/en/treatments/deep-brain-stimulation

●      https://www.chulapd.org/information-pd

●      https://dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=29645

●      https://www.doctor.or.th/doctorme/disease/12707

●  https://kcmh.chulalongkornhospital.go.th/line/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E/

●      https://www.mayoclinic.org/tests-procedures/deep-brain-stimulation/about/pac-20384562

●      https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/parkinsons-disease

●      https://www.michaeljfox.org/symptoms

●      https://www.parkinson.org/understanding-parkinsons/non-movement-symptoms/loss-of-smell

●      https://www.parkinson.org/understanding-parkinsons/what-is-parkinsons

●      https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4322463/

●      https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7949722/

●      https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/216369