PRUHealth Vitamin Check

การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ คืออะไร…ทำไมถึงสำคัญ?

การตรวจระดับวิตามินและไมโครนิวเทรียนท์เป็นการวัดปริมาณวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ทั้งในเลือดและร่างกายโดยรวม สารอาหารเหล่านี้มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ระบบฮอร์โมน รวมถึงกระบวนการเผาผลาญ (เมตาบอลิซึม) ซึ่งช่วยเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน สร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

การตรวจนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ทราบว่าร่างกายมีภาวะขาดหรือเกินในสารอาหารสำคัญหรือไม่ ทำให้แพทย์หรือผู้ชำนาญการสามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และรักษาความสมดุลของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิตามินและแร่ธาตุสำคัญต่อสุขภาพอย่างไร?

วิตามินและแร่ธาตุ หรือที่เราเรียกว่า “ไมโครนิวเทรียนท์ (Micronutrients)” เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อย แต่มีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของอวัยวะในร่างกายทุกระบบ ดังนี้ 

1. เกิดกระบวนการทางชีวเคมีที่เหมาะสม เช่น

  • การสร้างและซ่อมแซมเซลล์ วิตามินบางชนิดมีบทบาทในการสร้าง DNA และเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง
  • การเผาผลาญพลังงาน วิตามินบีหลายชนิดช่วยเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานที่ร่างกายใช้งานได้

การทำงานของระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงระบบประสาท ส่งเสริมความจำและสมาธิการสังเคราะห์ฮอร์โมนและเอนไซม์ ช่วยควบคุมและรักษาความสมดุลของกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย

2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น วิตามินซี วิตามินอี และสังกะสี (Zinc) มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยปกป้องร่างกายจากโรคและการติดเชื้อ โดยมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ และส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้เต็มประสิทธิภาพ

3. ป้องกันโรคและภาวะขาดสารอาหาร หากร่างกายขาดสารอาหารบางชนิดต่อเนื่อง อาจเกิดปัญหาสุขภาพ

4. ดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด เมื่อทราบถึงภาวะโภชนาการที่แท้จริง ทำให้สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือวิตามินเฉพาะชนิดที่ร่างกายขาด แทนการทานวิตามินรวมแบบไม่เจาะจง ซึ่งอาจทำให้ได้รับสารอาหารบางอย่างเกินความจำเป็น ทั้งยังช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมการกินได้เหมาะสม เช่น เพิ่มอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ขาด รวมถึงช่วยให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุของอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หรือผมร่วง ซึ่งอาจสัมพันธ์กับการขาดวิตามินบางชนิด 

หากได้รับวิตามินและแร่ธาตุน้อยเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น?

การขาดวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็นแม้เพียงเล็กน้อยแต่ต่อเนื่อง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง และเร่งความเสื่อมของอวัยวะในระยะยาวได้ เช่น

  • การขาดวิตามินเอ ส่งผลให้การมองเห็นตอนกลางคืนแย่ลงและผิวแห้งกร้าน

  • การขาดวิตามินบี1 อาจทำให้เกิดอาการเหน็บชาและอ่อนแรง

  • การขาดวิตามินบี12 ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ความจำ และทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง

  • การขาดวิตามินบีรวม กรดโฟลิก แมกนีเซียม และโอเมก้า-3 ส่งผลต่อระบบประสาท เกิดอาการอ่อนเพลีย สมาธิลดลง ปวดกล้ามเนื้อ รวมถึงอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และอาจเสี่ยงภาวะซึมเศร้า

  • การขาดวิตามินซี ทำให้เลือดออกตามไรฟัน และผิวพรรณไม่สดใส

  • การขาดวิตามินดีและแคลเซียม ทำให้กระดูกอ่อนแอ เปราะง่าย และเพิ่มความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่ หรือกระดูกอ่อนแอและเปราะง่ายในเด็กที่กำลังเติบโต

  • การขาดธาตุเหล็ก อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง ส่งผลให้อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย และเวียนศีรษะ

  • การขาดสังกะสี มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิวหนัง

ผลกระทบจากการได้รับวิตามินและแร่ธาตุมากเกินไป

ในทางกลับกัน การได้รับวิตามินและแร่ธาตุมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายในไขมันอย่างวิตามิน A, D, E และ K เนื่องจากร่างกายขับออกได้ยาก ทำให้เสี่ยงภาวะวิตามินสะสมเป็นพิษ (Toxicity) ดังนี้

  • วิตามิน A อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง และในระยะยาวอาจทำลายตับ

  • วิตามิน D อาจทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูง กระทบต่อการทำงานของหัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงโรคไต

  • วิตามิน E อาจลดความสามารถในการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดออกง่ายและฟกช้ำได้

  • วิตามิน K อาจทำให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ส่งผลต่อการทำงานของยาลดการแข็งตัวของเลือด

  • ธาตุเหล็ก อาจเป็นพิษต่อตับและหัวใจ

  • วิตามินบี 6 อาจทำให้ระบบประสาทเสื่อม และเกิดอาการชาหรือเจ็บปวดตามมือและเท้า

ทั้ง “การขาด” และ “การเกิน” ของวิตามินและแร่ธาตุล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพ การได้รับสารอาหารที่สมดุลจึงจำเป็น ทั้งนี้การปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินจะช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้น

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ?

กลุ่มคนที่ควรพิจารณาตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุได้แก่

  • ผู้ที่มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือมีอาการผิดปกติที่ไม่ทราบสาเหตุ เช่น ปวดหัว ผิวแห้ง ผมร่วง เหน็บชา หรือภาวะซีด ซึ่งอาจบ่งชี้ภาวะขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด

  • ผู้สูงอายุ ที่ระบบการดูดซึมสารอาหารลดลงและอาจได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน เสี่ยงต่อการขาดวิตามินที่สำคัญต่อสุขภาพกระดูก สมอง และระบบประสาท

  • ผู้ที่รับประทานอาหารจำกัด เช่น มังสวิรัติหรือวีแกน ซึ่งอาจขาดวิตามินบางชนิดที่พบเฉพาะในผลิตภัณฑ์จากสัตว์

  • ผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือใช้พลังงานมาก เช่น นักกีฬา ที่ต้องการวิตามินและแร่ธาตุมากกว่าปกติเพื่อการฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือภาวะที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหาร เช่น โรคลำไส้อักเสบ ผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะหรือลำไส้ หรือผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่ส่งผลต่อโภชนาการ

  • ผู้หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ที่ต้องการวิตามินและแร่ธาตุสูงเพื่อการเจริญเติบโตของทารกและสุขภาพของตนเอง

  • ผู้ที่มีพฤติกรรมชีวิตเร่งรีบ เครียดสูง ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้ระดับวิตามินในร่างกายลดลง

เมื่อไหร่ควรตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ?

การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุไม่เพียงเพื่อประเมินภาวะขาดสารอาหาร แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงลึกเฉพาะบุคคล ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งในกรณีต่อไปนี้

  • เพื่อวางแผนสุขภาพเชิงป้องกัน หรือประเมินสุขภาพเชิงลึก ปรับโภชนาการและเสริมวิตามินให้ตรงกับความต้องการของร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคและความเสื่อมตามวัย

  • เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของวิตามินหรืออาหารเสริม ที่รับประทานอยู่ และก่อนเริ่มใช้วิตามินหรืออาหารเสริมชนิดใหม่

  • เมื่อพบอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการขาดสารอาหาร เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ผิวแห้ง ผมร่วง หรือมีอาการที่หาสาเหตุไม่ได้ชัดเจน

ผลตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุกับการปรับแผนดูแลสุขภาพ

ผลตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุช่วยให้เกิดการปรับแผนดูแลสุขภาพได้ตรงจุดและเหมาะสมยิ่งขึ้น ดังนี้

  • ปรับโภชนาการ ผลตรวจบอกได้ชัดเจนว่าควรเพิ่มหรือลดสารอาหารชนิดใด ทำให้สามารถออกแบบเมนูที่ตรงกับความต้องการ เช่น หากขาดวิตามินดี อาจเพิ่มปลาทะเลหรือเห็ด หากขาดธาตุเหล็กก็เน้นผักใบเขียวเข้มและเนื้อแดง

  • ใช้อาหารเสริมอย่างถูกต้องปลอดภัย หลายคนทานอาหารเสริมเองโดยไม่รู้ว่าร่างกายต้องการจริงหรือไม่ ซึ่งเสี่ยงต่อการได้รับเกินและเกิดผลข้างเคียง ผลตรวจจะช่วยให้แพทย์แนะนำชนิดอาหารเสริมที่จำเป็นในปริมาณที่เหมาะสม ปลอดภัย และตรงกับที่ร่างกายต้องการอย่างแท้จริง

  • ปรับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพระยะยาว การใช้ชีวิตประจำวันมีผลต่อการดูดซึมและการได้ประโยชน์จากสารอาหาร เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อน หรือการจัดการความเครียด ผลตรวจจะเป็นตัวกระตุ้นให้เราใส่ใจในการปรับพฤติกรรม เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสมดุล อีกทั้งการตรวจซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ยังช่วยติดตามพัฒนาการและปรับแผนการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

การตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ ช่วยให้คุณทราบถึงภาวะขาดหรือเกินของสารอาหารในร่างกายอย่างแม่นยำ เพื่อการปรับโภชนาการและไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมกับการส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและสมดุล ช่วยป้องกันความเสื่อมหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ที่ Elite Lifestyle Wellness Center โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน มีบริการตรวจและให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์และผู้ชำนาญเฉพาะทาง ครอบคลุมการวางแผนโภชนาการ การเสริมวิตามิน และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้าน เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างต่อเนื่องไปอีกยาวนาน 

อ้างอิง

ดูแลสุขภาพเชิงลึก ด้วยการตรวจ Micronutrient Test เพื่อสร้างสมดุลชีวิต

โดยโรงพยาบาล พญาไท

จัดทำเนื้อหาโดย

พญ. กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี

แพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

โรงพยาบาลพญาไท2 และโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ (FAQs)

ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและพฤติกรรมการกิน หากสุขภาพดีและรับประทานอาหารหลากหลาย อาจไม่จำเป็นต้องตรวจบ่อย สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดความถี่

ตรวจครอบคลุมวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามินดี, วิตามินบี12, ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม และสังกะสี แต่ไม่ครอบคลุมทุกชนิด ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือก

หากผลตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีอาการผิดปกติ และรับประทานอาหารที่สมดุลเพียงพอ การทานวิตามินเสริมอาจไม่จำเป็น แต่หากต้องการทานวิตามินเสริมควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ