ภัยเงียบที่ยืนหนึ่งคร่าชีวิตผู้หญิงไทยอย่าง 'มะเร็งเต้านม' เป็นโรคร้ายที่หลายคนกลัวและกังวลอย่างมาก ทั้งกังวลว่าหากเป็นแล้วจะต้องโดนตัดหน้าอก กังวลเรื่องเงินเก็บหดหาย แต่บทความนี้จะพามาลบภาพจำความกลัวเหล่านั้นทิ้งไป เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่มีประสบการณ์มะเร็งเต้านม การเป็นมะเร็งเต้านมมาแชร์ความรู้ บทเรียนจริง เพื่อให้รู้เท่าทันและสามารถสังเกตความผิดปกติด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ก่อนสาย

    โดยแพทย์ที่จะมาไขทุกข้อข้องใจคือ นายแพทย์โกมล ปรีชาสนองกิจ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม จากศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลพญาไท 2 พร้อมประสบการณ์จริงจากคุณเอ (นามสมมติ)

มะเร็งเต้านม มีอาการอย่างไร? จุดเริ่มต้นและสัญญาณแรกที่ไม่ควรมองข้าม

    สัญญาณแรกของมะเร็งเต้านมบางคนอาจจะเป็นการคลำจับก้อนที่หน้าอก แต่คุณเอมีจุดเริ่มต้นมาจากการเลี้ยงแมว เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่งที่แมวของคุณเอเดินขึ้นมาเหยียบบริเวณหน้าอก รู้สึกถึงอาการเจ็บจี๊ด เจ็บอย่างผิดปกติกว่าทุกครั้ง และมีอาการเจ็บติดต่อกันหลายวัน ในคราแรกคุณเอไม่ได้คิดถึงโรคร้ายอย่างมะเร็ง อาจเป็นการอักเสบจากการถูกกดทับ ด้วยส่วนตัวคุณมีทั้งประกันสุขภาพและประกันกลุ่มของบริษัทอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ ปรากฏว่าตรวจเจอก้อนบริเวณอกและมีรูปทรงที่ผิดปกติ แพทย์ตัดสินใจอัลตราซาวนด์พร้อมเจาะชิ้นเนื้อ สรุปผลออกมาพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมจริง

    หลายคนอาจสงสัยว่า มะเร็งเต้านมมีอาการอย่างไร แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยแต่ละคนอาจมีอาการแตกต่างกัน บางรายเริ่มจากอาการเจ็บผิดปกติ ขณะที่บางรายไม่มีอาการใด ๆ เลยจนกระทั่งตรวจพบก้อน

คลำเจอก้อนที่เต้านม = มะเร็งเต้านมจริงไหม?

    นายแพทย์โกมล ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านม ให้คำอธิบายว่า ในความเป็นจริงแล้วก้อนบริเวณเต้านมที่หลายคนคลำเจอ ส่วนใหญ่กว่า 80% ไม่ใช่มะเร็ง บางคนพบว่าเป็นเพียงซีสต์หรือถุงน้ำธรรมดา หรือเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่สิ่งสำคัญคือ ถ้าคลำเจอก้อนผิดปกติ ไม่ว่าจะเจ็บหรือไม่เจ็บ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์

มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร?

    หลายคนสงสัยว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร ทั้งที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวหรือยังอายุน้อย ความจริงแล้วมะเร็งเต้านมเกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต น้ำหนักตัว และการดื่มแอลกอฮอล์

    อย่างไรก็ตาม ยังมีความเชื่อและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมอีกจำนวนมาก ตั้งแต่เรื่องการใส่เสื้อชั้นใน ยาคุมกำเนิด ไปจนถึงการทำงานกะดึก ซึ่งหลายคนอาจเคยได้ยินต่อ ๆ กันมา ดังนั้นนายแพทย์โกมลจึงได้รวบรวม 5 คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด เพื่อช่วยไขข้อสงสัยและทำความเข้าใจโรคมะเร็งเต้านมให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

คำถามฮิตเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม โดยนายแพทย์โกมล

คำถามที่ 1: ใส่เสื้อชั้นในนอน หรือ ใส่บราโครงเหล็กรัดแน่น ๆ นาน ๆ มันจะไปกดทับต่อมน้ำเหลือง ทำให้ของเสียคั่งค้างจนกลายเป็นมะเร็งจริงไหม?

คำตอบ: นายแพทย์โกมลยืนยันหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง การใส่เสื้อชั้นใน ไม่ว่าจะมีโครงเหล็กหรือไม่มีโครง หรือจะรัดแน่นแค่ไหน ไม่เกี่ยวกับการเกิดมะเร็งเต้านมทั้งสิ้น ระบบน้ำเหลืองในร่างกายของเราไม่ได้ถูกล็อกการทำงานง่าย ๆ เพียงแค่เสื้อชั้นในที่รัดแน่นหรือโครงเหล็กที่กดทับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงคือการเสียดสีของผิวหนัง อาจทำให้เกิดรอยแดง ผื่นแพ้ เหงื่อคั่ง หรือทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกและเส้นประสาทบริเวณนั้นอักเสบจนรู้สึกเจ็บจี๊ด แต่การอักเสบหรือเสียดสีภายนอกไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยน DNA หรือทำให้เซลล์กลายเป็นพันธุ์เป็นมะเร็งได้

แต่หากพูดถึงลักษณะทางกายภาพที่เกี่ยวกับเต้านมและมีผลต่อมะเร็ง นายแพทย์โกมลแนะนำให้ดูเรื่องของความหนาแน่นของเนื้อเต้านม (Dense Breasts) มากกว่า

ความหนาแน่นของเต้านมคืออะไร? ความหนาแน่นของเต้านมไม่เกี่ยวกับขนาดคัพไซส์ แต่คือโครงสร้างภายในที่ประกอบไปด้วย เนื้อเยื่อไขมัน และ เนื้อเยื่อต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม ผู้ที่มีความหนาแน่นของเนื้อเต้านมสูง คือผู้ที่มีส่วนของต่อมน้ำนมเยอะกว่าไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่พบในหญิงวัยรุ่น หรือผู้ที่ยังไม่หมดประจำเดือน ความน่ากลัวของการมีลักษณะดังกล่าวมี 2 กรณี ได้แก่

1.        ต่อมน้ำนมเหล่านี้ตอบสนองต่อฮอร์โมนได้ดี ทำให้เซลล์มีโอกาสแบ่งตัวผิดปกติและเสี่ยงเป็นมะเร็งได้มากกว่าผู้ที่มีแต่เนื้อไขมันเล็กน้อย

2.        เมื่อไปทำการตรวจแมมโมแกรม ภาพก้อนมะเร็งจะเห็นเป็นสีขาว และความหนาแน่นที่เนื้อเต้านมเมื่อเอกซเรย์ออกมาจะเป็นสีขาวเช่นกัน จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมคนที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น แพทย์มีการขอตรวจอัลตราซาวนด์เพิ่มขึ้น ถึงจะเห็นก้อนมะเร็งที่ซ่อนอยู่

โดยสรุปแล้วการใส่เสื้อชั้นในที่รัดไม่เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ให้ตั้งใจคุมน้ำหนัก ลดแอลกอฮอล์ และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมควบคู่กับการอัลตราซาวนด์เป็นประจำ

คำถามที่ 2: อายุน้อย + ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง  ปลอดภัยไร้มะเร็งชัวร์ไหม?

คำตอบ: นายแพทย์โกมลกล่าวว่าไม่เสมอไป คนไข้มะเร็งเต้านมกว่า 80-90% ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมาก่อน จึงอธิบายได้ว่า มะเร็งเต้านมเกิดจากอะไร ไม่ได้มีคำตอบเพียงเรื่องพันธุกรรมเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านสุขภาพและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันด้วย ปัจจุบันคนอายุน้อยเป็นมะเร็งกันเยอะมากขึ้น จากไลฟ์สไตล์การทานอาหาร การใช้ชีวิต ความเครียด ซึ่งส่งผลได้ทั้งหมด เพราะวิถีชีวิตคนยุคใหม่กลายเป็นตัวเร่งให้เซลล์ทำงานอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะติดของหวาน ขานมไข่มุก ของทอด อาหารฟาสต์ฟู้ด สิ่งเหล่านี้ก่อเกิดเซลล์ไขมันสะสมในร่างกาย ที่สามารถผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ และฮอร์โมนตัวนี้เป็นเหมือนปุ๋ยชั้นดีในการกระตุ้นเซลล์มะเร็งเต้านมให้โตขึ้น ดังนั้นต่อให้อายุน้อย หรือพ่อแม่พี่น้องไม่มีใครเป็นมะเร็งเลย ก็ไม่ได้หมายความว่าเรามีเกราะป้องกัน 100%

คำถามที่ 3: ทานยาคุมกำเนิด เสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่?

คำตอบ: ในทางการแพทย์พบว่า การทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ประมาณ 5-10 ปีขึ้นไป มีส่วนเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้เล็กน้อย เนื่องจากไม่ใช่ปัจจัยหลักเหมือนกรรมพันธุ์หรือการใช้ชีวิตอื่น ๆ อีกทั้งยาคุมกำเนิดในปัจจุบันเป็นแบบ Low-dose หรือ Ultra Low-dose เรียกว่ามีฮอร์โมนต่ำมากเพื่อลดผลข้างเคียงเรื่องตัวบวมหรือเวียนหัว และแน่นอนว่าช่วยลดความเสี่ยงเรื่องมะเร็งไปได้มากเมื่อเทียบกับตัวยาสมัยก่อน นายแพทย์โกมลอธิบายต่อว่า มีข้อมูลยืนยันหากหยุดทานยาคุมกำเนิดแล้ว ความเสี่ยงที่เคยมีจะค่อย ๆ ลดลงทันที และเมื่อผ่านไปประมาณ 10 ปีหลังจากหยุดยา ความเสี่ยงจะกลับมาเท่ากับคนปกติที่ไม่เคยทานยาคุมกำเนิด

กรณีผู้ที่จำเป็นต้องทานยาคุมกำเนินระยะยาว นายแพทย์โกมลแนะนำ 3 เรื่อง ดังนี้

1.        เช็กกรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีประวัติมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ชัดเจน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์สูตินรีเวชเพื่อหาทางเลือกอื่นในการคุมกำเนิด เช่น การใส่ห่วงอนามัยชนิดไม่มีฮอร์โมน (Copper IUD) ซึ่งเป็นหนทางที่ปลอดภัยและคุมกำเนิดได้นาน 5-10 ปีโดยไม่ต้องพึ่งฮอร์โมน

2.        เลือกยาคุมชนิดฮอร์โมนต่ำ ปรึกษาเภสัชกรหรือนายแพทย์เพื่อเลือกยาตัวที่เหมาะสมที่สุด

3.        วินัยในการตรวจ หากต้องทานยาคุมกำเนิดระยะยาว ต้องมีวินัยในการคลำเต้านมทุกเดือน และต้องตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์เป็นประจำ

คำถามที่ 4: ทำงานกะดึก พักผ่อนไม่เป็นเวลา เสี่ยงมะเร็งจริงไหม?

คำตอบ: WHO ระบุว่าการทำงานกะดึกขัดกับนาฬิกาชีวิต ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจก่อมะเร็งได้ เพราะร่างกายมนุษย์เรามีนาฬิกาชีวิตตมธรรมชาติ เมื่อพระอาทิตย์ตก ฟ้ามืด สมองจะสั่งให้หลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) โดยเมลาโทนินคือสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ให้เซลล์มะเร็งเต้านมเจริญเติบโต แต่เมื่อทำงานโต้รุ่งต้องอยู่ภายใต้หลอดฟลูออเรสเซนต์สว่างจ้า สมองสับสนจึงสั่งงดหลั่งเมลาโทนิน และการอดนอนยังทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจนปั่นป่วน ทำให้เม็ดเลือดขาวที่ปกติต้องดักเซลล์มะเร็งตอนหลับ ทำให้ทำงานผิดปกติไปด้วย เซลล์มะเร็งฉวยโอกาสก่อตัวขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง

มะเร็งเต้านมรักษาอย่างไร จำเป็นต้องตัดเต้านมทิ้งไหม?

    ปัจจุบันแนวทาง การรักษามะเร็งเต้านม มีความก้าวหน้ากว่าในอดีตอย่างมาก โดยแพทย์จะพิจารณาระยะของโรค ชนิดของมะเร็ง และสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีเทคนิคทั้งผ่าตัดสงวนเต้านม, Oncoplastic Surgery หรือผู้ป่วยบางรายที่จำเป็นต้องตัดทั้งเต้า ก็ยังสามารถเก็บผิวหนัง/หัวนม หรือสร้างเต้านมใหม่ได้              

เปิดเคสจริง ประสบการณ์มะเร็งเต้านม

    คุณเอ อธิบายว่าในวินาทีที่รู้ผล มีเพียง 2 คำถามที่เกิดขึ้นคือ จะหายหรือไม่ และจนกว่าจะรักษาจบจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ อีกทั้งสิ่งที่เครียดที่สุดไม่ใช่ความเจ็บปวดแต่คือ การทำให้คนในครอบครัวต้องเป็นห่วง และความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในระยะยาว  เมื่อเป็นมะเร็งสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้นั่นก็คือ เรื่องค่ารักษาพยาบาล ยิ่งหากเจอเชื้อดื้อยา หรือต้องใช้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) อาจเกิดค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งการที่จะทำให้ครอบครัวหมดห่วงได้ ต้องทำให้เห็นว่าการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถเลือกแพทย์ที่ใช่ โรงพยาบาลที่สะดวก ยาที่ดีที่สุด แน่นอนว่าเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล ณ จุดนี้เอง การมีประกันสุขภาพจึงทำให้การติดต่อพบแพทย์รวมถึงการเลือกวิธีการและเทคโนโลยีในการรักษาได้อย่างเต็มที่ ถึงอย่างนั้นประกันสุขภาพที่คุณเอก็ยังไม่ได้ครอบคลุมทุกด้านอย่างที่คิด

    เพราะมะเร็งคือ 'เกมยาว' ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งไม่ได้จบเพียงแค่หลักหมื่น อาจถึงหลักแสน–หลักล้าน หากในวันนั้นไม่มีประกันสุขภาพ หรือวงเงินความคุ้มครองประกันสุขภาพที่ไม่เพียงพอ การรักษาคงไม่อาจราบรื่นได้ ความลำบากใจจะเกิดขึ้นไม่มีใครอยากประหยัดกับการรักษาชีวิตของตัวเอง การรักษาระยะยาวที่เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าจะจบที่ตรงไหน วงเงินความคุ้มครองจะพอจ่ายถึงรอบหน้าหรือไม่

    คุณเอกล่าวว่าตนเองยังโชคดีที่มีตัวช่วยในฝั่งสวัสดิการและมีเงินสำรองเตรียมไว้บ้าง ณ วันนั้นจึงผ่านมาได้ แต่การรักษาโรคร้ายเหล่านี้ นอกจากประกันสุขภาพทั่วไปแล้ว การมีตัวช่วยเป็นเงินก้อนสำรองไว้อีกชั้นหนึ่ง คือสิ่งจำเป็นและต่อลมหายใจได้จริง ๆ คุณเอฝากทิ้งท้ายเอาไว้ให้แก่ผู้หญิงทุกคน

ตัวช่วยเพิ่ม แผนประกัน “เจอ จ่าย จบ”

    จากประสบการณ์ของคุณเอและคำแนะนำจากนายแพทย์โกมล จะเห็นได้ว่ามะเร็งเต้านมไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่มีประวัติครอบครัวหรือผู้สูงอายุเท่านั้น อีกทั้งในระยะแรกผู้ป่วยหลายรายอาจแทบไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็นชัดเจนเลย

    แม้มะเร็งเต้านม จะเป็นโรคที่หลายคนกังวล แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสในการ รักษามะเร็งเต้านม ให้ได้ผลดียังคงมีสูง ดังนั้นหากเริ่ม คลำเจอก้อนที่เต้านม มีอาการผิดปกติบริเวณเต้านม หรือสงสัยว่า มะเร็งเต้านมมีอาการยังไง ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ป่วยและครอบครัวต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงเรื่องการรักษา แต่ยังรวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นตลอดเส้นทางการรักษา โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้ยานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะทาง การมีตัวช่วยทางการเงินจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความกังวลของคนที่เรารัก

แผนประกัน “เจอ จ่าย จบ” จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจ ด้วยแนวคิดง่าย ๆ คือ

•          ตรวจเจอโรคร้ายตามเงื่อนไข รับเงินก้อนทันที

•           ใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ทั้งค่ารักษา ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

•          ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่อาจไม่ครอบคลุมจากสวัสดิการหรือประกันสุขภาพ

    วางแผนรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่วันนี้กับ ประกันชีวิตและสุขภาพ พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์ ที่สามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อย่าง ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ความคุ้มครองโรคมะเร็งสูงสุด 1 ล้านบาท และเงินชดเชยรายได้

หมายเหตุ

●        ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●        เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●        ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายขาดมีสูงกว่าการพบในระยะลุกลามอย่างมาก การตรวจคัดกรองและพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีความผิดปกติจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความรุนแรงของโรค

ได้ แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้หญิงมาก แต่ผู้ชายก็มีเนื้อเยื่อเต้านมและสามารถเกิดมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน โดยอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ คลำเจอก้อนบริเวณหน้าอก หัวนมบุ๋ม หรือมีของเหลวไหลออกจากหัวนม 

 

มะเร็งเต้านมมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และการตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยจึงควรเข้ารับการติดตามอาการตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์

อายุที่เหมาะสมในการตรวจคัดกรองขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผู้หญิงควรเริ่มใส่ใจการตรวจเต้านมด้วยตนเองตั้งแต่อายุน้อย และปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวนด์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย

ผู้ที่มียีนกลายพันธุ์กลุ่ม BRCA1 หรือ BRCA2 จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่มากกว่าคนทั่วไป จึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนติดตามสุขภาพ ตรวจคัดกรองอย่างใกล้ชิด และพิจารณาแนวทางลดความเสี่ยงที่เหมาะสม

ประกันสุขภาพอาจช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งเต้านมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ค่าห้องพัก ค่าผ่าตัด ค่ายา และค่ารักษาในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรตรวจสอบวงเงินความคุ้มครอง รายละเอียดการคุ้มครองโรคมะเร็ง รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนที่อาจเกินวงเงินหรืออยู่นอกเงื่อนไขการคุ้มครอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์กำหนด