ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์กินคลีนเข้ายิมเพื่อปั้นหุ่นลีนกำลังมาแรงมากในปัจจุบัน เพราะใคร ๆ ก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ความฟิตเฟิร์มภายนอกอาจไม่ได้การันตีความปลอดภัยของระบบภายในเสมอไป หลายครั้งที่เรามักเห็นข่าวคนสายเฮลตี้ หรือแม้กระทั่งนักกีฬาที่ดูแข็งแรงมาก ๆ เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันกะทันหัน นั่นเป็นเพราะวายร้ายอย่างภาวะ “หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ” มักสะสมตัวอย่างช้า ๆ โดยไม่เคยส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ดังนั้น การทำความเข้าใจกลไกภายในและตรวจคัดกรองอย่างตรงจุด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนรักสุขภาพไม่ควรมองข้าม

หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

ทำไม “หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ” ถึงเกิดได้ในคนหุ่นฟิตเฟิร์ม

การมีดัชนีมวลกาย (BMI) ตามมาตรฐาน หรือมีมัดกล้ามเนื้อที่คมชัด ไม่ได้หมายความว่าผนังหลอดเลือดด้านในจะสะอาดบริสุทธิ์เสมอไป เพราะความฟิตที่เห็นจากภายนอกเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อและไขมันใต้ผิวหนัง แต่หินปูนกลับก่อตัวอยู่ลึกภายในผนังหลอดเลือด ซึ่งการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถควบคุมหรือมองเห็นได้ นี่คือความจริงเบื้องหลังภัยเงียบที่หลายคนยังเข้าใจผิด

หินปูนในหลอดเลือดไม่ใช่แคลเซียมจากอาหาร

หลายคนมักเข้าใจผิดว่า พอตรวจเจอหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจปุ๊บ จะต้องรีบงดดื่มนม งดกินชีส หรือห้ามกินแคลเซียมเสริมแน่ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะหินปูนเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอาหารที่เรากินเข้าไปโดยตรง แต่เป็นผลพวงมาจากคราบพลัค (Plaque) หรือคราบไขมันและคอเลสเตอรอลที่สะสมจนเกิดการอักเสบเรื้อรังอยู่ภายในผนังหลอดเลือดมาเป็นเวลานาน เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจึงค่อย ๆ ดึงแคลเซียมในกระแสเลือดมาพอกไว้ที่คราบไขมันนี้ จนกลายสภาพเป็นสารแข็งคล้ายหินปูนฝังแน่นอยู่ภายในหลอดเลือดนั่นเอง

หินปูนสะสมแบบไม่รู้ตัว ต้นเหตุภาวะหัวใจขาดเลือดกะทันหัน

ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ กระบวนการสะสมของหินปูนจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ โดยแทบไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่มีอาการเจ็บหน้าอกหรือเหนื่อยง่าย ทำให้หลายคนยังสามารถไปวิ่งมาราธอนหรือยกเวทหนัก ๆ ได้ตามปกติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองอาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีคราบหินปูนปริมาณมากซ่อนอยู่ ซึ่งหินปูนที่หนาตัวขึ้นจะทำให้หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นและแข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อวันหนึ่งที่คราบพลัคนี้เกิดปริแตกออก ร่างกายจะกระตุ้นให้ลิ่มเลือดเข้ามาอุดตันหลอดเลือดอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) ได้ในที่สุด

อะไรทำให้เกิด หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

ฟิตแค่ไหนก็พังกับ 2 ตัวเร่งที่ทำให้เกิดหินปูนในหลอดเลือด

ต่อให้คุณคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างมีวินัยแค่ไหน แต่ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ก็อาจเป็นตัวการเงียบที่เร่งให้เกิดหินปูนในหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะ 2 ปัจจัยหลักที่สายเฮลตี้หลายคนอาจมองข้ามไป

 

●     การนอนดึกสะสม และความเครียดเรื้อรัง : การพักผ่อนน้อยและความเครียดจากการทำงาน จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด และสารอักเสบออกมา สารเหล่านี้เปรียบเหมือนวายร้ายที่คอยกัดเซาะและทำลายผิวสัมผัสภายในหลอดเลือด เมื่อผนังหลอดเลือดด้านในไม่เรียบเนียน คราบไขมันและหินปูนก็จะเข้าไปเกาะตัวได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

●     ฝุ่น PM 2.5 และมลพิษทางอากาศ: สายสปอร์ตที่ชอบวิ่งหรือปั่นจักรยานกลางแจ้งต้องเพิ่มความระวังให้มากขึ้น เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเล็ดลอดผ่านปอดและซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง ซึ่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบเฉียบพลัน และอาจส่งเสริมกระบวนการอักเสบของหลอดเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดหรือการดำเนินของโรคหลอดเลือดแดงแข็งในระยะยาว

 

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแค่ดูแลร่างกายภายนอกให้ฟิตเฟิร์มอย่างเดียวถึงยังไม่พอ เพราะพฤติกรรมสะสมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวสามารถสร้างความเสียหายอยู่ภายในหลอดเลือดตลอดเวลา และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ต่อให้ไปตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป ก็อาจจะยังตรวจไม่พบความผิดปกติเหล่านี้

ตรวจสแกนหินปูน CT Calcium Score

ตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี แต่ทำไมไม่เห็นหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

บ่อยครั้งที่ผลตรวจเลือดหรือผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) จากการตรวจสุขภาพประจำปีออกมาเป็นปกติ แต่สุดท้ายหลายคนกลับต้องเผชิญกับภาวะหัวใจวายเฉียบพลันโดยไม่คาดคิด นั่นเป็นเพราะการตรวจทั่วไปบอกได้แค่ฟังก์ชันการทำงาน ณ ปัจจุบัน แต่ไม่สามารถมองเห็นคราบหินปูนที่ซ่อนอยู่ภายในผนังหลอดเลือดได้ ดังนั้น การตรวจสุขภาพทั่วไปอาจไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ควรตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจด้วย Coronary Artery Calcium Scan หรือ CAC Scan ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery Calcium Scan หรือ CAC) โดยใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง เพื่อประเมินปริมาณและระดับการสะสมของคราบหินปูน (ไขมัน คอเลสเตอรอล แคลเซียม และสารอื่น ๆ) ในผนังหลอดเลือดหัวใจ

 

●     สะดวก รวดเร็ว ไม่เจ็บตัว : ใช้เวลาตรวจเพียง 10-15 นาที ไม่ต้องเจาะเลือด และไม่ต้องฉีดสารทึบแสง (ฉีดสี) ให้กังวลใจ

●     ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้แม่นยำ : ผลการตรวจจะออกมาเป็นคะแนน (Agatston Score) ถ้าค่าคะแนนเป็น 0 แปลว่า ยังไม่พบคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ และมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคราบไขมันชนิดอ่อนตัวหรือไม่มีความเสี่ยงเลย

●     การตรวจหาคราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจด้วย Coronary Artery Calcium Scan หรือ CAC Scan เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ หรือเป็นกลุ่มที่แพทย์พิจารณาว่าควรประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม

เพราะฉะนั้น การตรวจคัดกรองเฉพาะทางจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกความกังวลใจ ให้คนรักสุขภาพมั่นใจได้เต็มร้อยว่าระบบภายในยังปลอดภัยดีจริงๆ

คืนประสิทธิภาพให้หลอดเลือดหัวใจด้วยเทคโนโลยี IVL

หากตรวจเจอว่าหลอดเลือดเริ่มตีบและมีหินปูนเกาะหนา ในสมัยก่อนแพทย์จะใช้บอลลูนความดันสูง หรือหัวกรอกากเพชรเข้าไปขยายหลอดเลือด แต่วิธีเหล่านั้นมักจัดการได้แค่หินปูนบริเวณชั้นผิวเท่านั้น ไม่สามารถทลายหินปูนชั้นลึกที่หนาและแข็งตัวมากได้ ซึ่งอาจทำให้ขดลวด (Stent) ขยายตัวได้ไม่เต็มที่ แต่ปัจจุบันการแพทย์มีเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า เทคโนโลยี IVL เข้ามาช่วยแก้โจทย์ยากนี้ให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

 

●     การทำงานของเทคโนโลยี IVL (Intravascular Lithotripsy) : เทคโนโลยีนี้คือการใช้คลื่นเสียงทลายหินปูนผ่านสายสวนหัวใจ โดยจะส่งผ่านคลื่นเสียงกระแทก (Acoustic Shockwave) ไปยังผนังหลอดเลือดผ่านทางบอลลูน เมื่อคลื่นเสียงสัมผัสกับหินปูนที่แข็งตัว จะเปลี่ยนเป็นแรงกระแทกทางกายภาพที่ทำให้หินปูนทั้งชั้นตื้นและชั้นลึกเกิดรอยร้าวขนาดเล็ก (Micro-fractures) จนอ่อนตัวลง โดยไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อส่วนอื่นที่นิ่มกว่ารอบข้าง

●     จุดเด่นของการรักษาด้วยเทคโนโลยี IVL: ช่วยให้หลอดเลือดกลับมายืดหยุ่น แพทย์สามารถส่งอุปกรณ์และฝังขดลวดได้อย่างราบรื่นและขยายได้เต็มพื้นที่หน้าตัด ลดความเสี่ยงการกลับมาตีบซ้ำในระยะยาว ที่สำคัญคือผู้ป่วยฟื้นตัวไว พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วันก็กลับบ้านได้แล้ว

 

ป้องกันหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ ด้วยแผนสำรองที่มั่นคง

การดูแลตัวเองจากภายนอก ควบคู่ไปกับการพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อตรวจเช็กและรักษา คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้ร่างกายฟิตไปได้นาน ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่านวัตกรรมที่ลงลึกและละเอียดแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ CT Calcium Score หรือการรักษาด้วยเทคโนโลยี IVL ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา การเตรียมแผนสำรองด้านสุขภาพ เพื่อความอุ่นใจจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะเลือก ประกันสุขภาพที่ไหนดี? ขอแนะนำ ประกันชีวิตและสุขภาพออนไลน์ พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์ จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย อีกหนึ่งตัวช่วยเรื่องสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง ด้วยวงเงินค่ารักษา IPD แบบ ‘เหมา เหมา’ ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล เพื่อให้คุณวางแผนสุขภาพและการเงินได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

 

●        เหมาจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) ตามจริงสูงสุด 2,000,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์*

●        เลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ทั้ง OPD หรือค่าชดเชยรายได้ หรือความคุ้มครองโรคมะเร็ง เจอ จ่าย จบ ได้

●        ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพ

●        ซื้อง่าย ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ คลิก https://link.prudential.co.th/ueSE2

 

อย่าให้ความฟิตบดบังภัยเงียบจากหินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ

เพราะความฟิตที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างภายนอก แต่คือการดูแลระบบภายในให้ปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน อย่าปล่อยให้ความแข็งแรงในวันนี้ทำให้เราชะล่าใจ จนมองข้ามภัยเงียบอย่าง "หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ" หันมาตรวจเช็กเชิงรุกและวางแผนเตรียมพร้อมล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คุณสามารถออกไปใช้ชีวิต ฟิตร่างกาย และอยู่ดูแลคนที่คุณรักไปได้อีกนานแสนนาน

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นพ. ชาติทนง ยอดวุฒิ

อายุรแพทย์โรคหัวใจ ว.28191

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

 

หมายเหตุ

* ความคุ้มครองแผน 4

●      ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●      เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์

●      ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

●      เบี้ยประกันสุขภาพ สามารถนำมาใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต สามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

 

ข้อมูลอ้างอิง

●      https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok-heart/content/intravascular-lithotripsy-ivl-heart-treatment

●      https://www.bangkokhospital.com/th/ratchaburi/content/ct-calcium-score-bmr

●     https://www.bnhhospital.com/th/article/%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7/

●      https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22953-coronary-artery-calcification

●      https://www.megawecare.co.th/health-news/causes-of-coronary-artery-calcification/

●      https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87/

●     https://www.sikarin.com/health/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2

●     https://www.sikarin.com/health/pm2-5