พ่อแม่ต้องรู้ วิธีเสริมพัฒนาการเด็ก 0-5 ปี ให้เติบโตเต็มที่

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ต่างเคยได้สัมผัสกับพัฒนาการของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 5 ขวบกันแล้วและทราบว่าเด็กในวัยนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเรียนรู้ สามารถพัฒนาทักษะและจดจำข้อมูลต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันได้อย่างรวดเร็ว 

 

ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เด็กวัยหัดเดินกำลังเรียนรู้ทักษะทางร่างกายและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เด็กเหล่านี้จะมีการพัฒนาการสื่อสาร จดจำสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และเรียนรู้การแสดงออกทางอารมณ์ ฟังดูแล้วเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก ๆ ที่เด็กวัยนี้สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้พร้อมกัน แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่ คุณหมอ หรือคุณครู จะมีการติดตามพัฒนาการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดแล้ว แต่ก็อาจจะเป็นเรื่องยากในการติดตามอย่างละเอียด สิ่งนี้เองทำให้การศึกษาพัฒนาการวัยเด็กตอนต้นมีความสำคัญมาก

 

ความสำคัญของพัฒนาการวัยเด็กตอนต้น

วัยเด็กตอนต้นที่อยู่ในช่วงอายุ 0-5 ปี จะเป็นวัยที่พัฒนามาตั้งแต่วัยทารก วัยนี้จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของพัฒนาการในชีวิตของเด็ก เพราะเป็นช่วงเวลาของการพัฒนาสมอง ภาษา สังคม อารมณ์ ประสาทสัมผัส และการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สำหรับเด็กที่มีสุขภาพดี องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เมื่อพิจารณาถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ พัฒนาการเหล่านี้จะมีความเกี่ยวโยงกัน ตัวอย่างเช่น ความตระหนักทางสังคมและอารมณ์มักจะเพิ่มขึ้นผ่านภาษาและการสื่อสารในช่วงก่อนวัยเรียน หรือเด็กวัยหัดเดินอาจแก้ปัญหาและเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวและการเติบโตทางร่างกาย 

 

ซึ่งการดูแลวัยเด็กตอนต้นนั้น คุณพ่อและคุณแม่จึงควรให้ความสำคัญและลงทุนลงแรงอย่างมาก เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตด้วยสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงสมวัย เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาและความท้าทายต่าง ๆ ตามมา ซึ่งอาจเป็นปัญหาระดับครอบครัว และลามไปเป็นปัญหาระดับประเทศได้

 

ความท้าทายสำหรับวัยเด็กตอนต้น

ในประเทศไทย ปัญหาของวัยเด็กตอนต้นนั้น คือ มักจะขาดการดูแลและการกระตุ้นที่เหมาะสม ผู้ปกครองจำนวนมากโดยเฉพาะคุณพ่อ ไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้กับลูกน้อยเท่าไหร่นัก โดยจากสถิติ มีคุณพ่อเพียง 34% เท่านั้นที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกน้อย ขณะที่การเข้าถึงหนังสือและตำราเรียนที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และจินตนาการของเด็กก็มีอยู่อย่างจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจะเห็นว่ายังมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวนมากถึง 59% มีหนังสือน้อยกว่าสามเล่ม

การมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้และเข้าเรียนในระดับปฐมวัยจะช่วยเพิ่มพัฒนาการในวัยเด็กตอนต้นเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เด็กอายุ 3-5 ปีประมาณ 15% ยังไม่มีโอกาสเข้าเรียนในระดับปฐมวัย ในขณะที่เด็กที่มีโอกาสเข้าเรียนก็ยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมากพอที่จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่

 

ยูนิเซฟ ประเทศไทย ทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และจากคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติเพื่อจัดทำนโยบายระดับชาติด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งประกอบด้วยการสนับสนุนด้านโภชนาการ การเลี้ยงดู คุณภาพของการบริการและทักษะของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยผ่านวิธีการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กในกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เด็กที่มีความพิการ เด็กอพยพ และเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนจะสามารถเข้าถึงความเท่าเทียมและบริการต่าง ๆ ที่จำเป็น โดยยูนิเซฟจะ ให้การสนับสนุนด้านเทคนิคกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องดังกล่าวในการประสานงานด้านข้อมูล

 

ยูนิเซฟ ยังได้ทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายระดับจังหวัด เพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าใจปัญหาของเด็กและรับรู้ถึงแนวทางและยังสนับสนุนกรุงเทพมหานครในการยกระดับความสำคัญของการพัฒนาวัยเด็กตอนต้นให้เป็นประเด็นที่ควรใส่ใจเป็นลำดับต้น ๆ ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยใช้กลยุทธ์ระดับชาติและการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย

 

ไม่เพียงเท่านี้ ยูนิเซฟ ยังสนับสนุนกฎหมายที่รองรับหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารทดแทนนมแม่ปี 2560 รวมถึงการประสานงานกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนผลักดันกฎหมายและสนับสนุนสมาชิกคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย ภายหลังการผ่านพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กในเดือนเมษายนปี 2560 ยูนิเซฟยังคงส่งเสริมประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่องผ่านการสนับสนุนการสื่อสาร และการสนับสนุนทางเทคนิคให้แก่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อการพัฒนาของประกาศกระทรวงให้มีผลกฎหมาย 

 

ยูนิเซฟ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าโครงการให้นมลูกในที่ทำงาน รวมถึงการพัฒนาฐานข้อมูลของนายจ้างที่เข้าร่วมโครงการ การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขและผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ในการผลิตชุดอุปกรณ์ให้นมลูกโดยมุ่งเป้าไปที่ภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 

 

พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพราะช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิตถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ การสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงส่งผลดีต่อครอบครัว แต่ยังช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีคุณภาพในระยะยาวอีกด้วย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ การทำความเข้าใจพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัยจะช่วยให้สามารถดูแลและส่งเสริมการเติบโตได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคตก็เป็นอีกส่วนสำคัญของการดูแลครอบครัว โดยสามารถศึกษาแนวทาง วางแผนประกันชีวิตเพื่อสร้างหลักประกันให้คนที่คุณรัก ได้ที่นี่