สรุปประเด็นหลัก

อาการเจ็บใต้รักแร้ทั้งแบบมีก้อนและไม่มีก้อน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การอักเสบของกล้ามเนื้อหรือรูขุมขน ผื่นแพ้ หรือต่อมน้ำเหลืองโต ไปจนถึงโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งเต้านม หากคลำพบก้อนที่โตขึ้น ไม่ยุบภายใน 2-4 สัปดาห์ หรือมีอาการผิดปกติร่วม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

เคยไหมที่รู้สึกไม่สบายใต้รักแร้ อยู่ ๆ ก็เกิดอาการปวดจี๊ด ๆ เหมือนเข็มทิ่ม เจ็บใต้รักแร้เมื่อยกแขน หรือบังเอิญคลำพบมีก้อนเล็ก ๆ ใต้รักแร้ อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง เพราะใต้รักแร้เป็นจุดรวมของต่อมน้ำเหลือง เส้นประสาท กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเต้านมส่วนท้าย

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บใต้รักแร้แบบมีก้อนหรือไม่มีก้อน ก็อาจสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพได้หลากหลายระดับ ตั้งแต่การระคายเคืองผิวหนังทั่วไป ไปจนถึงภาวะติดเชื้อหรือโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งเต้านม การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย จะช่วยให้คุณประเมินความเสี่ยงและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

เจ็บใต้รักแร้ สัญญาณเตือน 6 โรคต้องระวัง

อาการเจ็บใต้รักแร้บ่งบอกอะไรได้บ้าง?

อาการปวดใต้รักแร้ หรือเจ็บบริเวณใกล้ ๆ เต้านม อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งอาจไม่ร้ายแรง เพียงแค่ดูแลตัวเองก็หายได้ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงได้ ดังนี้

1. ต่อมน้ำเหลืองโต

ต่อมน้ำเหลือง ทำหน้าที่คัดกรองสิ่งแปลกปลอมและต่อสู้กับเชื้อโรค เมื่อร่างกายเกิดการติดเชื้อในบริเวณใกล้เคียง เช่น แผลที่แขน เต้านมอักเสบ หรือการติดเชื้อไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งเม็ดเลือดขาวมาทำงานจำนวนมาก ส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองขยายขนาดจนกลายเป็นก้อนใต้รักแร้ที่กดแล้วเจ็บ แต่โดยทั่วไปหากการติดเชื้อหายไป ต่อมน้ำเหลืองจะค่อย ๆ ยุบลงเอง ต่างจากก้อนเนื้อร้ายที่จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

2. รูขุมขนอักเสบ

การอักเสบของรูขุมขน เกิดจากการอุดตันของคราบเหงื่อไคล สารเคมี หรือเชื้อแบคทีเรีย มักมีสาเหตุมาจากการโกนขนรักแร้ ถอนขน ถูตุ่มเนื้อแรง ๆ หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีสารก่อการระคายเคือง ส่งผลให้รูขุมขนอักเสบ กลายเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง และรู้สึกเจ็บใต้รักแร้ได้

3. ผื่นผิวหนัง

นอกจากรูขุมขนอักเสบแล้ว การเกิดผื่นผิวหนังอักเสบจากโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือผื่นแพ้จากการสัมผัสสารเคมีในน้ำหอม โรลออน หรือผงซักฟอก ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการเจ็บใต้รักแร้ คัน แสบ ร้อน โดยที่คลำแล้วไม่มีก้อนได้เช่นเดียวกัน

4. ฝีขึ้นรักแร้

ฝี เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณรูขุมขนที่ลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนแดง มีอาการปวด บวม ร้อน และมีหนองสะสมอยู่ภายใน ซึ่งมักมีสาเหตุจากการหมักหมมของเหงื่อไคล หรืออาการบาดเจ็บบริเวณผิวหนังใต้รักแร้จนเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย หากฝีมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเริ่มมีไข้ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรพยายามบีบหรือเจาะฝีเองเพราะอาจทำให้การติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วร่างกายได้

5. ก้อนเนื้องอก

หากคลำพบก้อนที่รักแร้ซึ่งกดแล้วรู้สึกเจ็บ อาจเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง เช่น ก้อนไขมัน หรือก้อนเนื้อในเต้านม อย่างไรก็ตาม เมื่อคลำเจอก้อนเนื้อควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยแยกระหว่างก้อนเนื้อธรรมดากับก้อนเนื้อร้ายทันที

6. มะเร็งเต้านม

ก้อนใต้รักแร้เป็นหนึ่งในสัญญาณของมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกได้ เนื่องจากเนื้อเยื่อเต้านมบางส่วนมีการกระจายมายังบริเวณใต้วงแขน ในระยะแรกอาจไม่แสดงอาการปวด แต่เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ก็จะทำให้เกิดก้อนแข็ง กดเจ็บ หรือมีอาการปวดร้าวมาที่ใต้วงแขนได้

อาการเจ็บใต้รักแร้ มีกี่แบบ?

เพื่อช่วยให้วิเคราะห์อาการปวดรักแร้ข้างขวาหรือปวดรักแร้ข้างซ้ายได้ง่ายขึ้น สามารถแบ่งตามลักษณะการแสดงอาการได้ ดังนี้

●       กล้ามเนื้ออักเสบ จากการยกของหนัก ออกกำลังกายท่าที่ใช้กล้ามเนื้ออกหรือไหล่มากเกินไป หรือการลงน้ำหนักผิดจังหวะ

●       เส้นประสาทถูกกดทับ เนื่องจากปัญหาหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรืออักเสบ อาจส่งสัญญาณปวดร้าวลงมายังบริเวณรักแร้และแขนได้

●       การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยผู้หญิงมักมีอาการคัดเต้านมและปวดร้าวมาถึงรักแร้ในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน

●       ผื่นแพ้สัมผัส เนื่องจากเกิดการระคายเคืองผิวหนังใต้วงแขนจากสารเคมี ส่งผลให้มีอาการแสบ เจ็บ โดยไม่มีก้อน

ปวดตรงรักแร้ กดเจ็บ แบบไหนต้องกังวล?

หากเป็นก้อนใต้รักแร้ที่กดเจ็บ ส่วนใหญ่เกิดจากต่อมน้ำเหลืองตอบสนองต่อการอักเสบติดเชื้อ ถุงน้ำ หรือตุ่มไขมันอุดตัน ซึ่งมักเป็นภาวะชั่วคราวและไม่อันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม หากก้อนนั้นไม่ยุบลงภายใน 2-4 สัปดาห์ มีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนเป็นก้อนแข็งที่ไม่เกี่ยวโยงกับอาการเจ็บปวด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด

เป็นเม็ดใต้รักแร้รักษาอย่างไร?

สำหรับการรักษาเม็ดหรือก้อนใต้รักแร้นั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดก้อนเนื้อเป็นหลัก ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ไม่ควรซื้อยามาทาหรือพยายามบีบด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้การติดเชื้อรุนแรงขึ้น สำหรับแนวทางการรักษาโดยทั่วไปมีดังนี้

●       กรณีเกิดจากการติดเชื้อ เช่น ต่อมน้ำเหลืองอักเสบหรือฝี แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และแนะนำวิธีดูแลความสะอาดเพื่อลดการอักเสบ

●       กรณีรูขุมขนอักเสบหรือผื่นแพ้ การรักษาจะเน้นไปที่การลดการระคายเคือง แพทย์อาจจ่ายยาทาภายนอกกลุ่มสเตียรอยด์อ่อน ๆ หรือครีมบรรเทาอาการคัน รวมถึงแนะนำให้งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการแพ้ชั่วคราว

●       กรณีเนื้องอกไขมันหรือก้อนเนื้อธรรมดา หากก้อนเนื้อไม่มีอาการผิดปกติและไม่ได้เป็นอันตราย แพทย์อาจแนะนำให้สังเกตอาการ หรือหากก้อนมีขนาดใหญ่และรบกวนการใช้ชีวิต อาจมีการพิจารณาผ่าตัดเอาออก

●       กรณีโรคร้ายแรง หากตรวจพบว่าเป็นมะเร็งหรือเนื้องอกชนิดร้ายแรง แพทย์จะวางแผนการรักษาตามระยะของโรค ซึ่งอาจประกอบด้วยการผ่าตัด การให้เคมีบำบัด หรือการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น โปรดพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและรับการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกิดก้อนเนื้อ อาการเจ็บ หรือฝีขึ้นรักแร้

หากคุณกำลังประสบปัญหาเจ็บใต้รักแร้หรือคลำพบก้อนเนื้อ การรับมืออย่างถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและการอักเสบลุกลามได้ โดยควรปฏิบัติดังนี้

ปรับพฤติกรรมและการดูแลรักษาเบื้องต้น

1.        รักษาความสะอาดใต้วงแขน ด้วยการอาบน้ำทำความสะอาดรักแร้ด้วยสบู่อ่อน ๆ ซับให้แห้งเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย

2.        หลีกเลี่ยงการโกนหรือถอนขนบ่อย ๆ เปลี่ยนมาใช้วิธีที่ลดการรบกวนผิวหนังเพื่อป้องกันรูขุมขนอักเสบ

3.        งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง หยุดใช้โรลออน น้ำหอม หรือสเปรย์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และพาราเบนชั่วคราว

4.        พักการใช้งานกล้ามเนื้อ หรือหากสงสัยว่าเกิดจากการออกกำลังกาย ให้พักการใช้ร่างกายท่อนบน 3-7 วัน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อคลำเจอก้อนใต้รักแร้

●       ห้ามบีบ นวด หรือกดก้อนเนื้อแรง ๆ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแพร่กระจาย หรือกระตุ้นให้เซลล์อักเสบมากขึ้น

●       ห้ามซื้อยาสมุนไพรหรือยาทามาพอกเอง โดยไม่ผ่านคำแนะนำจากแพทย์

●       อย่าปล่อยไว้จนสายเกินไป หากคลำพบก้อนเนื้อ ไม่ควรรอให้มีอาการปวดก่อนแล้วค่อยไปพบแพทย์ เพราะก้อนมะเร็งในระยะแรกมักไม่แสดงอาการปวด

ผู้หญิงปวดใต้รักแร้ กดเจ็บ คลำแล้วมีก้อน

หากเป็นก้อนใต้รักแร้แบบกดเจ็บ จะสังเกตอย่างไรว่าเป็นก้อนมะเร็งหรือเนื้องอก?

หากคลำพบก้อนเนื้อบริเวณใต้รักแร้ หรือใกล้เต้านม แน่นอนว่าย่อมทำให้เป็นกังวลว่าก้อนเนื้อนั้น ๆ เป็นเพียงเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตราย หรือเป็นก้อนมะเร็งกันแน่ ซึ่งก้อนเนื้อ 2 ประเภทมีความแตกต่างกันทั้งลักษณะ และวิธีการรักษา ดังนี้

หัวข้อการเปรียบเทียบ

เนื้องอก

มะเร็ง

ความหมายและการลุกลาม

เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ แต่มักไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น

เซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ และมีพฤติกรรมลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกาย

ลักษณะของก้อนเนื้อ

เป็นก้อนกลม ไม่ยึดติดกับผิวหนัง สามารถเคลื่อนที่หรือกลิ้งได้เมื่อกด

เป็นก้อนแข็ง พื้นผิวขรุขระ มักยึดติดแน่นกับผิวหนังหรือเนื้อเยื่อใต้วงแขน

อาการปวดหรือเจ็บ

มักไม่มีอาการปวด ยกเว้นก้อนเนื้องอกไปกดทับเส้นประสาท หรืออวัยวะอื่น

มักมีอาการปวด หรือรู้สึกเจ็บบริเวณก้อนเนื้อ

อัตราการเจริญเติบโต

ส่วนมากโต หรือขยายขนาดช้า

เพิ่มขนาดและขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อาการอื่น ๆ ที่พบร่วม

อาจมีอาการผิวหนังบวมแดง คัน หรือรู้สึกตึงบริเวณก้อนเนื้อ

อาจพบผิวหนังบวมแดง น้ำเหลืองหรือเลือดไหล ผิวหนังบุ๋มลง หรือรอยรั้งที่เต้านม

แนวทางการรักษา

ผ่าตัดนำก้อนเนื้อออก หรืออาจไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระยะของมะเร็ง ซึ่งหลังจากแพทย์วินิจฉัยแล้วจะพิจารณาการรักษาดังนี้

●       ระยะแรก: รักษาด้วยการผ่าตัด

●       ระยะลุกลาม: ผ่าตัดร่วมกับเคมีบำบัด ฉายรังสี หรือการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)

สรุปวิธีสังเกตข้อแตกต่างของก้อนมะเร็ง VS เนื้องอก

เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ควรหมั่นสังเกตตนเองด้วยวิธีการเหล่านี้

  1. คลำหาก้อนเนื้อใต้รักแร้เป็นประจำ โดยใช้นิ้วมือไล่จากด้านบนลงล่าง
  2. สังเกตลักษณะของก้อนเนื้อว่าเป็นก้อนกลมหรือขรุขระ เคลื่อนที่ได้หรือไม่ และยึดติดกับผิวหนังหรือไม่
  3. สังเกตว่ามีอาการปวด หรือรู้สึกเจ็บร่วมด้วยหรือไม่
  4. สังเกตว่าก้อนเนื้อโตเร็วหรือไม่
  5. รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยด้วยการอัลตราซาวนด์ แมมโมแกรม MRI หรือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

ข้อแนะนำ! หากคลำเจอก้อนใต้รักแร้ที่จับแล้วเจ็บ ควรทำอย่างไร?

หากสังเกตพบก้อนเนื้อใต้รักแร้ และมีอาการผิดปกติ สิ่งที่ควรปฏิบัติมีดังนี้

  1. สังเกตอาการอย่างละเอียด และบันทึกข้อมูลไว้
    สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อคลำพบก้อนเนื้อก็คือ การสังเกตว่าก้อนเนื้อนั้นเป็นอย่างไร ขนาดเท่าไหร่ เพื่อประเมินเบื้องต้นว่าเป็นก้อนเนื้อร้ายหรือไม่ และควรบันทึกวันที่คลำเจอก้อนเนื้อ ขนาดของก้อนเนื้อ และอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
  2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย
    หากคลำพบเจอก้อนเนื้อควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น
    ○      การนวด บีบ หรือกดที่ก้อนเนื้อ
    ○      การทายาสมุนไพร หรือยาอะไรก็ตามลงบนก้อนเนื้อ
    ○      การวิตกกังวล จนเกิดความเครียด
  3. ไปพบแพทย์ทันที
    ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อที่แพทย์จะได้ทำการตรวจร่างกาย และวินิจฉัยก้อนเนื้อนั้นด้วยวิธีต่าง ๆ และเริ่มต้นการรักษาอย่างถูกวิธี และทันท่วงที

 

เตรียมพร้อมรับมือโรคร้ายด้วยประกันสุขภาพจาก พรูเด็นเชียล ประเทศไทย

อาการเจ็บใต้รักแร้แม้หลายครั้งจะมาจากสาเหตุทั่วไป แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งเต้านมเช่นกัน การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและได้รับการรักษาทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่กระบวนการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคร้ายแรงนั้นมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่สูง

การวางแผนสุขภาพล่วงหน้าด้วยประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายและทำประกันโรคร้ายแรงจาก พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จะช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจแมมโมแกรม ค่าผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการรักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงิน ให้คุณและครอบครัวรับมือกับทุกความเสี่ยงในชีวิตได้อย่างมั่นใจ

หมายเหตุ

●       ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●       เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●       ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

ข้อมูลอ้างอิง

●       อิสสรโชติ, ท. (2567, 31 สิงหาคม). ก้อนใต้รักแร้ สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา. Hello Khunmor. https://hellokhunmor.com/สุขภาพผิว/โรคผิวหนังอักเสบ/ก้อนใต้รักแร้-อาการ-การรักษา/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นก้อนใต้รักแร้และกดเจ็บ (FAQs)

ส่วนใหญ่ถ้าเจ็บจากกล้ามเนื้ออักเสบจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3-7 วันเมื่อพักการใช้งาน หลีกเลี่ยงการยกของหนัก และอาจใช้การประคบอุ่นหรือยาคลายกล้ามเนื้อตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร 

อาการที่เจ็บเฉพาะตอนขยับแขนมักเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อไหล่ มากกว่ามะเร็ง แต่หากปวดรุนแรง หรือมีประวัติอุบัติเหตุ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเอ็นและกล้ามเนื้อรอบไหล่เพิ่มเติม

ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยทันที ล้างบริเวณรักแร้ด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้ง และหลีกเลี่ยงการเกา หากผื่นแดง แสบ หรือคัน ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วันหรือมีตุ่มน้ำ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาภูมิแพ้ผิวหนัง

ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการคัดเต้านมและปวดร้าวมาถึงรักแร้ในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน ซึ่งมักหายเองภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าคลำเจอก้อนผิดปกติหรือปวดมากผิดปกติควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

หากเจ็บใต้รักแร้ร่วมกับแน่นหน้าอก หายใจลำบาก เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือปวดร้าวลงแขนหรือกราม ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจหรือโรคเฉียบพลันอื่น ๆ