หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าทำไมเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่เงินเก็บไม่เพิ่มตาม แถมบางเดือนยังรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ทั้งที่รายได้ก็มากขึ้นกว่าเดิม สถานการณ์แบบนี้อาจไม่ใช่ปัญหาเรื่องรายได้ที่น้อยเกินไป แต่เป็นผลจากการใช้ชีวิตแบบวิถีชีวิตคนเมืองหรือ Urban Lifestyle ที่ค่อย ๆ ดึงเงินออกจากกระเป๋าไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว แล้วพฤติกรรมแบบไหนที่ทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ มาลองสำรวจพฤติกรรมการเงิน พร้อมแนวทางการแก้ไขกัน

Urban Lifestyle คืออะไร ทำไมถึงเก็บเงินไม่อยู่

Urban Lifestyle คืออะไร

วิถีชีวิตแบบคนเมือง Urban Lifestyle คือ รูปแบบการใช้ชีวิตที่มาพร้อมกับความสะดวกสบาย การใช้จ่ายตามเทรนด์ และสังคมเมืองที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ความสะดวกสบายเหล่านี้มักแฝงมาด้วยค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแต่ละวัน เมื่อนำมารวมกันตอนสิ้นเดือนจึงกลายเป็นก้อนใหญ่นั่นเอง ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ และมักจะบ่นว่าเงินเดือนไม่พอใช้อยู่เสมอมีดังนี้

 

●        ไลฟ์สไตล์ขยายตามรายได้ (Lifestyle Inflation) เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น หลายคนมักจะยกระดับการใช้ชีวิตให้สูงขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติ เช่น การเปลี่ยนไปทานอาหารร้านที่แพงขึ้น ซื้อของแบรนด์เนม หรือย้ายที่พักให้หรูหรากว่าเดิม พฤติกรรมนี้เรียกว่า ‘ภาวะไลฟ์สไตล์ขยายตัวตามรายได้’ ซึ่งทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้จะหาเงินได้มากขึ้นแค่ไหน แต่ถ้าระดับการใช้จ่ายขยับตามไปตลอด ก็ย่อมทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บในที่สุด

●     ไม่มีการแยกเงินออม อีกหนึ่งกับดักสำคัญคือพฤติกรรมการใช้เงินก่อน แล้วค่อยออมทีหลัง เมื่อได้รับเงินเดือนมา คุณมักจะนำไปจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือซื้อของที่อยากได้ก่อน โดยคิดว่าเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อไม่แยกเงินออมออกมาชัดเจนตั้งแต่แรก เงินส่วนนั้นก็จะถูกกลืนหายไปกับค่าใช้จ่ายจิปาถะในชีวิตประจำวัน จนสุดท้ายก็ไม่มีเงินเหลือพอให้ออมตามที่ตั้งใจไว้

●     ขาดการวางแผนระยะยาว การใช้ชีวิตในเมืองที่เร่งรีบมักทำให้คุณโฟกัสแค่ความสุข หรือความต้องการในระยะสั้น เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรีเกือบทุกมื้อ เพราะไม่มีเวลา หรือการ Subscription สื่อออนไลน์ราคาแพงทุกเดือน เพื่อเพิ่มความสุขและหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกความเป็นจริง จนหลงลืมการมองไปถึงอนาคต ขาดเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือการวางแผนเกษียณ ซึ่งการละเลยการวางแผนการเงินของมนุษย์เงินเดือนในระยะยาวกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ความมั่นคงทางการเงินในอนาคตสั่นคลอน

 

ค่าใช้จ่ายแฝงในเมืองที่ทำให้เงินหดหาย

การใช้ชีวิตในเมืองเต็มไปด้วยความสะดวกสบายที่ต้องแลกมาด้วยเงิน ลองมาสำรวจกันว่ามีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้างที่ซ่อนอยู่ในกิจวัตรประจำวันและทำให้เงินของคุณค่อย ๆ หายไปโดยไม่ทันสังเกต

 

กาแฟ คาเฟ่ เดลิเวอรี

เทรนด์การดื่มกาแฟแบรนด์ดังทุกเช้า แวะคาเฟ่เพื่อถ่ายรูปอัปโซเชียลในวันหยุด หรือกดสั่งอาหารเดลิเวอรีเพียงเพราะไม่อยากเดินออกไปซื้อเอง สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนใช้เงินจำนวนไม่มากในแต่ละครั้ง แต่เมื่อลองนำมาคูณด้วยจำนวนวันในหนึ่งเดือน หรือหนึ่งปี จะพบว่าเป็นยอดเงินที่สูงมาก และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เงินในกระเป๋าของคุณรั่วไหลออกไปเงียบ ๆ

ฟิตเนส / คลาสออกกำลังกาย

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ดี แต่การสมัครสมาชิกฟิตเนสรายปีราคาแพง หรือการซื้อคลาสออกกำลังกายแบบสตูดิโอหรูหรา โดยที่คุณแทบจะไม่มีเวลาไปใช้บริการอย่างคุ้มค่า ก็กลายเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แทนที่จะได้สุขภาพที่ดี กลับกลายเป็นว่าคุณกำลังจ่ายเงินทิ้งไปเฉย ๆ ทุกเดือนโดยเปล่าประโยชน์

Subscription ต่าง ๆ

คุณอาจจะคุ้นเคยกับการสมัครบริการสตรีมมิงดูหนัง ฟังเพลง แอปพลิเคชันต่าง ๆ หรือแม้แต่บริการจัดส่งสินค้าแบบรายเดือน บางบริการคุณอาจจะใช้งานแค่ช่วงแรก ๆ แล้วก็ลืมยกเลิกไป ค่าบริการรายเดือนเหล่านี้แม้จะดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันหลาย ๆ แอปพลิเคชัน ก็สามารถกลายเป็นรายจ่ายคงที่ก้อนใหญ่ที่เบียดเบียนเงินเก็บของคุณได้ในแต่ละเดือน

การใช้ชีวิตเพื่อ “ให้ทันคนอื่น”

โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อของคุณ การเห็นคนอื่นมีของใช้รุ่นใหม่ล่าสุด ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือทานอาหารมื้อหรู มักกระตุ้นให้คุณเกิดความรู้สึกต้องมีตาม เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ การใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งของเพียงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ หรือให้ได้รับการยอมรับจากสังคม คือหลุมพรางขนาดใหญ่ที่ทำลายวินัยทางการเงิน

 

หลังจากได้ดูค่าใช้จ่ายแฝงที่ทำให้เงินเก็บหายกันไปแล้ว ลองทบทวนดูว่าในแต่ละเดือนคุณสูญเสียเงินไปกับสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีมากกว่า 2 ข้อ คุณอาจกำลังโดน Urban Lifestyle กินเงินแบบไม่รู้ตัว และถึงเวลาที่ต้องกลับมาปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง

 

How to บาลานซ์เงิน ใช้ชีวิตในเมืองให้สุขและมีเงินเก็บ

วิธีแก้ปัญหาเก็บเงินไม่อยู่

การแก้ปัญหาไม่ได้หมายความว่าคุณต้องงดใช้ชีวิตหรือตัดขาดจากความสุขไปเลย เพียงแต่คุณต้องหาจุดสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการของตัวเอง และการสร้างความมั่นคงทางการเงิน แล้วจะบาลานซ์เงินในกระเป๋ายังไงให้มีเงินเก็บ ลองมาดูวิธีเหล่านี้กัน

1) สำรวจพฤติกรรมการใช้เงิน

ขั้นตอนแรกคือ การจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย อย่างละเอียด เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าเงินของคุณหมดไปกับหมวดหมู่ไหนมากที่สุด การทำบัญชีจะช่วยให้คุณค้นพบรอยรั่วทางการเงิน และสามารถตัดหรือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้ เป็นการดึงสติกลับมาก่อนที่จะตัดสินใจควักเงินจ่ายในครั้งต่อไป ทำให้คุณบริหารจัดการเงินได้ดีมากขึ้น

2) ตั้ง Budget ชัดเจน

การกำหนดงบประมาณในการใช้จ่ายแต่ละหมวดหมู่ ช่วยจำกัดขอบเขตไม่ให้ใช้เงินเกินตัว โดยคุณควรตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าเพื่อการออม การลงทุน ปลดหนี้ หรือเตรียมเงินดาวน์เพื่อซื้อบ้าน เป้าหมายเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่คอยนำทาง และสร้างวินัยให้คุณทำตามงบประมาณที่วางไว้ได้อย่างเคร่งครัด

3) แยกเงินออมก่อนใช้

จากที่เคยนำเงินรายได้ไปหักค่าใช้จ่ายก่อนแล้วค่อยออม ให้เปลี่ยนเป็นหักเงินออมออกทันทีที่ได้รับเงินเดือน โดยอาจใช้วิธีตั้งโอนอัตโนมัติไปยังบัญชีเงินฝากประจำหรือบัญชีที่ถอนยาก เพื่อป้องกันการนำเงินส่วนนี้ออกมาใช้จ่ายตามใจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณมีเงินเก็บในทุก ๆ เดือนอย่างแน่นอน

4) วางแผนการเงินระยะยาว

นอกจากการออมเงินแล้ว การสร้างความมั่นคงให้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญ คุณควรพิจารณาสร้างหลักประกันชีวิต เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และที่ขาดไม่ได้คือการเริ่มต้นวางแผนเกษียณ เพื่อเตรียมเงินไว้ใช้ดูแลตัวเองในยามแก่ชรา การมองการณ์ไกล เตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตในช่วงปั้นปลายได้อย่างไร้ความกังวล โดยสามารถนำเงินไปซื้อ "ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว หรือ ประกันบำนาญ" ที่ได้ทั้งเงินออมที่มีผลตอบแทนชัดเจน ได้ความคุ้มครองชีวิต และยังได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

 

เริ่มต้นวางแผนการเงินอาจไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงเรามีตัวช่วยดี ๆ อย่าง

PRUEasy Saver 10/4 ประกันสะสมทรัพย์ออนไลน์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ จ่ายเบี้ยฯ สั้นเพียง 4 ปี ความคุ้มครองชีวิตยาวถึง 10 ปี แถมยังลดหย่อนภาษีได้ ซื้อออนไลน์ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน คลิก! https://link.prudential.co.th/rwGsb

 

PRUHealthy Plus อีกหนึ่งตัวช่วยวางแผนความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ช่วยให้คุณมีเงินสำรองระหว่างพักรักษาตัว โดยไม่กระทบเงินเก็บ ด้วยเงินชดเชยรายวันเมื่อต้องนอนโรงพยาบาล พร้อมความคุ้มครองชีวิต และมีเงินคืนตามสัญญา สนใจคลิก  https://link.prudential.co.th/w8Jf2

 

สรุป

ปัญหาการไม่มีเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือน อาจไม่ได้เกิดจากรายได้ที่ไม่เพียงพอ แต่เกิดจากวิธีใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามกระแสสังคม การรู้ทันกับดักของ Urban Lifestyle และเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่ไปกับการจัดสรรเงินและวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณมีเงินเหลือเก็บ มีความสุขกับชีวิตในปัจจุบัน และมีอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น

 

หมายเหตุ

●        ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●        เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์

●        ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

●        สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

 

ข้อมูลอ้างอิง

●         https://media.setinvestnow.com/setinvestnow/Documents/2020/Nov/07_financial-planning-happy-money.pdf

●         https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/124-tsi-financial-tips-before-30