สรุปประเด็นหลัก

การวางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน ควรเริ่มตั้งแต่ยังมีรายได้ประจำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โดยหัวใจสำคัญคือการตั้งเป้าหมายเงินเกษียณ เริ่มออมเงินอย่างสม่ำเสมอ จัดการหนี้สิน และวางแผนลงทุนให้เหมาะกับช่วงวัยและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินและทำให้สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบายใจมากขึ้น

สำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือคนรุ่นใหม่ที่ทำงานประจำ และมีรายได้ที่แน่นอนทุกเดือน อาจเกิดความชะล่าใจ จนไม่ได้วางแผนเก็บออมเงินเกษียณเอาไว้ล่วงหน้า แต่รู้ไหมว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่กว่าจะรู้ตัวว่าไม่มีเงินเก็บ เวลาก็ผ่านเลยไป จนทำให้ต้องมาเร่งเก็บเงินในภายหลัง ทำให้มีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่สุขสบายในช่วงที่ต้องเกษียณอายุ

ดังนั้น เราจึงมีเทคนิคง่าย ๆ เพื่อช่วยวางแผนอนาคตหลังเกษียณให้เป็นไปอย่างราบรื่น และมีความสุขในบั้นปลายแบบสบาย ๆ มาฝากกัน

ทำไมต้องวางแผนเกษียณ ตั้งแต่ยังเป็นมนุษย์เงินเดือน?

หลายคนอาจมองว่าเรื่องเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ยิ่งเราเริ่มวางแผนเร็วเท่าไร เรายิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากไม่วางแผนเกษียณตั้งแต่ในช่วงที่ยังมีรายได้ เช่น 

ไม่มีเงินใช้ เมื่อถึงวัยเกษียณ

เรื่องนี้เป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวอย่างยิ่ง หากต้องเผชิญกับเหตุการณ์มีเงินไม่พอใช้ในช่วงวัยเกษียณ อีกทั้งในปัจจุบันมีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ตกอยู่ในภาวะนี้ เนื่องจากไม่มีการวางแผนเกษียณที่ดีพอ ดังนั้นเงินที่คิดว่าน่าจะพอกลับหมดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ในช่วงบั้นปลายชีวิตต้องอยู่อย่างยากลำบาก หรือต้องพึ่งพาผู้อื่น

ภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้คนเรามีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาเป็นเงาตามตัว คืออัตราเงินเฟ้อ และค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เงิน 100 บาทในวันนี้ อาจซื้อของได้ไม่เท่าเดิมในอีก 20 ปีข้างหน้า หากเราเก็บเงินสดไว้เฉย ๆ โดยไม่วางแผนให้เงินงอกเงย มูลค่าของเงินจะถูกเงินเฟ้อกลืนกินไปจนหมด

ไม่มีรายได้ประจำ แต่ค่าใช้จ่ายยังมีอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อถึงวันที่เราต้องออกจากงาน รายได้ประจำอย่างเงินเดือน จะหายไปทันที แต่รายจ่ายไม่ได้จบลงตามไปด้วย เพราะเรายังคงต้องกิน ต้องใช้ มีค่าเดินทาง ทั้งยังต้องจ่ายค่าส่วนกลางบ้านหรือคอนโด แถมค่าน้ำค่าไฟก็ต้องจ่ายเหมือนเดิม การเตรียมแหล่งรายได้อื่น ๆ มาทดแทนเงินเดือนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำตั้งแต่ตอนนี้

เมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณ คนส่วนใหญ่คงคิดถึงเรื่องการออมเงินเป็นหลักเพียงอย่างเดียว ซึ่งก็ไม่ผิดนัก แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่หลายคนมองข้ามไป ดังนั้นเพื่อให้การวางแผนชีวิตหลังเกษียณเป็นไปอย่างครอบคลุม วิธีการเหล่านี้จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถเก็บเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น

ขั้นที่ 1 เลือกอายุเกษียณเองได้

อันดับแรกที่ต้องคิดไว้ก่อนเลยก็คือ อายุที่เราอยากจะเกษียณอยู่ที่ช่วงอายุเท่าไร เพราะจะได้รู้ระยะเวลาที่แน่นอนในการเตรียมเงินออมเผื่อไว้สำหรับการใช้จ่าย ในหลายปีที่ผ่านมา เริ่มมีการพูดถึงนโยบายภาครัฐและการปรับแก้กฎหมายเพื่อขยายอายุเกษียณไปที่ 65 ปีขึ้นไป ตามอายุขัยเฉลี่ยของประชากรที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า อายุการทำงานของมนุษย์เงินเดือนหรือคนรุ่นใหม่ในอนาคตอาจนานขึ้นกว่าเดิม หรือเราอาจจะเลือกเกษียณก่อนกำหนด (Early Retire) ก็ได้หากมีความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ

ขั้นที่ 2 วางแผนจำนวนเงินที่ต้องการเมื่อเกษียณแล้ว

แม้ว่าในตอนนี้ มนุษย์เงินเดือนหรือคนรุ่นใหม่หลายคน อาจจะยังประเมินไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายในอนาคตจะอยู่ที่ประมาณเท่าไร เนื่องด้วยไลฟ์สไตล์ที่อาจเปลี่ยนไปตามช่วงอายุ รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจที่ทำให้เงินเฟ้อขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างน้อย ก็ควรคิดจำนวนเงินที่ต้องการใช้ต่อเดือนไว้คร่าว ๆ พร้อมกับบวกอัตราเงินเฟ้อเข้าไปให้เสร็จสรรพ จะได้เริ่มทำการออมเงินเกษียณได้ทันที

ขั้นที่ 3 ตรวจสอบเงินออมและสิทธิที่มีอยู่แล้ว

ลองสำรวจว่า ปัจจุบันมีเงินออมจากช่องทางใดบ้าง เช่น เงินฝาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม กบข. หรือสวัสดิการจากบริษัท เพื่อประเมินว่ายังขาดเงินอีกเท่าไรสำหรับเป้าหมายเกษียณ

ขั้นที่ 4 ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

ค่าใช้จ่ายต่อเดือน เป็นเรื่องน่าฉงนของมนุษย์เงินเดือนหรือคนรุ่นใหม่หลายคน เพราะบางครั้งก็ไม่รู้ว่าเงินที่หามาหมดไปกับอะไร การจดรายจ่ายทุกอย่างให้ครบถ้วน จะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าในหนึ่งเดือน เราหมดเงินไปกับอะไรบ้าง และต้องมีเงินเตรียมสำหรับการใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่ประมาณเท่าไร รวมไปถึงค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจากการเจ็บป่วย ก็ควรบวกเผื่อไว้ด้วยเช่นกัน

  • ตัวอย่างเช่น : เงินที่ต้องการใช้จ่ายต่อเดือน (40,000) x จำนวนเดือน (12) x อัตราเงินเฟ้อ 3% (1+0.03) X ค่าเฉลี่ยอายุขัยหลังเกษียณ (17 ปี) จะเท่ากับ 8,404,800 บาท คือจำนวนเงินที่ต้องเก็บเพื่อใช้หลังเกษียณ 17 ปี

ขั้นที่ 5 เริ่มออมเงินให้เร็ว

การเริ่มออมเงินตั้งแต่อายุยังน้อย ในตอนที่ชีวิตไม่ได้มีภาระมากนัก จะช่วยให้การเก็บออมถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น เพราะระยะเวลานั้นถือเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งของดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งนานวัน ยิ่งเห็นผลได้ไวขึ้น

ขั้นที่ 6 ออมเงินให้สม่ำเสมอ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการวางแผนเกษียณสำหรับมนุษย์เงินเดือนหรือคนรุ่นใหม่ ก็คือนิสัยแห่งการออม เพราะวินัยคือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้การเก็บออมเงินนั้นถึงเป้าหมาย เพราะในหลายครั้ง คนส่วนมากมักจะหมดเงินไปกับการซื้อ หรือผ่อนสิ่งของชิ้นใหญ่ทั้งที่ไม่จำเป็น จนทำให้ไม่มีเงินมาเก็บออม

ขั้นที่ 7 จัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ

การลดภาระหนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นและควรเริ่มต้นทำตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อช่วยให้มีคุณมีเงินเหลือสำหรับเก็บออมเพิ่มมากขึ้น โดยสิ่งที่ควรทำ คือ

  • รีบปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล หากมีเงินก้อนควรรีบนำไปโปะหนี้เหล่านี้ให้หมดโดยเร็วที่สุด เพราะดอกเบี้ยที่สูงจะกินเงินเก็บของคุณไปเป็นจำนวนมาก

  • หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหม่ โดยเฉพาะหนี้เพื่อตอบสนองความต้องการที่ฟุ่มเฟือย

ขั้นที่ 8 วางแผนด้านสุขภาพ

การมีสุขภาพที่แข็งแรง เปรียบเสมือนทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้ เพราะนอกจากจะทำให้คุณได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณอีกด้วย โดยสิ่งที่ควรปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพมีดังนี้

  • ดูแลสุขภาพเชิงรุก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และป้องกันการเจ็บป่วย

  • ทำประกันสุขภาพ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ค่ารักษาพยาบาลมักเพิ่มสูงขึ้น การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตได้ โดยสามารถเลือกประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย หรือประกันโรคร้ายแรงเพิ่มเติม

ขั้นที่ 9 ลงทุนเพื่อเพิ่มเงินเกษียณ

การออมเงินเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการวางแผนเกษียณ แต่การจะทำให้เงินงอกเงย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเงินเกษียณอย่างที่ได้วางแผนไว้ การลงทุนก็นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเครื่องมือทางการเงินที่มนุษย์เงินเดือนสามารถนำไปปรับใช้ได้ดังนี้

  • กองทุนรวม (Mutual Funds) เป็นช่องทางการลงทุนสำหรับมือใหม่ เพราะมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลการลงทุนให้ คุณสามารถเลือกประเภทกองทุนให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

  • ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity Insurance) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างกระแสเงินสดให้คุณหลังเกษียณโดยเฉพาะ โดยคุณจะจ่ายเบี้ยประกันภัยในขณะที่ยังทำงาน และเมื่อถึงวัยเกษียณก็จะได้รับเงินบำนาญคืนเป็นงวด ๆ ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ ช่วยสร้างความมั่นคงและลดความกังวลเรื่องรายได้หลังเกษียณได้ดี

  • การลงทุนในหุ้นรายตัว (Individual Stocks) เหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนเป็นอย่างดี ซึ่งการลงทุนในหุ้นรายตัวอาจให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น แต่ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่า จึงจำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด

  • อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) เช่น ซื้อคอนโดให้เช่า หรือซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร สามารถสร้างรายได้แบบ Passive Income หรือสร้างผลตอบแทนจากการขายได้ แต่ต้องพิจารณาภาระการผ่อนชำระ และสภาพคล่องอย่างรอบคอบ

วางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือนแต่ละช่วงอายุ

แต่ละช่วงวัยมีภาระทางการเงินและเป้าหมายชีวิตแตกต่างกัน การวางแผนเกษียณจึงควรปรับให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เพื่อให้สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อายุ 25-30 ปี เริ่มเก็บตั้งแต่รายได้ยังไม่สูง

วัยเริ่มต้นทำงานควรเน้นสร้างนิสัยการออม และเริ่มลงทุนตั้งแต่เนิ่น ๆ แม้จะออมได้ไม่มาก แต่ระยะเวลาที่ยาวนานจะช่วยให้เงินเติบโตได้ดีจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น

อายุ 31-40 ปี เงินเดือนเพิ่ม ลดหนี้ ออมจริงจัง

เป็นช่วงที่รายได้เริ่มมั่นคงมากขึ้น ควรเพิ่มสัดส่วนเงินออม พร้อมวางแผนลดหนี้สินระยะยาว เพื่อให้มีเงินเหลือสำหรับการลงทุนและเป้าหมายเกษียณมากขึ้น

อายุ 41-50 ปี เคลียร์หนี้ใหญ่ ให้พอร์ตเสี่ยงลดลง

ควรเร่งสะสมเงินเกษียณให้ชัดเจน พร้อมทยอยลดสัดส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และเตรียมเงินสำรองด้านสุขภาพให้เพียงพอ

อายุ 51 ปี ขึ้นไป เติมเงินเกษียณช่วงโค้งสุดท้าย และเตรียมแผนสุขภาพ

ช่วงก่อนเกษียณควรเน้นรักษาเงินต้น ลดความเสี่ยงในการลงทุน และเตรียมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ รวมถึงวางแผนกระแสเงินสดหลังเกษียณให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต

ตัวอย่างการวางแผนเกษียณ ของมนุษย์เงินเดือน

หากยังไม่แน่ใจว่าการวางแผนเกษียณอายุต้องทำอย่างไร ? เรามีตัวอย่างของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 30,000 บาท และ 50,000 บาท มาแนะนำกัน

เคสที่ 1 เงินเดือน 30,000 บาท เริ่มออมตอนอายุ 25 ปี

หากตั้งเป้ามีเงินเกษียณประมาณ 5-7 ล้านบาทในวัย 60 ปี อาจเริ่มต้นออมและลงทุนเดือนละประมาณ 4,000-6,000 บาท โดยเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาว เพื่อช่วยให้เงินเติบโตต่อเนื่อง

เคสที่ 2 เงินเดือน 50,000 บาท เริ่มออมตอนอายุ 35 ปี

หากต้องการมีเงินเกษียณประมาณ 8-10 ล้านบาท อาจต้องออมและลงทุนประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากมีระยะเวลาสะสมเงินน้อยกว่าคนที่เริ่มออมตั้งแต่อายุน้อย

วางแผนอนาคตหลังเกษียณอย่างมั่นใจ เลือกประกันบำนาญและประกันชีวิต จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

การเตรียมความพร้อมสำหรับชีวิตหลังเกษียณ คือหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการวางแผนการเงินระยะยาว เพราะแม้รายได้ประจำจะหยุดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตยังคงมีต่อเนื่อง พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เข้าใจถึงความต้องการของมนุษย์เงินเดือนและคนรุ่นใหม่ จึงได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและประกันบำนาญ ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต พร้อมช่วยบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายและวางแผนรายได้หลังเกษียณได้อย่างเหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนสร้างเงินบำนาญระยะยาว การเตรียมเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ หรือการเลือกแผนความคุ้มครองที่ปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงชีวิต ก็สามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงินและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อย่างยืดหยุ่น

เริ่มต้นวางแผนเกษียณ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบายใจ เลือกประกันบำนาญและประกันชีวิต อย่างพรูสุขสำราญ จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ได้เลยวันนี้

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณฉบับมนุษย์เงินเดือน (FAQs)

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานประจำ ควรเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่มีรายได้เดือนแรก แม้จะยังออมเงินได้ไม่มากก็ตาม โดยอาจเริ่มจากการแบ่งเงินออมประมาณ 10-15% ของรายได้ต่อเดือน พร้อมสร้างวินัยทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ควรศึกษาสิทธิประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม หรือการลงทุนพื้นฐาน เช่น กองทุนรวม เพื่อช่วยให้เงินออมเติบโตในระยะยาว ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินและบรรลุเป้าหมายเกษียณได้ง่ายขึ้นในอนาคต

ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณเร็วเท่าไร ก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอายุประมาณ 20 ปีปลาย ๆ ถึง 30 ปีต้น ๆ เพราะเป็นช่วงที่ยังมีเวลาให้เงินออมเติบโตจากดอกเบี้ยทบต้นได้อีกยาวนาน ทำให้ไม่จำเป็นต้องออมเงินต่อเดือนสูงมากนัก อีกทั้งยังสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า เมื่อเทียบกับคนที่เริ่มวางแผนในช่วงใกล้เกษียณ

สามารถเริ่มได้ แต่ควรให้ความสำคัญกับการจัดการหนี้ดอกเบี้ยสูงควบคู่กันไป โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เพราะอาจกระทบต่อความสามารถในการออมระยะยาวได้ แนะนำให้เริ่มจากการกันเงินออมพื้นฐานจำนวนเล็กน้อย พร้อมเร่งปิดหนี้ให้เร็วที่สุด เมื่อภาระหนี้ลดลงแล้ว ค่อยเพิ่มสัดส่วนเงินออมและการลงทุนเพื่อเกษียณอย่างจริงจัง

การวางแผนเกษียณสามารถเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ เช่น กองทุนรวมที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลการลงทุน ประกันชีวิตแบบบำนาญที่ช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ หุ้นรายตัวสำหรับผู้ที่มีความรู้ด้านการลงทุน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าหรือกำไรในระยะยาว ทั้งนี้ควรกระจายการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเติบโตของเงินออม

ยังสามารถเริ่มต้นได้ และถือว่ายังไม่สายเกินไป แต่จำเป็นต้องวางแผนอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งการเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มสัดส่วนการออมให้มากขึ้นกว่าช่วงวัยอื่น เช่น ออมประมาณ 20-30% ของรายได้ต่อเดือน ควบคู่กับการเลือกลงทุนที่สมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง รวมถึงควรวางแผนด้านสุขภาพและประกันสุขภาพเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะเป็นการออมเงินเพื่อเกษียณแบบอัตโนมัติที่นายจ้างร่วมสมทบเงินเพิ่มให้ ทำให้เงินออมเติบโตได้เร็วกว่าการออมเพียงลำพัง หากสามารถเพิ่มอัตราสะสมเงินเข้ากองทุนได้มากขึ้นตามสิทธิของบริษัท ก็จะช่วยให้เข้าใกล้เป้าหมายเงินเกษียณได้เร็วขึ้น และสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น