สรุปประเด็นหลัก

การวางแผนเกษียณที่มีประสิทธิภาพคือการเตรียมพร้อมตั้งแต่วัยทำงานเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุและอัตราเงินเฟ้อ หัวใจสำคัญคือการคำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณที่ต้องครอบคลุมทั้งค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาล โดยควรมีเงินสำรองประมาณ 70-80% ของรายได้ก่อนเกษียณ การเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมอย่าง ประกันบำนาญ และประกันสะสมทรัพย์ จะช่วยสร้างความมั่นคงและกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีคุณภาพและอิสระตามเป้าหมายที่วางไว้

คนอายุยืนขึ้น แต่เด็กเกิดน้อยลง ทำให้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเดินทางเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุกันอย่างเต็มตัว และสิ่งที่ทุกคนจะต้องเตรียมการตั้งแต่อายุยังน้อยก็คือ การเตรียมตัวเกษียณที่ไม่ใช่เรื่องของคนอายุเยอะอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่ต้องสอนต้องคิดตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว ก็ช่วยให้แผนเกษียณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะการวางแผนเกษียณอย่างสำราญใจ ไม่ใช่การมีรายได้มหาศาล แต่คือความสม่ำเสมอและการใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องการเงิน และนี่คือสรุปการวางแผนเพื่อเกษียณอายุที่ทุกคนต้องรู้

การเตรียมเกษียณจะต้องวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ถึงเป้าหมายได้อย่างมั่นคง

5 ขั้นตอนสำคัญของการวางแผนการเงินหลังเกษียณ

ความปรารถนาของทุกคนคือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณ อยู่ดี มีสุข และไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน ซึ่งความฝันนี้ของทุกคนสามารถเป็นจริงได้ โดยเริ่มจากเงินหลักพัน แต่สิ่งสำคัญคือการต้องวางแผนการเงินหลังเกษียณอย่างเป็นระบบ และยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งดี โดยสามารถทำตาม 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ถ้าพร้อมแล้ว มาลงมือไปพร้อมกันเลย 

1. คำนวณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

อันดับแรกของการเตรียมเกษียณคือต้องคำนวณก่อนว่า หลังเกษียณแล้วเราต้องการใช้เงินเท่าไรต่อเดือน มีไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตอย่างไร อยากเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก หรือว่าอยากปลูกผัก อ่านหนังสือ ทำงานศิลปะอยู่บ้าน

แต่ถ้ายังไม่แน่ใจอยากคำนวณคร่าว ๆ สามารถประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนประมาณ 70-80% ของรายได้ปัจจุบัน ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากปัจจุบันรายได้ 50,000 บาท ควรจะมีเงินใช้หลังเกษียณอยู่ที่ 35,000-40,000 บาทต่อเดือน เพราะว่าเมื่อเกษียณ รายจ่ายบางอย่างจะค่อย ๆ หายไป ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ภาษีสังคม และเงินสมทบต่าง ๆ ทำให้ยังมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน

2. คำนวณเป้าหมายให้ชนะอัตราเงินเฟ้อ

เมื่อได้จำนวนเงินที่ต้องการแล้ว เราจะต้องมาคำนวณค่าใช้จ่ายจริงที่บวกอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี ดังนี้

สูตรการคำนวณ = เงินที่ต้องการใช้ต่อเดือน x (1 + อัตราเงินเฟ้อ)จำนวนปีก่อนเกษียณ

สมมติว่าตั้งเป้าไว้ที่เดือนละ 40,000 บาท คิดอัตราเงินเฟ้อที่ 3% จำนวน 20 ปีก่อนเกษียณ

= 40,000 x (1.03)20 = 40,000 x 1.8061 = 72,244 บาท

หมายความว่าในวันที่เกษียณ จะต้องมีเงินใช้เดือนละประมาณ 72,000 บาท จึงจะมีเงินเพียงพอกับการใช้ชีวิตในมาตรฐานเดียวกับปัจจุบัน และหากว่าเราอยากใช้ชีวิตไปอีก 20 ปี โดยไม่มีรายได้เพิ่ม จะต้องหาเงินประมาณ 17.3 ล้านบาท ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าเริ่มอย่างมีแบบแผน การไปถึงเป้าหมายก็ไม่ยากจนเกินไป 

3. ประเมินเงินออมที่มีอยู่แล้ว และประเมินส่วนต่าง

ตรวจสอบว่าปัจจุบันคุณมีเงินสำหรับเกษียณอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากในบัญชี เงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือประกันชีวิตประเภทต่าง ๆ ที่เคยทำไว้ เมื่อทราบยอดเงินทั้งหมดในมือ จะช่วยให้เห็นช่องว่างที่ยังขาดอยู่ และวางแผนเก็บเงินเกษียณได้อย่างแม่นยำ

4. ใช้เครื่องมือทางการเงินช่วยเสริมความมั่นคง

เครื่องมือทางการเงินสำหรับการวางแผนเกษียณมีจำนวนมาก ทั้งเงินออม กองทุนรวม ประกันชีวิต และการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป ด้วยเหตุนี้จึงต้องจัดพอร์ตให้เหมาะกับอายุและความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อให้เงินก้อนนี้อยู่กับเราไปตลอดชีวิต

สัดส่วนการออมเงินเกษียณที่ช่วยให้เงินงอกเงยและปลอดภัย

เครื่องมือทางการเงิน

ระดับความเสี่ยง

คำแนะนำทางการเงิน

เงินฝากประจำ / ออมทรัพย์

ต่ำมาก

เลือกเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง และเก็บไว้อย่างน้อย 6-12 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน

ประกันบำนาญ และประกันสะสมทรัพย์

ต่ำ

ใส่ประมาณ 20% ของรายได้ เพื่อรายได้ที่แน่นอนและมั่นคงหลังเกษียณ

ทองคำ / อสังหาฯ

ปานกลางถึงสูง

ไม่เกิน 10% เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสกำไร

กองทุนรวม หุ้น

ปานกลางถึงสูง

40-60% ของพอร์ตออม เพื่อเน้นกำไรเอาชนะเงินเฟ้อ

 

5. ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มกำไรให้เงินออม

อย่าลืมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากประกันบำนาญ ซึ่งสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี ตามเงื่อนไขสรรพากร ซึ่งทำให้เงินภาษีที่ได้คืนมาคือ กำไรที่สามารถนำกลับไปลงทุนต่อเพื่อเร่งให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

เจาะลึกกลยุทธ์เกษียณแต่ละ Generation เมื่อยุคเปลี่ยน ก็ต้องปรับ

การเตรียมตัวเกษียณไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภาระทางสังคมที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การเข้าใจพฤติกรรมการเงินของเจนฯ ตนเองจะช่วยให้สามารถอุดรอยรั่วและวางแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Baby Boomers เกิด พ.ศ. 2489-2507

คนเจนฯ นี้เติบโตมาในยุคที่เศรษฐกิจขยายตัวและดอกเบี้ยเงินฝากที่เคยสูงถึงเลขสองหลัก พฤติกรรมการเงินจึงเน้นการสะสมสินทรัพย์ที่จับต้องได้และปลอดภัยสูงสุด

●      พฤติกรรมการออม นิยมสะสมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่ดินและบ้านเพื่อหวังมูลค่าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล และเงินฝากประจำ

●      จุดเน้นในการวางแผน เนื่องจากเป็นวัยเกษียณอายุแบบเต็มตัว จึงเน้นการบริหารกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต พร้อมทั้งปิดรอยรั่วทางการเงินด้วยการทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมโรคเรื้อรังและร้ายแรงต่าง ๆ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและส่งต่อมรดกให้ลูกหลานได้อย่างราบรื่น

Gen X เกิด พ.ศ. 2508-2523

กลุ่ม Sandwich Generation ที่ต้องรับผิดชอบทั้งค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นและค่าเล่าเรียนของลูกที่กำลังเติบโต ทำให้เป็นกลุ่มที่เหนื่อยที่สุดในการบริหารเงิน

●      พฤติกรรมการออม มีความรู้เรื่องตลาดทุนมากขึ้น นิยมลงทุนในกองทุนรวม และหุ้น เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นควบคู่ไปกับการลดหย่อนภาษี

●      จุดเน้นในการวางแผน อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมตัวเกษียณอายุ จึงเน้นการสร้างความมั่นคงของรายได้ในอนาคตด้วยประกันบำนาญและประกันสะสมทรัพย์ เพื่อล็อกเงินก้อนและกระแสเงินสดหลังหยุดทำงาน ควบคู่ไปกับการทำประกันสุขภาพเพื่อไม่ให้เงินออมที่สะสมมาต้องหายไปกับค่ารักษาพยาบาล

Gen Y เกิด พ.ศ. 2524-2539

เจนฯ นี้ให้ความสำคัญกับความสมดุล (Work-Life Balance) และมีแนวคิดเกษียณเร็ว (FIRE Movement) มากกว่าเจนฯ ก่อน ๆ โดยเน้นการใช้เงินทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย

●      พฤติกรรมการออม เปิดรับความเสี่ยงได้สูง สนใจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto/NFT) และการสร้าง Passive Income จากช่องทางออนไลน์ เช่น Affiliate หรือการลงทุนในสตาร์ตอัป นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษี เพื่อให้เงินทุกบาทถูกบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า

●      จุดเน้นในการวางแผน อยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัวที่เริ่มมองหาความมั่นคงในระยะยาว แนะนำให้เริ่มวางแผนเกษียณด้วยประกันบำนาญควบคู่กับการลงทุนผ่านประกันแบบ Unit-Linked และประกันสะสมทรัพย์ เพื่อเป้าหมายทางการเงินที่ยืดหยุ่น อีกทั้งยังควรทำประกันสุขภาพ เพื่อเป็นเกราะป้องกันรายได้และช่วยบริหารจัดการภาษีไปพร้อมกัน

Gen Z & Gen Alpha เกิด พ.ศ. 2540-ปัจจุบัน

เกิดมาพร้อมกับสมาร์ตโฟนและ AI เริ่มสร้างรายได้ตั้งแต่อายุยังน้อยจากโลกออนไลน์ มีแนวคิดเรื่องการออมที่ทันสมัยและไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ๆ

●      พฤติกรรมการออม นิยมใช้แอปพลิเคชันและเทคโนโลยีในการจัดการเงิน สนใจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือการเทรดหุ้นผ่านแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่าย รวมถึงการลงทุนในกระแสหลักที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล

●      จุดเน้นในการวางแผน ด้วยระยะเวลาออมที่นานกว่าใคร เจนฯ นี้คือกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากพลังดอกเบี้ยทบต้นมากที่สุด กลยุทธ์คือการเริ่มออมเงินก้อนเล็กสม่ำเสมอในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตสูง หรือทำประกันแบบ Unit-Linked หรือประกันสะสมทรัพย์ตั้งแต่อายุน้อย ช่วยให้จ่ายทีละน้อยแต่ได้ล้านได้ง่ายที่สุด

 

4 การลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน วัยไหนก็เริ่มได้

ในโลกการเงินที่มีความผันผวนสูง หลายคนมักถามว่าลงทุนอะไรดีที่ได้ผลตอบแทนแน่นอน? คำตอบที่ทรงพลังที่สุดคือ การลงทุนในตัวเอง เพราะนี่คือสินทรัพย์เดียวที่ไม่มีใครแย่งชิงไปได้ ไม่เสื่อมค่าตามกาลเวลา และเป็นต้นทุนสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณให้มั่งคั่งอย่างยั่งยืน 

1. ลงทุนในความรู้ทางการเงิน

การมีความรู้เรื่องเงินคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด โดยต้องเข้าใจพื้นฐานในการลงทุน ดังนี้

●      การวางแผนภาษี การวางแผนลดหย่อนภาษี เช่น ประกันบำนาญ หรือกองทุนต่าง ๆ ช่วยให้คุณมีเงินเหลือไปสมทบพอร์ตเกษียณได้เพิ่มขึ้นทันที 10-35% ตามฐานภาษี

●      พลังของดอกเบี้ย เข้าใจความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงกับดักหนี้สินที่กัดกินเงินออม

●      การป้องกันภัยการเงิน ความรู้จะช่วยให้คุณแยกแยะระหว่างโอกาสลงทุนกับแชร์ลูกโซ่ได้ ไม่ต้องหลงเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

2. ลงทุนในทักษะอาชีพ 

การหยุดนิ่งคือการถอยหลัง ดังนั้น จึงควรอัปเกรดทักษะเฉพาะทางคือการเพิ่มความรู้ และสร้างรายได้ที่มั่นคง 

●      ทักษะแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นทักษะดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล หรือทักษะการเป็นผู้นำ สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือเพิ่มโอกาสในการหาอาชีพเสริม

●      ยืดอายุการทำงาน ยิ่งมีทักษะที่ตลาดต้องการสูง ก็จะยิ่งมีความสามารถในการสร้างรายได้ได้ยาวนานขึ้น แม้จะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณไปแล้วก็ตาม

3. ลงทุนในการสร้าง Connection

เครือข่ายความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพคือทางลัดสู่โอกาสหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น

●      แหล่งข้อมูลและโอกาส คอนเน็กชันที่ดีจะช่วยเปิดประตูสู่การงานใหม่ ๆ พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ หรือแม้แต่ข้อมูลการลงทุนเชิงลึกที่หาไม่ได้จากอินเทอร์เน็ต

●      ที่ปรึกษาและแรงสนับสนุน การมีกัลยาณมิตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการวางแผนชีวิตและการเงินได้อย่างมหาศาล

4. ลงทุนในสุขภาพ

สุขภาพที่ย่ำแย่สามารถทำลายแผนการเงินที่วางมาทั้งชีวิตได้ในพริบตา

●      ป้องกันก่อนรักษา การตรวจสุขภาพประจำปี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ คือการลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก

คุณภาพชีวิตวัยเกษียณ เป้าหมายของการมีเงินล้านหลังเกษียณจะไร้ความหมายทันทีหากร่างกายไม่อำนวยให้ไปท่องเที่ยวหรือทำสิ่งที่รัก การมีสุขภาพที่ดีจึงเป็นกำไรชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้

เมื่อวางแผนเกษียณดีก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

วางแผนชีวิตหลังเกษียณให้มั่นคงด้วยประกันบำนาญและประกันสะสมทรัพย์

ประกันบำนาญและประกันสะสมทรัพย์ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในการวางแผนเกษียณอายุอย่างมั่นคง ซึ่งทั้งสองแบบมีรูปแบบและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้  

ประกันบำนาญ สร้างรายได้ประจำหลังเกษียณ

เน้นสร้างเงินเดือนคงที่ เพื่ออิสรภาพระยะยาว ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่กังวลว่าเงินก้อนจะหมดก่อนอายุขัย โดยเน้นการสร้างรายได้สม่ำเสมอ เหมือนตอนยังมีเงินเดือนโอนเข้าบัญชีทุกปีแม้จะหยุดทำงานแล้ว ช่วยให้คุณวางแผนงบประมาณรายปีได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องลุ้นกับสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

จุดเด่นของประกันบำนาญ

●      รับเงินบำนาญทุกปีตามเปอร์เซ็นต์ที่ระบุตามกรมธรรม์ เช่น 10% หรือ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย

●      เป็นรายได้ประจำหลังเกษียณ เหมือนมีเงินเข้าบัญชีทุกปี

●      ไม่ขึ้นลงตามสภาวะตลาดเหมือนการลงทุน ทำให้วางแผนงบประมาณแต่ละปีได้ง่ายมาก

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ สร้างเงินก้อนใหญ่ในวันเกษียณ

เน้นสร้างเงินก้อนใหญ่ เพื่อรางวัลชีวิต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินอย่างมีวินัยและต้องการเงินก้อนหลักล้าน เมื่อครบสัญญา เพื่อนำไปใช้ตามแผนเฉพาะเจาะจง เช่น ปรับปรุงบ้านเพื่อรองรับวัยเกษียณ, เป็นทุนสำรองฉุกเฉินก้อนใหญ่ หรือมอบเป็นมรดกให้ลูกหลาน โดยระหว่างสัญญายังได้รับความคุ้มครองชีวิตและเงินคืนรายงวดตามเงื่อนไข

จุดเด่นของประกันสะสมทรัพย์

●      ได้เงินคืนเป็นเปอร์เซ็นต์ระหว่างสัญญา และรับเงินก้อนใหญ่เมื่อครบกำหนด

●      ออมแบบมีวินัยเพราะต้องชำระเบี้ยฯ ตามระยะเวลาที่กำหนด

●      สร้างเงินก้อนหลักล้านเพื่อนำไปใช้ตามแผนเฉพาะเจาะจง หรือมอบเป็นมรดกให้ลูกหลาน

เริ่มต้นวัยเกษียณอย่างสำราญใจ เลือกประกันที่ใช่จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

เพราะเป้าหมายการเกษียณของแต่ละคนไม่เหมือนกัน พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จึงคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความมั่นคงและคุ้มค่าที่สุด เพื่อให้คุณมั่นใจว่ายิ่งอายุเพิ่มขึ้น คุณยิ่งอุ่นใจ

●      ประกันบำนาญพรูสุขสำราญ ปูทางสู่วัยเกษียณคุณภาพ ได้รับ เงินบำนาญสูงถึง 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่อายุครบ 60 จนถึง 85 ปี พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

●      พรูบำนาญสราญใจอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ให้เงินบำนาญ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 60-85 ปี  ช่วยให้คุณบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายปีได้อย่างมือโปร พร้อมความคุ้มครองชีวิตตลอดอายุกรมธรรม์

●      ประกันสะสมทรัพย์ พรูอินฟินิตี 888 อัลตร้า แผนออมเงินระยะสั้นที่เน้นความคุ้มค่า ชำระเบี้ยฯ เพียง 8 ปี รับการันตีเงินคืน 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยของสัญญาประกันชีวิต ทุกปีจนถึงอายุครบ 87 ปี และรับเงินก้อนโตสูงสุด 808% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยของสัญญาประกันชีวิต  เมื่อครบสัญญา มาพร้อมความคุ้มครองโรคมะเร็งระยะลุกลาม และความคุ้มครองยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย เมื่อตกเป็นบุคคลทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) สมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ (เพียงตอบคำถามสุขภาพ 1 ข้อ)

 

พร้อมวางแผนเกษียณที่ตอบโจทย์แล้วหรือยัง?

อย่าปล่อยให้อนาคตวัยเกษียณเป็นเรื่องของความไม่แน่นอน เริ่มต้นวางแผนเกษียณอย่างเป็นระบบกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย เพื่อให้ทุกวันหลังหยุดทำงานคือรางวัลของชีวิตที่ออกแบบเองได้ 

หมายเหตุ

●      ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●      เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●      ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

1.     วางแผนเกษียณยังไง มีเงินใช้ไปทั้งชาติ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 จาก https://www.setinvestnow.com/th/financialplanning/retirement-planning

2.     การวางแผนเกษียณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 จาก https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/retirement.html 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณ (FAQs)

ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งได้เปรียบ เพราะช่วยให้มีเวลาออมเงินเกษียณมากขึ้น และให้เงินทำงานด้วยดอกเบี้ยทบต้นได้ยาวขึ้น แต่ถ้าเริ่มช้าก็ยังเริ่มได้ เพียงแค่ต้องออมมากขึ้นหรือลงทุนให้เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง

คำตอบขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยทั่วไปแนะนำให้ตั้งงบประมาณหลังเกษียณประมาณ 70–80% ของรายได้ปัจจุบัน และคำนวณจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณเพื่อหายอดเงินออมรวมที่ควรมี

นอกจากเงินเก็บแล้ว ควรคิดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การอยู่อาศัย การเดินทาง กิจกรรมที่อยากทำ รวมถึงรายได้หลังเกษียณ เช่น เงินบำนาญ เงินปันผล หรือรายได้จากการลงทุน

ประกันบำนาญช่วยสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณอย่างต่อเนื่อง ทำให้วางแผนการเงินหลังเกษียณได้ง่ายขึ้น เพราะรู้แน่นอนว่าจะได้รับเงินปีละเท่าไร เหมาะกับคนที่ไม่อยากกังวลเรื่องความผันผวนของการลงทุน

ยังทันแน่นอน หลายคนเริ่มช่วงอายุนี้เพราะเห็นภาพในอนาคตชัดเจนมากขึ้น แต่ค่าเบี้ยฯอาจสูงกว่าเริ่มตอนวัย 30 ถ้าเริ่มเร็วก็จะวางแผนได้ง่ายกว่า

ไม่จำเป็นต้องมีหลายตัว แค่เลือกให้ตรงเป้าหมายของตนเอง เช่น หากต้องการเงินใช้ทุกปีให้เลือกประกันบำนาญ หากต้องการเงินก้อนใหญ่ ให้เลือกประกันสะสมทรัพย์ แต่หากว่ามีงบเพียงพอ สามารถทำทั้งคู่เพื่อสร้างความสมดุล ให้กับแผนเกษียณในอนาคต

หมายเหตุ:

●          ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

●          เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

●          ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง