ทุกวันนี้ “โรค” ไม่ได้มีแค่เรื่องของสุขภาพร่างกายและจิตใจเท่านั้น แต่ยังมี “โรคทางการเงิน” ที่กำลังทำร้ายผู้คนอยู่แบบเงียบ ๆ หลายคนทำงานหนัก รายได้ไม่ได้แย่ แต่เงินกลับไม่เคยพอใช้ บางคนวนอยู่กับเงินเดือนชนเดือน บางคนออมเงินไม่ได้สักที หรือบางคนกลัวการลงทุนจนไม่กล้าเริ่มวางแผนการเงินจริงจัง สุดท้ายปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้กลับสะสมเป็นปัญหาทางการเงินโดยไม่รู้ตัว บทความนี้ จะพาไปเช็ก 5 โรคทางการเงิน ที่อาจกำลังเกิดกับคุณ พร้อมแนวทางแก้ไข ก่อนที่เงินจะหายไปมากกว่าที่คิด
โรคที่ 1 : โรคเงินเดือนชนเดือน
โรคเงินเดือนชนเดือน คือ ภาวะที่เงินเดือนเข้าบัญชีไม่นานก็ถูกใช้จนแทบหมด ทำให้ต้องรอเงินรอบใหม่วนซ้ำเดิม อาการนี้ส่วนใหญ่มักเกิดกับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่วางแผนการใช้เงิน ไม่ได้ติดตามรายรับ-รายจ่ายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ จนทำให้เงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ควบคุมการใช้จ่ายได้ยาก และไม่มีเงินสำรอง
วิธีแก้ เริ่มจากการแยกบัญชีสำหรับเก็บออม และค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน โดยใช้กฎ “ออมก่อนใช้” ตั้งระบบออมอัตโนมัติทันทีหลังเงินเดือนเข้า เพื่อสร้างวินัยการออมและวางแผนการเงินให้เป็นระบบมากขึ้น
โรคที่ 2 : โรค FOMO
โรค FOMO (Fear of Missing Out) หรือ โรคกลัวตกกระแส คือ ความรู้สึกกลัวว่าจะพลาดบางอย่าง เช่น พลาดเทรนด์ใหม่ ๆ พลาดโปรโมชันเด็ด ๆ หรือพลาดไลฟ์สไตล์หรือกิจกรรมใหม่ ๆ ทำให้คนยุคนี้มักซื้อของเพราะกลัวตกกระแส มากกว่าความจำเป็น คนที่เป็นโรคนี้มักเปิดแอปฯ ชอปปิงทันทีเมื่อรู้สึกเครียด หรือใช้การชอปปิงเป็นตัวระบายอารมณ์ ส่งผลให้การเงินรั่วไหลแบบไม่รู้ตัว
วิธีแก้ คือ ใช้ “กฎรอ 24 ชั่วโมงก่อนกดซื้อ” และตั้งงบความสุขรายเดือนให้ชัดเจน เพื่อที่จะสามารถใช้เงินกับสิ่งที่ชอบโดยไม่กระทบเป้าหมายการเงิน พร้อมถามตัวเองเสมอว่า “สิ่งนี้จำเป็นจริง ๆ หรือเป็นเพียงความอยากในช่วงเวลานั้น” วิธีนี้จะช่วยให้เราตัดสินใจใช้จ่ายอย่างมีเหตุผลมากขึ้น และสร้างนิสัยทางการเงินที่สมดุลระหว่างการใช้ชีวิตวันนี้กับการวางแผนการเงินเพื่ออนาคต
โรคที่ 3 : โรคออมไม่ได้สักที
โรคออมไม่ได้สักที คือ ภาวะที่ตั้งใจจะออมเงินทุกเดือน แต่สุดท้ายไม่เคยเหลือพอจริง คนที่เป็นมักมีเป้าหมายการเงิน แต่ไม่มีแผนรองรับ ทำให้เงินค่อย ๆ ไหลออกโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้การวางแผนการเงินสะดุด
วิธีแก้ คือ ตั้งเป้าหมายที่จับต้องได้ และเริ่มจากการออมเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอ โดยสามารถใช้ระบบหักเงินอัตโนมัติ เป็นตัวช่วยสร้างวินัยได้ ไม่ว่าจะเป็น การฝากประจำ หรือการออมผ่านประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาในการออม หรือการจ่ายเบี้ยฯ ที่ชัดเจน เพื่อช่วยบังคับพฤติกรรมออมเงินให้ต่อเนื่องมากขึ้น
โรคที่ 4 : โรคกลัวการลงทุน
โรคกลัวการลงทุน คือ ภาวะที่กลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าเริ่มลงทุนอะไรเลย มักคิดว่าการลงทุนซับซ้อน หรือกลัวขาดทุน จนเลือกเก็บเงินไว้เฉย ๆ ส่งผลให้เงินไม่เติบโต และเสี่ยงแพ้อัตราเงินเฟ้อแบบไม่รู้ตัว
วิธีแก้ คือ เริ่มศึกษาเรื่องการเงินและการลงทุนให้เข้าใจก่อน เลือกลงทุนในระดับความเสี่ยงที่รับได้ เหมาะกับตนเอง ไม่จำเป็นต้องรีบลงทุนในสินทรัพย์ที่ซับซ้อนทันที ไม่ว่าจะเป็น เงินฝากประจำ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนรวม หรือกองทุนตลาดเงิน ฯลฯ พร้อมติดตามและทบทวนแผนการลงทุนสม่ำเสมอ
โรคที่ 5 : โรคผลัดวันประกันพรุ่ง
โรคผลัดวันประกันพรุ่ง คือ ความคิดที่ผลักเรื่องการเงินไปไว้ในอนาคตเสมอ มักคิดว่า มีเงินมากกว่านี้แล้วค่อยเริ่ม จึงไม่วางแผนออมเงินหรือเกษียณอย่างจริงจัง ทำให้พลาดข้อได้เปรียบสำคัญอย่าง ‘เวลา’ ซึ่งเป็นตัวช่วยให้เงินเติบโตได้มากขึ้น
วิธีแก้ คือ เลิกคิดว่า “ต้องพร้อมก่อนค่อยเริ่ม” แต่เปลี่ยนเป็น “เริ่มก่อน แล้วค่อยปรับ” โดยตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ และเริ่มออมเงินอย่างสม่ำเสมอ โดยทบทวนแผนการเงินทุก ๆ 6-12 เดือน เพื่อปรับตามรายได้และชีวิตที่เปลี่ยนไป
ทำไม “โรคทางการเงิน” ถึงมีผลกับชีวิตมากกว่าที่คิด
หลายคนอาจคิดว่า “โรคทางการเงิน” เป็นแค่คำเล่น ๆ แต่จริง ๆ แล้วคือพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวันแบบไม่รู้ตัว ทั้งการใช้เงิน ออมเงิน หรือการเลื่อนแผนออกไปเรื่อย ๆ ปัญหาคือพฤติกรรมเหล่านี้มักไม่ได้ส่งผลเสียอย่างชัดเจนในทันที แต่ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยไม่ทันตั้งตัว บางคนไม่ได้เงินหายเพราะรายได้ไม่พอ แต่เพราะนิสัยทางการเงินที่ปล่อยผ่านซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน และสุดท้ายก็เริ่มกระทบชีวิตแบบที่ไม่ทันรู้ตัว
● เป้าหมายชีวิตสะดุดได้ง่าย จากที่เคยคิดว่าจะเก็บเงินซื้อบ้าน เที่ยว หรือวางแผนอนาคตไว้ชัดเจน กลับกลายเป็นว่า “ไว้ก่อนละกัน” เพราะออมไม่ได้ หรือใช้เงินไปกับเรื่องเล็ก ๆ จนหมดทุกเดือน พอเวลาผ่านไป เป้าหมายที่เคยใกล้กลับค่อย ๆ ไกลออกไปแบบไม่รู้ตัว จนบางทีหันกลับมาอีกที ก็รู้สึกว่า “ทำไมยังไม่ถึงไหนเลย”
● ไม่มีเงินสำรองเวลาฉุกเฉิน เมื่อไม่มีการวางแผนการเงินที่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นแบบเงียบ ๆ คือ “การไม่มีเงินกันชน” เวลาเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน หรือมีรายจ่ายด่วน ชีวิตจะเหมือนโดนดึงเบรกทันที ต้องหยิบยืมเงินหรือนำเงินอนาคตมาใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านั้น
● ความเครียดเรื่องเงิน กระทบคุณภาพชีวิต เรื่องเงินอาจจะไม่ได้กระทบแค่ตอนจ่าย แต่แทรกอยู่ในหัวตลอดเวลา คิดก่อนนอน คิดตอนใช้เงิน หรือแม้แต่ตอนพักผ่อน ความรู้สึกกังวลเล็ก ๆ เหล่านี้สะสมจนกลายเป็นความเครียดแบบไม่รู้ตัว บางวันเหมือนจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ก็รู้สึกเหนื่อยอยู่ดี เพราะในหัวยังมี “เรื่องเงิน” วิ่งอยู่ตลอด ทำให้ทั้งอารมณ์และการตัดสินใจในชีวิตแย่ลงแบบเงียบ ๆ
● ส่งผลกระทบทั้งตัวเองและครอบครัว ปัญหาทางการเงินไม่ได้กระทบแค่ตัวเราเพียงคนเดียว แต่ยังส่งผลต่อคนในครอบครัวเหมือนโดมิโนที่ล้มต่อกันเป็นทอด ๆ หากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น เจ็บป่วย รายได้สะดุด โดยไม่มีแผนรองรับ ครอบครัวอาจต้องเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระหรือรับผลกระทบร่วมกัน การวางแผนการเงินที่ดีจึงไม่ใช่แค่การดูแลตัวเอง แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้คนที่เรารักอีกด้วย
PRUHealthy Plus ประกันชีวิตและชดเชยรายได้
ดูแลครบ ทั้งชีวิต สุขภาพ และเงินออม
การวางแผนการเงินที่มั่นคงไม่ใช่แค่การเก็บเงินออม แต่ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต PRUHealthy Plus ประกันชีวิตและชดเชยรายได้ ดูแลครบ ทั้งชีวิต สุขภาพ และเงินออม ค่าเบี้ยฯ คงที่ตลอดสัญญา ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ รับค่าชดเชยรายได้กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน สูงสุด 2,000 บาท/วัน* ค่าชดเชยค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 1,000,000 บาท* จนถึงอายุครบ 80 ปี ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่อาจกระทบเงินในกระเป๋า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PRUHealthy Plus คลิก! https://link.prudential.co.th/oyiqc
ลองเช็กตัวเองดูว่าคุณกำลังมีพฤติกรรมของ 5 โรคฮิตทางการเงินเหล่านี้อยู่หรือไม่? หากมีเพียง 1 ข้อ อย่ารอช้า ให้รีบปรับนิสัยการเงินตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น และให้ทุกเป้าหมายในชีวิตเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง
หมายเหตุ
* แผนคุ้มครองสูงสุดแผน 9
• ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
• เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
• ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
ข้อมูลอ้างอิง
● https://www.ncb.co.th/fin-knowledge/five-serious-disease-about-financial/
● https://www.setinvestnow.com/th/beginner/6things-beginner-needs-to-know
● https://www.setinvestnow.com/th/knowledge/article/319-tsi-4-financial-planning-tips-for-gen-z