สรุปประเด็นหลัก

ยิ่งเงินเดือนน้อย ยิ่งต้องมีประกันสุขภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน โดยวิธีเลือกประกันสุขภาพตามเงินเดือน ควรยึดกฎ 10-20% ของรายได้ต่อปีเพื่อไม่ให้เบียดบังค่าใช้จ่ายจำเป็น และต้องเริ่มจากการตรวจสอบสวัสดิการที่มีอยู่ก่อนเสมอ จากนั้นจึงเลือกซื้อความคุ้มครองมาอุดรอยรั่วที่ขาดไป เช่น ส่วนต่างค่าห้องหรือค่ารักษาโรคร้ายแรง นอกจากนี้ การเริ่มทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุน้อยจะทำให้คุณได้เบี้ยฯ ที่ถูกที่สุดและคุ้มครองครอบคลุม

ผู้หญิงที่เงินเดือนน้อยก็ยังเลือกซื้อประกันสุขภาพได้

    คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมแค่หาหมอเพราะไข้หวัดใหญ่หรือท้องเสียครั้งเดียว เงินถึงหายวับไปกับตา? 

    สำหรับ First Jobber ที่เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่โลกวัยทำงาน การบริหารเงินเดือนก้อนแรก ๆ ให้พอทั้งค่ากิน ค่าที่พัก และเงินออมถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเป็นรายจ่ายที่ไม่คาดคิดและควบคุมไม่ได้ ทำให้หลายคนตัดสินใจทำประกันสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน แต่บางคนก็มีความกังวลว่า เงินเดือนน้อย ทำประกันสุขภาพได้ไหม? แล้วจะทำให้เงินไม่พอใช้หรือเปล่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งเรามีงบจำกัด เรายิ่งต้องมีประกันสุขภาพเอาไว้สักแผน เพื่อไม่ให้ความโชคร้ายด้านสุขภาพมาขัดขวางแผนการเงินของเรา เราจึงต้องวางแผนเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะกับรายได้ ไม่เป็นภาระในระยะยาว แต่ช่วยให้อุ่นใจได้ทุกครั้งที่ล้มป่วย

ทำไม First Jobber ต้องเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะกับรายได้?

    การเลือกประกันสุขภาพตามเงินเดือนที่ถูกต้องจะช่วยเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นเรื่องที่บริหารจัดการได้ ดังนี้

  • เปลี่ยนความเสี่ยงเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ แทนที่จะต้องลุ้นว่าจะต้องจ่ายค่าหมอ 5,000 หรือ 50,000 บาท การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพรายปีจะช่วยให้คุณคุมงบประมาณรายจ่ายได้แม่นยำ เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงิน 

  • ตัวช่วยลดหย่อนภาษีก้อนแรก คุณสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้สูงสุด 25,000 บาท ช่วยให้คุณได้เงินภาษีคืนมาหมุนเวียนในชีวิตประจำวันได้อีกทาง 

 

เงินเดือนน้อยซื้อประกันสุขภาพได้ไหม มีหลักในการซื้ออย่างไร?

หลายคนคิดว่าประกันสุขภาพเป็นภาระทางการเงินในระยะยาว แต่ที่จริงแล้ว ประกันสุขภาพคือการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่ทรงประสิทธิภาพ เราจึงควรเริ่มทำสุขภาพตั้งแต่เด็กหรือเงินเดือนยังน้อย เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม แถมเบี้ยประกันภัยยังมีราคาต่ำกว่าอีกด้วย โดยมีเทคนิคการซื้อประกันสุขภาพที่เหมาะกับรายได้ดังนี้ 

    ยึดกฎซื้อประกันภัย ไม่เกิน 10-20% ของรายได้ 

 เพื่อไม่ให้เบี้ยฯ เบียดบังค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่าเช่าที่พัก หรือเงินเก็บสำรอง จึงควรจ่ายเบี้ยฯ ทุกประเภทอยู่ที่ประมาณ 10-20% ต่อปี เพื่อช่วยให้สามารถชำระเบี้ยประกันภัยได้อย่างสบายใจ ไม่เป็นภาระจนเกินไป  

    อายุน้อยคือข้อได้เปรียบ

การเริ่มทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุ 20-30 ปี ค่าเบี้ยฯ จะถูกกว่า และที่สำคัญคือเรามักจะยังไม่มีประวัติโรค ทำให้สมัครแล้วผ่านง่าย คุ้มครองได้ครบทุกโรค

พนักงานออฟฟิศกำลังวางแผนประกันสุขภาพ ตั้งแต่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน

3 ขั้นตอนวิธีเลือกประกันสุขภาพตามเงินเดือนสำหรับ First Jobber

  และนี่คือวิธีเลือกประกันสุขภาพตามเงินเดือนที่พอดีและคุ้มค่าที่สุด เหมาะสำหรับคนที่เงินเดือนน้อย หรือรายได้จำกัด 

     1. ตรวจสอบสวัสดิการที่มี 

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ควรตรวจสอบสิทธิประกันสังคม หรือประกันกลุ่มของบริษัทก่อน ถ้าประกันกลุ่มเบิกค่าห้องได้ 2,000 บาท แต่โรงพยาบาลที่คุณเลือกมีค่าห้อง 4,000 บาท ให้เลือกทำประกันสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อเติมส่วนต่าง 2,000 บาท จะช่วยประหยัดเบี้ยประกันภัยได้ 

    2. ประเมินความเสี่ยงตามไลฟ์สไตล์

แต่ละคนมีการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น 

  • ถ้าเดินทางบ่อยหรือเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เน้นเพิ่มวงเงินประกันอุบัติเหตุ

  • ถ้าพักผ่อนน้อยหรือมีความเครียดสูง เน้นแผนที่มีความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) เพื่อให้หาหมอรับยาได้สะดวกโดยไม่กระทบงาน

  • ถ้าเป็นฟรีแลนซ์หรือทำงานรายวัน เน้นแผนที่มีเงินชดเชยรายได้ในกรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล

  • ถ้ากังวลเรื่องโรคร้ายแรง ควรให้ความสำคัญกับวงเงินค่ารักษาโรคร้ายแรงที่ประกันสังคมอาจครอบคลุมไม่ถึง

    3. วางแผนค่าเบี้ยประกันสุขภาพในอนาคต 

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่เบี้ยฯ จะปรับตาม อายุ ให้คุณเลือกแผนที่ปรับเบี้ยฯ อย่างสมเหตุสมผล เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อคุณเติบโตในสายงานและมีเงินเดือนมากขึ้นในอนาคต คุณจะยังคงส่งเบี้ยประกันภัยเล่มเดิมนี้ต่อไปได้ไหว หรือมีความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น 

 

Tip: เคล็ดลับลดเบี้ยฯ ให้เบาลงด้วย Deductible และ Co-payment

สำหรับคนงบจำกัด แนะนำให้ซื้อประกันสุขภาพแบบเลือกรับความรับผิดส่วนแรกกรณีผู้ป่วยใน และ Co-payment จะช่วยลดค่าเบี้ยฯ ต่อปีให้ถูกลงไปอีก โดยทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันดังนี้ 

  • ความรับผิดส่วนแรก (Deductible) คือการตกลงจ่ายส่วนแรกเอง เช่น 20,000 บาทแรก แล้วให้บริษัทประกันภัยจ่ายที่เหลือ วิธีนี้ทำให้ค่าเบี้ยฯ ถูกลงมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีประกันกลุ่มหรือสวัสดิการบริษัทที่ช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล ให้อยู่แล้ว 

  • การร่วมจ่าย (Co-payment) คือการร่วมจ่ายค่ารักษา เช่น 10-20% แลกกับค่าเบี้ยฯ ที่ถูกลง เหมาะกับคนที่มีเงินสำรองบ้างแต่ต้องการแผนสำรองเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่

 

เคสตัวอย่าง เงินเดือน 25,000 บาท ทำประกันสุขภาพแบบไหนดี? 

    สำหรับ First Jobber ที่มีรายได้ประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 300,000 บาทต่อปี งบประมาณประกันภัยที่เหมาะสมคือ 10-20% ของรายได้ หรือประมาณ 30,000-60,000 บาทต่อปีหรือเฉลี่ยเดือนละ 2,500-5,000 บาท โดยควรพิจารณาทำประกันสุขภาพตามขั้นตอนดังนี้ 

        1.ตรวจสอบสวัสดิการที่มี โดยดูว่าขาดความคุ้มครองในส่วนไหนไปบ้าง

  • ประกันสังคม มีความคุ้มครองอะไรบ้าง และได้เงินชดเชยเท่าไร  

  • ประกันกลุ่ม ค่ารักษาพยาบาล ค่าห้อง ค่าแพทย์ สามารถเบิกได้เท่าไร ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหรือยัง

 

        2. เติมเต็มความคุ้มครองส่วนที่ขาด

  • เลือกแผนแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) อย่างเช่น ประกันชีวิตและสุขภาพ พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์ เพื่อจะได้จ่ายเบี้ยฯ ได้ถูกลง 

  • เลือกซื้อประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองโรคร้ายแรงเพิ่ม เพื่อคุ้มครองในส่วนที่ประกันกลุ่มยังไม่ครอบคลุม หรือมีความคุ้มครองที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

  เมื่อวางแผนอย่างเป็นระบบ เราอาจจะไม่จำเป็นซื้อประกันสุขภาพราคาแพง หรือต้องซื้อถึง 20% ของรายได้ทั้งปี แต่สามารถนำงบที่เหลือไปซื้อประกันสะสมทรัพย์หรือประกันชีวิตในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างหลักประกันทางการเงินให้มั่นคงยิ่งขึ้น

แนะนำแผนประกันชีวิตและสุขภาพจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย สำหรับคนงบจำกัด

พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มีแผนประกันชีวิตที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความคุ้มค่าและความอุ่นใจ ดังนี้ 

ประกันชีวิตและสุขภาพพรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์

ประกันชีวิตและสุขภาพสำหรับคนที่มีงบจำกัดหรือเพิ่งเริ่มทำงาน รายได้ไม่สูงมาก สามารถเลือกความรับผิดส่วนแรกเพื่อลดค่าเบี้ยฯ ได้ 

  • เริ่มต้นเฉลี่ยเพียง 15 บาท/วัน* เหมาะสำหรับ First Jobber ที่ต้องการคุมงบ

  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล IPD แบบเหมาจ่ายสูงสุด 2 ล้านบาท/ปี**

  • รับวงเงินความคุ้มครอง IPD เพิ่มเป็น 2 เท่าทันที เมื่อตรวจพบ 7 โรคร้ายแรง***

  • ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงตอบคำถามสุขภาพตามจริง

  • รับส่วนลดค่าเบี้ยฯ 10% ในปีต่ออายุ หากไม่มีการเคลมต่อเนื่อง 2 ปี  

    ดูรายละเอียด แผนประกันชีวิตและสุขภาพ พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์​ (D2C)

หมายเหตุ

*กรณีเพศชาย อายุ 30 ปี แผนความคุ้มครอง 3 แสนบาทต่อปี (deductible 60,000 บาทต่อปี) ความคุ้มครองชีวิต 1 แสนบาท​

**แผนความคุ้มครองสูงสุดแผน 4​

***โรคร้ายแรงที่ได้รับความคุ้มครอง 1) โรคมะเร็งระยะลุกลาม 2) กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด 3) โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน 4) ไตวายเรื้อรัง 5) การผ่าตัดเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ 6) โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ 7) โรคพาร์กินสัน​

 

ประกันชีวิตและสุขภาพพรูเฮลธี้ พลัส 

  แผนประกันชีวิตและสุขภาพที่ดูแลรอบด้าน ตอบโจทย์คนที่อยากสร้างวินัยทางการเงินและความคุ้มค่าในระยะยาว

  • คุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ จ่ายเบี้ยฯ คงที่ตั้งแต่วันแรกจนถึงอายุครบ 60 ปี

  • รับเงินชดเชยรายวันสูงสุด 2,000 บาท หากต้องนอนโรงพยาบาล นานสูงสุด 365 วัน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่ต้องหยุดงาน

  • รับเงินคืน 20% เมื่ออายุครบ 60 ปี และรับอีก 80% เมื่ออายุครบ 80 ปี เป็นเสมือนเงินก้อนให้คุณใช้ในอนาคต

  • จ่ายเบี้ยฯ อายุครบ 60 ปี แต่รับความคุ้มครองต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 80 ปี

ดูรายละเอียดแผนประกันชีวิตและสุขภาพ พรูเฮลธี้ พลัส

 

วางแผนชีวิตและสุขภาพตั้งแต่เริ่มทำงานไปกับพรูเด็นเชียล ประเทศไทย 

สุขภาพที่ดีและสถานะการเงินที่มั่นคง สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เชื่อว่าแผนประกันภัยที่ดีที่สุด คือแผนที่คุณออกแบบและคุมงบประมาณได้ด้วยตัวเอง เราพร้อมเป็นตัวช่วยให้คุณในการสร้างเกราะป้องกันที่สมดุลกับชีวิตจริง ให้คุณโฟกัสกับการเติบโตในสายงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่ไม่คาดคิด 

  วางแผนประกันสุขภาพเพื่อตัวคุณเองตั้งแต่วันนี้ ให้พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ดูแลคุณ เช็กเบี้ยประกันสุขภาพเลย

  

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก

  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเลือกประกันสุขภาพตามรายได้ (FAQs)

การมีโรคประจำตัวไม่ได้หมายความว่าจะซื้อประกันสุขภาพไม่ได้เสมอไป แต่คุณจำเป็นต้องแถลงสุขภาพตามจริงในใบคำขอเอาประกันภัย เพื่อให้บริษัทฯ พิจารณาตามความเสี่ยง หากบริษัทรับประกันภัยอาจมีเงื่อนไขข้อยกเว้นสำหรับโรคนั้น ๆ การเปิดเผยข้อมูลตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณได้รับสิทธิ์เคลมอย่างสบายใจและมั่นคงในระยะยาว มากกว่าการปกปิดข้อมูลซึ่งอาจทำให้มีปัญหาในการเคลมภายหลัง

โดยปกติแล้ว ประกันกลุ่มจะสิ้นสุดความคุ้มครองทันที เมื่อคุณสิ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท และนี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมคนวัยทำงานควรมีประกันสุขภาพส่วนบุคคลไว้เป็นพื้นฐานที่มั่นคง เพราะไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสายอาชีพ หรือมีช่วงรอยต่อระหว่างว่างงาน ความคุ้มครองสุขภาพของคุณก็จะยังคงอยู่ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน

หากคุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย  สามารถใช้สิทธิ์ได้โดยที่ไม่ต้องสำรองจ่าย เพียงแค่แสดงบัตรประกันหรือบัตรประชาชน แต่หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ไม่ใช่คู่สัญญา หรือเคสที่มีเงื่อนไขพิเศษ อาจจำเป็นต้องสำรองจ่ายแล้วนำเอกสารมาเบิกคืนในภายหลัง ดังนั้นก่อนเข้าใช้บริการ แนะนำให้เช็กโรงพยาบาลคู่สัญญาผ่านแอปพลิเคชันหรือหน้าเว็บไซต์ของบริษัทประกันภัยก่อนเสมอ

ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและความกังวลใจ ในเบื้องต้นแนะนำดังต่อไปนี้ 

  • ซื้อประกันสุขภาพ หากยังเป็นโสด ไม่มีหนี้สิน และยังไม่มีภาระทางครอบครัว เพราะค่ารักษาพยาบาลเป็นรายจ่ายที่ควบคุมไม่ได้และอาจทำให้เงินเก็บหมดไปได้ในพริบตา

  • ซื้อประกันชีวิต หากคุณเริ่มเป็นเสาหลักครอบครัว มีภาระหนี้สิน เช่น หนี้บ้าน หนี้รถ ประกันชีวิตจะสำคัญมากเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงไม่ให้ภาระทางการเงินตกไปถึงคนข้างหลังหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน