เมื่ออายุเข้าสู่เลข 4 หลายคนเริ่มมีรายได้มั่นคงมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มตั้งคำถามว่า “เงินที่มี จะพอใช้หลังเกษียณหรือไม่ ?” เพราะขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น แต่ภาระค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตามมาด้วย ทำให้การวางแผนเกษียณถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตาม อายุ 40 วางแผนเกษียณ ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่สายเกินไป หากเริ่มต้นอย่างถูกต้องและมีวินัย การเตรียมตัวเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีเงินใช้เพียงพอในยามที่หยุดทำงาน

วัย 40+ เริ่มวางแผนเกษียณ ยังทันไหม ?

“ยังทัน” แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการเก็บเงินแบบเดิม มาเป็น “การวางแผนแบบมีเป้าหมาย” และ “หาตัวช่วยวางแผนการเงิน” หลายคนมักสงสัยว่า วางแผนเกษียณควรเริ่มตั้งแต่เมื่อใด คำตอบคือยิ่งเร็วยิ่งดี แต่สำหรับวัย 40+ คุณมีข้อได้เปรียบคือรายได้ที่มั่นคงและประสบการณ์ชีวิต ทำให้สามารถตัดสินใจเลือกเครื่องมือทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รู้จัก 3 กระเป๋าการเงิน วางแผนเกษียณไม่ให้สะดุด

3 กระเป๋าการเงิน

การเก็บเงินรวมไว้ในบัญชีเดียวอาจทำให้เป้าหมายปะปนกัน และเสียระบบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เคล็ดลับสำคัญในการบริหารเงินให้มีประสิทธิภาพคือ การแบ่งเงินออกเป็น 3 กระเป๋าหลัก เพื่อช่วยจัดสรรรายได้ให้ตอบโจทย์ ทั้งการใช้ชีวิตในปัจจุบัน การป้องกันความเสี่ยง และการสร้างความมั่นคงในอนาคต ทำให้แผนเกษียณของคุณสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นและไม่สะดุดระหว่างทาง

กระเป๋าที่ 1: เงินสำรอง (Safety)

กระเป๋านี้มีไว้สำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในชีวิต เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน หรืออุบัติเหตุที่ทำให้รายได้สะดุด การมีเงินสำรองที่เข้าถึงได้ง่ายและมีสภาพคล่องสูง จะช่วยให้คุณไม่ต้องดึงเงินจากส่วนอื่นมาใช้จนทำให้แผนการเงินโดยรวมต้องพังลง ควรเตรียมเงินส่วนนี้ไว้ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน เพื่อความอุ่นใจ

กระเป๋าที่ 2: เงินเติบโต (Growth)

กระเป๋านี้คือเงินที่นำไปลงทุนให้งอกเงย เช่น กองทุน หรือหุ้น เพื่อเอาชนะอัตราเงินเฟ้อในอนาคต เพราะการเก็บเงินสดเพียงอย่างเดียว อาจทำให้มูลค่าของเงินลดลงตามกาลเวลา การจัดสรรเงินมาอยู่ในกระเป๋าเงินเติบโตจะช่วยสร้างความมั่งคั่ง และเพิ่มพูนสินทรัพย์ให้คุณได้มากขึ้น เป็นการใช้เงินทำงานแทนคุณ เพื่อให้ผลตอบแทนที่ได้รับช่วยเร่งให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้เร็วยิ่งขึ้น โดยหลังจากมีเงินสำรองในกระเป๋าที่ 1 แล้ว แนะนำจัดสรรเงินสัก 10-20% ของรายได้ต่อเดือนมาเก็บในก้อนนี้ต่อ ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งเติมเข้ามากเท่าไหร่ เงินของคุณก็จะยิ่งโตไวขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีระดับความเสี่ยงตรงกับที่คุณรับได้ด้วย

กระเป๋าที่ 3: เงินเกษียณ (Future Income)

กระเป๋าสุดท้ายคือเงินที่ตั้งใจเก็บระยะยาว เพื่อเป็นรายได้หลังหยุดทำงานโดยเฉพาะ การวางแผนเก็บเงินเกษียณในกระเป๋านี้ต้องเน้นความมั่นคงและความสม่ำเสมอของผลตอบแทน เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะมีเงินสดหมุนเวียนไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องเมื่อถึงวัยเกษียณ โดยไม่กลายเป็นภาระของลูกหลาน และสามารถรักษามาตรฐานการใช้ชีวิตให้มีความสุขได้อย่างแท้จริง โดยคุณสามารถใช้เครื่องมือการเก็บเงินเกษียณได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ หรือประกันบำนาญ

วิธีเริ่มวางแผนเกษียณสำหรับคนวัย 40+

วางแผนเกษียณสำหรับคนวัย 40+

การเริ่มต้นลงมือคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ การวางแผนเกษียณในวัย 40+ จำเป็นต้องมีความรัดกุม และใช้ระยะเวลาทำงานที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มาลองดูวิธีวางแผนเกษียณ ที่สามารถนำไปปฏิบัติและปรับใช้ได้จริง เพื่อสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่งกัน

เพิ่มสัดส่วนการออมให้มากขึ้น 20–30% ของรายได้

เมื่ออายุมากขึ้นและรายได้สูงขึ้น คุณควรปรับเพิ่มสัดส่วนการออมให้สอดคล้องกัน การ วางแผนออมเงินเกษียณ โดยหักเงิน 20-30% ของรายได้ทันทีที่เงินเดือนออก จะช่วยสร้างวินัย และป้องกันการนำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หากทำอย่างสม่ำเสมอ เงินก้อนนี้จะเติบโตเป็นทุนเกษียณขนาดใหญ่ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในบั้นปลายได้

ลดภาระหนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน

ภาระหนี้สินถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการออมเงิน คุณจึงควรเร่งจัดการหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ให้หมดโดยเร็วที่สุด การลดภาระหนี้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน ทำให้คุณมีกระแสเงินสดเหลือในแต่ละเดือนมากขึ้น และสามารถนำเงินส่วนนั้นมาสมทบในพอร์ตการลงทุน หรือเงินออมเพื่อการเกษียณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

วางแผนภาษี เพื่อรักษาเงินในระยะยาว

มนุษย์เงินเดือนที่มีฐานรายได้สูงมักต้องเสียภาษีจำนวนมาก การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีผ่านเครื่องมือทางการเงิน เช่น กองทุนลดหย่อนภาษี หรือประกันชีวิต จะช่วยให้คุณสามารถรักษาเงินต้นเอาไว้ได้มากขึ้น เงินส่วนที่ประหยัดได้จากการเสียภาษีสามารถนำกลับมาลงทุนต่อยอดเพื่อให้เกิดดอกเบี้ยทบต้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้แผนเกษียณของคุณบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น

ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เงินเติบโตทันเวลา

แม้จะเริ่มลงทุนในวัย 40+ แต่การลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับกลางๆ ได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยวิธีการถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ Dollar-Cost Averaging (DCA) ก็ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ การมีวินัยในการลงทุนเป็นประจำทุกเดือนจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด และทำให้เงินทุนของคุณมีโอกาสเติบโตได้อย่างมั่นคง ถือเป็นการสะสมมูลค่าสินทรัพย์เพื่อรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในระยะยาวอย่างแท้จริง

วางแผนเกษียณด้วยประกันบำนาญ ตัวช่วยสำคัญที่หลายคนมองข้าม

การทำประกันบำนาญถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มแผนการเงินวัยเกษียณ เพราะเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับชีวิตหลังหยุดทำงานโดยเฉพาะ จุดเด่นคือช่วยสร้างกระแสเงินสดให้คุณมีเงินใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การรับเงินก้อนเดียวจบ และในระหว่างระยะเวลาชำระเบี้ยฯ ค่าเบี้ยฯ ก็ยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

ขอแนะนำ ‘พรูสุขสำราญ’ ประกันบำนาญ จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

  • ค่าเบี้ยฯ คงที่ ไม่มีการปรับเพิ่มตามอายุ
  • รับเงินบำนาญ ปีละ 15% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ตั้งแต่อายุครบ 60-85 ปี
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/ปี ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
  • รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://link.prudential.co.th/f1N6j

 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันภัยที่เลือก
  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง

สรุป

แม้อายุ 40 จะไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่เร็วที่สุด แต่ก็ไม่สายเกินไป หากเริ่มวางแผนอย่างถูกวิธี และมีเครื่องมือที่ช่วยดูแลทั้งการเติบโตของเงินและความมั่นคงในระยะยาว การมีวินัยในการออม ลดหนี้สิน และเลือกใช้ประกันชีวิตบำนาญอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้คุณก้าวเข้าสู่วัยเกษียณได้อย่างมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีพร้อมรอยยิ้มในทุกวัน

ข้อมูลอ้างอิง