เลือกภาษา
close
เบี้ยประกันลดหย่อนภาษี
เคล็ด (ไม่) ลับ น่ารู้ - พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต

สรุปเรื่องเบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี เข้าใจครบ จบใน 5 นาที

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนตัดสินใจทำประกันชีวิต นอกเหนือจากการวางแผนความมั่นคงให้คนข้างหลังแล้ว คือการนำเบี้ยประกันชีวิตมาลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายทุกปีตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร และเพื่อให้การวางแผนลดหย่อนภาษีจากการซื้อประกันชีวิตของคุณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เรามีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้มาแนะนำแบบครบทุกมุม สามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันชีวิตทุกประเภท เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีได้อย่างคุ้มค่า

 

รู้จักค่าลดหย่อนภาษี วางแผนดี มีเงินคืนก้อนโต

ค่าลดหย่อนภาษี คือ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินภายหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อให้เงินได้สุทธิที่ใช้ในการคำนวณภาษีลดลง เป็นวิธีการบริหารการเงินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้สามารถนำเงินภาษีที่ได้คืนไปต่อยอดเงินลงทุน หรือใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นอื่น ๆ ได้ ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถลดหย่อนได้หลายวิธี เช่น ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน SSF, ThaiESG และ ThaiESGX

 

 

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำประกันชีวิต

 

ประกันชีวิต คือ การทำสัญญาระหว่างผู้เอาประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิต โดยผู้เอาประกันชีวิตตกลงจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตเป็นงวด ๆ  และบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง (เงินสินไหมทดแทน) ให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันชีวิตเสียชีวิต หรือเมื่อมีชีวิตจนครบกำหนดสัญญา การทำประกันชีวิตจึงช่วยบริหารความเสี่ยงและวางแผนความมั่นคงทางการเงินได้อย่างชาญฉลาด ทั้งยังลดผลกระทบต่อครอบครัวและคนข้างหลังในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะสามารถนำเงินสินไหมทดแทนที่ได้รับจากกรมธรรม์มาชำระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และค่าเล่าเรียนของบุตรหลาน ทำให้ทุกคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบไม่สะดุด

 

 

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้จริงหรือไม่ และลดหย่อนได้เท่าไหร่?

บุคคลธรรมดาสามารถนำเบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด ดังนี้

  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยเงื่อนไขของค่าลดหย่อนประกันชีวิตคือ ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และถ้าหากมีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
  • เบี้ยประกันสุขภาพ และเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยเงื่อนไขของค่าลดหย่อนประกันชีวิตคือ ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ต้องทำประกันกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ

 

ประเภทของเบี้ยประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้

สำหรับผู้มีรายได้ที่ยังสงสัยว่า ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้อย่างไร หรือเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ เราสรุปเพดานการลดหย่อนภาษีสูงสุดของประกันชีวิตแต่ละประเภทมาไว้ให้แล้ว

1. ประกันชีวิตทั่วไป

ประกอบไปด้วย 3 ประเภทย่อย ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term Insurance) และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) รวมทุกกรมธรรม์สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีระยะเวลาคุ้มครองเกิน 10 ปีขึ้นไป และทำกับบริษัทประกันชีวิตที่จดทะเบียนในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีการรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เช่น กรณีได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนทุกปี จะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

2. ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked)

โดยปกติ เบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทนี้ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เบี้ยประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครองชีวิต และเบี้ยประกันชีวิตเพื่อการลงทุน จึงสามารถใช้ลดหย่อนได้เฉพาะส่วนที่เป็นเบี้ยประกันชีวิต สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทั้งนี้ในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตที่นำไปลงทุนนั้นจะไม่สามารถลดหย่อนภาษีได้

3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension Insurance)

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ถ้าหากไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไป สามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีก 100,000 บาท รวมแล้วลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท

นอกจากประกันชีวิตแล้ว ประกันสุขภาพก็สามารถลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน โดยเบี้ยประกันสุขภาพที่ทำให้ตัวเอง สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี และหากรวมกับประกันชีวิตทั่วไปและประกันแบบสะสมทรัพย์ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ส่วนเบี้ยประกันสุขภาพที่ทำให้พ่อแม่ สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาทต่อปี (บิดามารดามีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่จำเป็นต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป) โดยสามารถหารเฉลี่ยตามจำนวนพี่น้องที่ร่วมจ่าย ถ้าคู่สมรสตามกฎหมายไม่มีรายได้ ประกันสุขภาพที่ทำให้พ่อแม่ของคู่สมรสก็สามารถเอามาลดหย่อนได้เช่นกัน

 

สรุปชัด ทำประกันชีวิตแบบไหนลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่าที่สุด?

หากต้องการทำประกันชีวิตควบคู่กับการวางแผนลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อม ๆ กัน เราขอแนะนำประกันแบบสะสมทรัพย์ ที่สามารถนำเบี้ยประกันที่จ่ายในทุก ๆ ปีไปลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และยังได้รับเงินคืน เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยครบอายุสัญญาอีกด้วย

 

 

มอบความคุ้มครองทางการเงินให้ครอบครัว ด้วยประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย

 

การวางแผนภาษีที่ดีต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสทองที่จะนำค่าเบี้ยประกันชีวิตมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทสำหรับประกันชีวิตทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับประกันชีวิตแบบบำนาญหลุดลอยไป เปลี่ยนภาระภาษีให้เป็นหลักประกันที่มั่นคงเพื่อคนที่คุณรักได้แล้วตั้งแต่วันนี้

เลือกวางแผนความคุ้มครองและลดหย่อนภาษีกับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่พร้อมดูแลในทุกช่วงของชีวิต

  • มีผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลาย ทั้งแบบตลอดชีพ สะสมทรัพย์ และแบบ Unit Linked ที่สามารถปรับความคุ้มครองและเบี้ยประกันชีวิตให้ยืดหยุ่นตามความต้องการในแต่ละช่วงชีวิต
  • แผนประกันภัยที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการส่งต่อมรดก และความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลัง พร้อมบริการให้คำปรึกษาด้านการวางแผนภาษี
  • โอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาวสำหรับประกันชีวิตควบการลงทุน Unit Linked เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองชีวิต แต่ไม่อยากเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทน

 

หมายเหตุ

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันชีวิตที่เลือก
  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์กำหนด
  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตทุกครั้ง