สรุปประเด็นหลัก

  • โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยมีผู้ป่วยใหม่ราว 140,000+ รายต่อปี และเสียชีวิตกว่า 80,000 รายต่อปี

  • มะเร็งที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี, มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก

  • ค่าใช้จ่ายรักษามะเร็งสูงมาก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค โดยรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 300,000-8,500,000 บาท

 

  • วิธีการรักษาหลักมีหลายแบบ เช่น
    • รังสีรักษา ราคาประมาณ 100,000-200,000 บาท/รอบ
    • เคมีบำบัด ราคาประมาณ 50,000-100,000 บาท/รอบ (หรือสูงกว่านี้ตามชนิดยา)
    • ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า ราคาประมาณ 50,000-300,000 บาท/เดือน
    • ยาภูมิคุ้มกันบำบัด ราคาอาจสูงถึง 3-15 ล้านบาท 

 

  • โรงพยาบาลรัฐ VS โรงพยาบาลเอกชน
    • โรงพยาบาลรัฐ ค่าใช้จ่ายต่ำหรือแทบไม่เสีย หากได้สิทธิ์จากทางรัฐบาล แต่ต้องรอคิว
    • โรงพยาบาลเอกชน เข้าถึงเร็ว บริการครบ แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า ประมาณ 2.5-7 เท่า
  • ค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้มีแค่ค่ารักษา แต่ยังรวมถึงค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

  • ประกันสุขภาพ ช่วยจ่ายค่ารักษาตามจริง ส่วนประกันโรคร้ายแรง ช่วยจ่ายเงินก้อน เพิ่มสภาพคล่อง

  • การมีประกันภัยทั้ง 2 รูปแบบเอาไว้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง จะช่วยให้สามารถรับมือกับค่ารักษามะเร็งได้ครอบคลุมมากขึ้น

โรคมะเร็ง เป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะนอกจากความทุกข์ทรมานจากอาการของโรคแล้ว ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวยังต้องเผชิญกับค่ารักษาโรคมะเร็งที่สูงลิ่ว จนทำให้หลายคนต้องเหนื่อยใจกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น บทความนี้จึงอยากจะพาไปรู้จักกับโรคมะเร็งที่พบบ่อยในแต่ละชนิด พร้อมไปรู้ถึงค่าใช้จ่ายรักษามะเร็งโดยประมาณ เพื่อให้คุณพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น

รู้จัก 5 โรคมะเร็งที่พบมากในไทย

ปี 2568 มะเร็งในยังคงโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 140,000-140,789 รายต่อปี หรือเฉลี่ย 381-386 รายต่อวัน และเสียชีวิตกว่า 83,000-86,310 รายต่อปี เฉลี่ยวันละ 227-236 คน โดยมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1. มะเร็งตับและท่อน้ำดี

มะเร็งตับ และท่อน้ำดี เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้มากในคนไทย โดยสาเหตุของมะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ผลจากการดื่มแอลกอฮอล์ ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน รวมถึงโรคไขมันพอกตับ โดยมักจะมีอาการเหล่านี้ เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และหากอาการรุนแรงขึ้น อาจส่งผลทำให้ตับโต และมีอาการตาเหลืองร่วมด้วย

2. มะเร็งปอด

มะเร็งปอด เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสูดดมควันบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ และสารอันตรายต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หายใจลำบาก เสียงแหบ เจ็บหน้าอก และหากมีอาการรุนแรงอาจทำให้ไอมีเลือดปนได้ด้วย โดยโรคมะเร็งปอดนี้ถือว่าร้ายแรงมาก มักลุกลามไว และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยได้มาก

3. มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิง แต่ก็เกิดในผู้ชายได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุของมะเร็งเต้านมนั้นเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น การมีประจำเดือนเร็ว หรือหมดประจำเดือนช้า ไปจนถึงการใช้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งอาการที่บ่งบอกของมะเร็งเต้านม คือการคลำพบก้อนในเต้านม หรือบริเวณรักแร้ การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบนเต้านม รวมถึงความผิดปกติของรูปร่างเต้านม และหัวนมด้วย

4. มะเร็งลำไส้และทวารหนัก

มะเร็งลำไส้ และทวารหนัก เป็นมะเร็งที่มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกิน และการใช้ชีวิตของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่มีไขมันสูง ใยอาหารต่ำ รวมถึงพฤติกรรมการสูบบุหรี่ นอกจากนี้ โรคประจำตัวบางโรคก็ส่งผลทำให้เกิดโรคนี้ได้ด้วยเช่นกัน เช่น โรคเบาหวาน อีกทั้งพันธุกรรมก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งลำไส้และทวารหนักได้ โดยอาการที่บ่งชี้ถึงมะเร็งชนิดนี้สามารถสังเกตได้จากอาการท้องผูก ท้องร่วง อุจจาระมีเลือดปน และการปวดท้องบ่อย ๆ

5. มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกเป็นอีกหนึ่งมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิง สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูกคือการติดเชื้อไวรัส HPV รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน รวมถึงการสูบบุหรี่ และภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องด้วย ซึ่งสามารถสังเกตอาการของโรคมะเร็งปากมดลูกได้จากการมีเลือดออกผิดปกติจากช่องคลอด อาการปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ การมีตกขาวผิดปกติ และอาการปวดท้องน้อย

ค่ารักษาโรคมะเร็งโดยรวมประมาณเท่าไร?

ค่าใช้จ่ายรักษามะเร็ง นั้นมีความผันแปรสูงมาก ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและแผนการรักษา เช่น การผ่าตัดร่วมกับการทำเคมีบำบัด หรือการผ่าตัดร่วมกับการฉายแสง ซึ่งแต่ละวิธีจะมีราคาแตกต่างกันไป โดยค่ารักษาโรคมะเร็งตลอดการรักษา อาจอยู่ระหว่าง 300,000 บาท ไปจนถึง 8,500,000 บาท

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น ผู้ป่วยควรตรวจสอบแผนการรักษาและราคาอัปเดตจากโรงพยาบาลอีกครั้ง

การรักษาและค่าใช้จ่ายรักษามะเร็ง

ค่าใช้จ่ายรักษามะเร็งจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิด ขนาดของก้อนมะเร็ง และระยะของมะเร็ง รวมถึงวิธีที่ใช้ในการรักษา ซึ่งการรักษามะเร็งแต่ละแบบย่อมมีวิธีและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป แต่ในปัจจุบันวิธีรักษายอดนิยม จะมีดังนี้

รังสีรักษา (Radiotherapy)

การรักษาด้วยวิธีรังสีรักษา (Radiotherapy) เป็นการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ซึ่งรังสีรักษาสามารถใช้รักษามะเร็งได้หลายชนิด และมักใช้ร่วมกับการผ่าตัด เคมีบำบัด หรือการรักษาแบบอื่น ๆ ด้วย 
การรักษาด้วยวิธีรังสีรักษา มีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000-200,000 บาท ต่อรอบการรักษา 

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

การรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการใช้ยาเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ด้วยการให้ยาเคมีบำบัดทางเส้นเลือด ทางปาก หรือทางกล้ามเนื้อ มักเรียกกันทั่วไปว่าการทำคีโม ซึ่งยาเคมีบำบัดสามารถใช้รักษามะเร็งได้หลายชนิด และมักใช้ร่วมกับการรักษาแบบอื่น ๆ ด้วย 
การรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด มีค่าใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 200,000 บาทต่อรอบการรักษา ซึ่งแต่ละรอบการรักษาอาจใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ โดยปัจจุบันนี้ การทำคีโมมีค่าใช้จ่ายสูงสุด ราคาเข็มละประมาณ 95,000-150,000 บาทต่อเข็ม 
 

การใช้ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) 

การใช้ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อเซลล์ปกติในร่างกายได้ อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยยา Targeted Therapy อาจมีค่าใช้จ่ายแพงกว่าวิธีอื่น ๆ 

การรักษาแบบใช้ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) มีราคาประมาณ 50,000-300,000 บาทต่อเดือน 
 

ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy)

การรักษามะเร็งด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการใช้ยาเพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ต่อสู้กับมะเร็ง ยาเหล่านี้ราคาสูง นิยมใช้รักษามะเร็งที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่น ๆ และมีการนำมาใช้บ้างแล้วในต่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังศึกษาวิจัยเพื่อนำมาใช้ในไทย อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดมีราคาสูงมากที่ประมาณ 3-15 ล้านบาทเลยทีเดียว

หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น ผู้ป่วยควรตรวจสอบแผนการรักษาและราคาอัปเดตจากโรงพยาบาลอีกครั้ง

ซึ่งนอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งเหล่านี้แล้ว อาจยังจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็ง ค่าห้องพักโรงพยาบาล ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งมักแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล

เปรียบเทียบค่ารักษาโรคมะเร็งจากโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน

การรักษาโรคมะเร็ง จากโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน มีความแตกต่างกันในเรื่องค่าใช้จ่าย จากประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 

 

ประเด็นเปรียบเทียบ

 

 

 

 

โรงพยาบาลรัฐ

 

 

 

 

โรงพยาบาลเอกชน

 

 

 

 

ค่าใช้จ่ายโดยรวม

 

 

 

 

หากใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือข้าราชการ ค่ารักษาพื้นฐานมักถูกครอบคลุมเกือบทั้งหมด

 

 

 

 

สูงกว่ารัฐประมาณ 2.5-7 เท่า โดยรวมอาจแตะหลักล้านบาทได้

 

 

 

 

เคมีบำบัด (Chemotherapy)

 

 

 

 

ผู้ป่วยอาจจ่ายเองน้อยมาก หรือบางกรณีแทบไม่ต้องจ่าย หากอยู่ในสิทธิ์

 

 

 

 

คิดเป็นคอร์สหรือรายเข็ม โดยอาจเริ่มตั้งแต่หลักแสนบาทต่อคอร์ส

 

 

 

 

รังสีรักษา (Radiotherapy)

 

 

 

 

มักครอบคลุมในสิทธิพื้นฐาน แต่มีคิวรอค่อนข้างนาน

 

 

 

 

ค่าใช้จ่ายต่อคอร์สอยู่ในระดับหลักแสน และเข้ารับบริการได้รวดเร็ว

 

 

 

 

ยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy)/ ภูมิคุ้มกันบำบัด

 

 

 

 

บางรายการอาจไม่ครอบคลุม ต้องจ่ายส่วนต่างเอง อาจเป็นหลักแสนขึ้นไป 

 

 

 

 

มีทางเลือกยาที่หลากหลายและทันสมัย แต่มีราคาสูงมาก อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายรวมหลายล้านบาท

 

 

 

 

ระยะเวลารอคิว

 

 

 

 

อาจต้องรอคิวนาน โดยเฉพาะการตรวจหรือฉายแสง

 

 

 

 

รวดเร็ว เข้าถึงการรักษาได้ทันที

 

 

 

 

สิ่งอำนวยความสะดวก

 

 

 

 

มาตรฐานเพียงพอ เน้นการรักษาตามสิทธิ์

 

 

 

 

สะดวกสบายกว่า เช่น ห้องพักส่วนตัว บริการเสริม

 

 

 

 

ความยืดหยุ่นของในการเลือกวิธีการรักษา

 

 

 

 

จำกัดตามสิทธิ์และแนวทางของโรงพยาบาล

 

 

 

 

เลือกแพทย์ วิธีรักษา และเทคโนโลยีได้หลากหลาย

 

 

 

ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง ช่วยรับมือค่ารักษามะเร็งอย่างไร?

การวางแผนทางการเงิน เพื่อรับมือกับค่ารักษาพยาบาล ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงอย่างมะเร็ง ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยแบ่งเบาภาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ประกันสุขภาพทั่วไป จ่ายตามค่ารักษาจริง เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด และค่าเคมีบำบัด รวมถึงค่ารังสีรักษา ตามวงเงินในกรมธรรม์

  • ประกันโรคร้ายแรง และประกันโรคมะเร็ง มักจ่ายเป็นเงินก้อน เมื่อตรวจเจอ เพื่อให้ผู้ป่วยมีสภาพคล่องในการเลือกวิธีรักษาที่ดีที่สุด หรือใช้เป็นค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากค่ารักษา

ทั้งนี้ ควรเลือกประกันสุขภาพ ที่มีวงเงินครอบคลุมค่ารักษา เพื่อช่วยให้เข้าถึงการบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความกังวลเรื่องหนี้สินจากค่ารักษาในอนาคต

โรคมะเร็งยิ่งรู้ตัวไว ยิ่งรักษาหายได้เร็ว การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างละเอียด พร้อมสำรวจอาการเสี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงก้อนมะเร็งเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย และเพื่อความอุ่นใจในระยะยาว การเลือกวางแผนด้วยประกันโรคมะเร็งและประกันคุ้มครองโรคร้ายแรง จะช่วยคุ้มครองด้านค่าใช้จ่าย ช่วยให้คลายกังวล และดูแลสุขภาพได้อย่างเต็มที่

หากคุณกำลังมองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุม ขอแนะนำ พรูแคนเซอร์ แคร์ จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ที่คุ้มครองโรคมะเร็งทุกระยะ และโรคร้ายแรงอื่น ๆ เปรียบเทียบค่าเบี้ยประกันสุขภาพ และเลือกแผนประกันที่เหมาะสมได้เลย

 

หมายเหตุ 

  • ความคุ้มครองขึ้นอยู่กับแผนประกันที่เลือก 

  • เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขก่อนการตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง 

 

ข้อมูลอ้างอิง 

  • โรงพยาบาลนมะรักษ์. (ม.ป.ป.). โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคเต้านมและมะเร็งเต้านมแบบครบวงจร. Namarak Hospital. https://www.namarak.com/ 

  • CU Cancer Immunotherapy Excellence Center. (ม.ป.ป.). ประเภทของภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง. คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. https://canceriec.md.chula.ac.th/types-of-immunotherapy/ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่ารักษาโรคมะเร็ง (FAQs)

หากรักษาในโรงพยาบาลรัฐและใช้สิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ ค่าคีโมและค่ารักษาหลัก ๆ มักถูกครอบคลุมส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมด แต่ยามุ่งเป้าหรือภูมิคุ้มกันบำบัดบางตัวอาจไม่อยู่ในสิทธิ์ ทำให้ผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายเอง

ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ครอบคลุมค่ารักษามะเร็ง เช่น ค่าผ่าตัด ค่าห้อง คีโม และฉายแสง ตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ ขณะที่ประกันโรคร้ายแรงและประกันมะเร็งบางแบบจะจ่ายเป็นเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัย ทำให้สามารถนำเงินไปใช้จ่ายค่ารักษาหรือชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปได้

โดยทั่วไป ค่าคีโมสามารถเบิกได้จากประกันสุขภาพ หากแผนประกันครอบคลุมการรักษามะเร็ง และมีวงเงินเพียงพอ ส่วนประกันโรคร้ายอาจจ่ายเงินก้อนเมื่อได้รับการวินิจฉัยและยืนยันจากแพทย์ ทำให้คุณมีเงินสำหรับค่าคีโมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ควรตรวจเงื่อนไขความคุ้มครองของแต่ละแผนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

การฉายแสงรักษามะเร็งมักนับเป็นค่ารักษาพยาบาลตามจริง ซึ่งประกันสุขภาพส่วนใหญ่สามารถเบิกได้ภายในวงเงินค่ารักษาโรคมะเร็งหรือค่ารักษาในโรงพยาบาล ขณะที่ประกันโรคร้ายยังช่วยให้มีเงินสำรองเพิ่มในกรณีที่ค่าฉายแสงหรือค่ารักษาอื่น ๆ เกินวงเงินของกรมธรรม์สุขภาพ

เพื่อให้ครอบคลุมค่ารักษามะเร็งได้ค่อนข้างครบ แนะนำว่าให้ทำประกันภัยอย่างน้อย 2 แผน คือประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงในโรงพยาบาล เช่น ค่าห้อง ค่าแพทย์ ค่าผ่าตัด คีโม ฉายแสง และอื่น ๆ ร่วมกับประกันโรคร้ายแรง หรือประกันมะเร็งที่จ่ายเงินก้อน เมื่อได้รับการวินิจฉัยและยืนยันจากแพทย์ ผู้เอาประกันจึงมีทั้งวงเงินค่ารักษาในโรงพยาบาล และเงินสดสำรองไว้จ่ายค่ายาพิเศษ

นอกจากดูวงเงินค่ารักษาพยาบาลต่อครั้งและต่อปีแล้ว ควรตรวจรายละเอียดเงื่อนไขว่าแผนประกันภัยครอบคลุมค่ารักษามะเร็งทุกวิธีหรือไม่ เช่น ค่าคีโม ฉายแสง ยา Targeted Therapy และ Immunotherapy มีวงเงินแยกต่างหากหรือรวมอยู่ในวงเงินเดียวกัน รวมถึงดูข้อยกเว้น เช่น ยาที่ไม่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือการรักษาทดลองบางรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าแผนประกันที่เลือกสามารถช่วยรับมือกับค่ารักษาได้อย่างแท้จริง